ข่าว

เหยื่อ!!โร่แจ้งตร.ถูกเท้าแชร์แสบตุ๋น-เชิดเงินกว่า50ล.

เหยื่อ!!โร่แจ้งตร.ถูกเท้าแชร์แสบตุ๋น-เชิดเงินกว่า50ล.

07 พ.ย. 2560

เหยื่อแชร์เฟซบุ๊ก โร่แจ้งตำรวจ บก.น.4 หลังถูกเท้าแชร์จอมแสบหลอกตุ๋น แถมเชิดเงินกว่า 50 ล้านบาท หลบหนีลอยนวล

  
          กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) - เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้เสียหายจากแชร์ออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) จำนวน 10 ราย  ซึ่งถูกหลอกลวงในพื้นที่ บก.น.4 ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ รรท.ผบก.น.4 พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธ์ ผกก.สน.บางชัน เพื่อให้ตั้งคณะทำงานสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิด เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวงในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย สน.อุดมสุข สน.ลาดพร้าว สน.หัวหมาก สน.บางชัน สน.ประเวศ มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท
    
          นายสามารถ กล่าวว่า สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายถูกหลอกแชร์ลูกโซ่ในโลกออนไลน์ โดยมีการเสนอผลตอบแทนร้อยละ 10-30 ต่อเดือน ผู้เสียหายแต่ละรายสูญเงินตั้งแต่หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท และมีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากผู้เสียหายแยกกันแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ จะทำให้ต้องแยกเป็นหลายคดี และการติดตามทรัพย์สินคืนก็จะทำให้เกิดความยากลำบาก และไม่เข้าข่ายฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน โดยอาจทำให้มิจฉาชีพไปกระทำความผิดซ้ำขึ้นอีก

          ทั้งนี้ ที่ผ่านมามิจฉาชีพที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หากมีการยอมความได้แล้ว ก็จะมากระทำการหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นต่ออีก เช่น คดีฮัจยีกรุ๊ป และคดี น.ส.โชกุน ฯลฯ  ดังนั้น จึงอยากฝากเตือนประชาชนด้วยว่า หากมีใครชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านทางสื่อออนไลน์ โดยให้ผลตอบแทนสูงอย่าไปหลงเชื่อ ครั้งนี้ที่ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเท้าแชร์อยู่โรงเรียนเดียวกับลูกของเหยื่อหลายราย ประกอบกับผู้ต้องหามีการแอบอ้างว่ามีหลักแหล่ง และมีธุรกิจการงานที่มั่นคง จึงทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อ ดังนั้น จึงได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์กับพล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ รรท.ผบก.น.4
                 
          น.ส.เอ(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จัก น.ส.หน่อย เท้าแชร์ผ่านทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากเป็นเพื่อนกับเพื่อนตนในเฟซบุ๊ก และเห็นความเคลื่อนไหวมานาน ที่ร่วมลงทุนด้วยเนื่องจากเท้าแชร์มีตัวตน และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมีเอกสารที่ชัดเจน มีบริษัทโลจิสติกส์อยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับมีการพูดจาชักชวนหว่านล้อมต่างๆ ให้ร่วมลงทุนโดยอ้างว่าจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร และจะรับผิดชอบหากมีการโกงเกิดขึ้น โดยจะนำเงินที่ร่วมลงทุนนำไปลงทุนต่อ และเมื่อได้เงินมาก็จะปันผลเป็นดอกเบี้ยให้ ทั้งนี้ ตนเล่นแชร์ออนไลน์เป็นครั้งแรก และครั้งเดียวก็ถูกหลอก โดยกลุ่มดังกล่าวใช้ชื่อบ้านว่าซากุระ มีสมาชิกในกลุ่มกว่า 200 คน หลังจากที่ร่วมลงทุนไปจำนวน 330,000 บาท เท้าแชร์ก็ขาดการติดต่อไป โดยอ้างว่าถูกโกง และไม่ยอมคืนเงินให้ ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวมีวงแชร์หลายร้อยวงมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท
                
          น.ส.บี(นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับ น.ส.หน่อย เท้าแชร์ เนื่องจากเป็นผู้ปกครองของเพื่อนลูกเจอกันเกือบทุกวัน ตั้งแต่ลูกของตนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนตอนนี้ลูกของตนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้ว ที่มั่นใจร่วมลงทุนเพราะน.ส.หน่อยมีฐานะทางครอบครัวที่ดี ประกอบกับผู้ปกครองคนอื่นๆ ก็บอกว่าทางน.ส.หน่อยได้เปิดให้มีการร่วมลงทุนมาเป็นปีแล้ว ในช่วงแรกตนได้ดอกเบี้ยคืนมาตรง เช่น ตนลงทุนไป 150,000 บาท ในหนึ่งสัปดาห์จะได้ดอกเบี้ยคืนมา 30,000 บาท หรือคิดเป็น 8% ต่อมาน.ส.หน่อยก็ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนเพิ่ม ตนเห็นว่าได้เงินคืนมาจริง ได้ดอกเบี้ยดี จึงร่วมลงทุนเพิ่มต่อ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่โอนเงินไปน.ส.หน่อยกลับบอกว่า แชร์ล้มแล้วเนื่องจากถูกโกง และบอกให้ตนรอเดี๋ยวจะคืนเงินให้แต่ไม่รู้จะคืนให้เมื่อไหร่ หากอยากได้ให้ไปฟ้องเอา
            
          ขณะที่ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ในข้อหาฉ้อโกง เกิดกับบุคคลหลายคนต่อเนื่องกัน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายแชร์ออนไลน์ฉ้อโกงประชาชน  ดังนั้น ทาง บก.น.4 จะได้ระดมพนักงานสอบสวนหลายนาย ให้มาช่วยกันทำงาน โดยหลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อทำคดีให้รวดเร็วยิ่งขึ้น