
"ภูมิธรรม" ซัด "บิ๊กตู่" เลิกยืดเวลา อยู่ในอำนาจ
"ภูมิธรรม" ซัด "บิ๊กตู่" อย่า เอาอนาคตประเทศ-ความเดือดร้อนของปชช. เป็นตัวประกัน ชี้ เลิกยืดเวลา อยู่ในอำนาจ
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้ฟังคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วรู้สึกไม่สบายใจกับความคิดเห็นของท่านและคณะ ต่อสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน เพราะนายกฯ กำลังอธิบายถึงการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ โดยพยายามผนวกปัญหาความเดือดร้อนที่ประชาชนกำลังเผชิญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงของประเทศ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของการกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่อาจทำให้ประเทศของเราก้าวเดินไปข้างหน้าหรือล้าหลังผิดทางไปอีกอย่างน่าเสียดาย
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สถานการณ์ประเทศ สภาวะสังคมทุกวันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่ยากจนหรือเป็นผู้ที่ขาดโอกาสกำลังประสบกับปัญหาที่ซับซ้อนในการดำรงชีวิต เป็นภาระโดยตรงที่รัฐบาลหรือผู้มีบทบาทในการดูแลประเทศ จะต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการแสวงหาหนทางคลี่คลายปัญหาของพวกเขา ตนเชื่อมั่นว่าบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ได้พยายามเฝ้าติดตามดูบทบาท และการทำงานของคณะคสช. ที่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งสิ่งที่ดำเนินการ เป็นสิ่งที่มีคนจำนวนมากเห็นแตกต่าง และไม่มั่นใจว่าเป็นทิศทางการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับความต้องการแท้จริงของพวกเขา
นอกจากนี้ปัญหาด้านเศรษฐกิจปากท้องนับตั้งแต่วันที่ท่านเข้ามาบริหารประเทศ ท่านได้ยุตินโยบายต่างๆ ที่ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนเกือบทั้งหมด จากวันนั้นถึงวันนี้ เรายังไม่เห็นนโยบายรูปธรรมที่ช่วยคลี่คลายปัญหาของคนกลุ่มนี้อย่างเป็นที่น่าพอใจ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรที่ยากจนยังไม่ได้รับการแก้ไขและซ้ำร้ายหนักขึ้นกว่าเดิม
"อย่างไรก็ตามภาพสะท้อนวิธีคิดที่ขาดความเข้าใจในการคลี่คลายปัญหาให้ประชาชนคือ นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จำกัดการใช้จ่ายของประชาชนเฉพาะร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่เข้าใจปัญหา สิ่งที่ต้องทำ คือ พยายามกระจายทรัพยากรไปสู่คนที่มีรายได้น้อย โดยมุ่งให้ประชาชนมีสิทธิอิสระในการจับจ่ายใช้สอยอย่างสอดคล้องความต้องการที่แท้จริงของตัวเขาเอง หากรัฐบาลไม่จำกัดประเภทการใช้จ่ายเงินจะถูกกระจายไปอีกหลายรอบ สร้างการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ "
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจากน้ำท่วมที่ จ.อ่างทองและได้ทราบว่า ยังมีพื้นที่อีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับภาวะความเดือดร้อนจากปัญหาภัยพิบัติ การอดทนอยู่กับภาวะน้ำท่วมมานานกว่า 3 เดือน นับเป็นปัญหาที่ถูกดูดายและประชาชนขาดความมั่นใจ เพราะรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วนและอย่างเต็มที่
"ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจและกระทำควบคู่กันไปกับการแก้ไขปัญหา และการดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือ การนำพาประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ทั่วโลกเขายอมรับและเรียกร้อง อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนให้แก่ประเทศ เพื่อให้หลุดพ้นจากอำนาจเฉพาะกลุ่มที่ลดสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชน อันเป็นความห่วงใยที่นานาประเทศวิตกกังวลและจับตามอง"
เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.ป. พรรคการเมืองประกาศใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.60 และมีสภาพบังคับให้พรรคการเมืองต้องดำเนินกิจกรรมหลายอย่างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเงื่อนไขของกระบวนการทำงานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตยเป็นข้อกำหนดให้บรรดาพรรคการเมืองต้องทำงานประสานกับพี่น้องประชาชน เพื่อรับรู้ปัญหาและความต้องการที่พวกเขากำลังเผชิญ ประชาชนก็จะได้แนวนโยบายที่มีผู้คิดขึ้นเองจากส่วนกลางที่ไม่สะท้อนความต้องการ และความจำเป็นของพวกเขา
นายภูมิธรรม กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น ภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลสามารถใช้อำนาจพิเศษเช่น มาตรา 44 ดำเนินการอะไร อย่างไร กับใครก็ได้ สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจ และการลงทุนในประเทศการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อแก้ปัญหา และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองโดยเร่งด่วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งปฏิบัติ และเป็นเรื่องเดียวกันกับ การแก้ปัญหาและความเดือดร้อนในชีวิตที่ประชาชนกำลังเผชิญ
"ทั้งนี้ปัญหาความเชื่อมั่นของประชาชนในประเทศและนานาชาติ กับปัญหาความเดือดร้อนต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ปัจจุบันเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ควรมีใครหรือผู้ใด นำปัญหาใดปัญหาหนึ่ง มาเป็นข้ออ้าง และกล่าวว่า ต้องทำไปทีละเรื่อง ต้องรอเรื่องนั้นสำเร็จก่อนจึงจะเริ่มเรื่องนี้ คำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นเพียงการดึงเรื่องให้ช้าลง การเดินตามโรดแมป กำลังกลายเป็นข้ออ้างต่อนานาชาติที่จับตามอง แต่ในความเป็นจริงก็เป็นการมุ่งหวังให้พรรคการเมืองทำงานล่าช้า ยืดเวลาเพื่อให้การทำงานขัดต่อกระบวนการ เป็นการตัดตอนพรรคการเมืองในอีกนัยหนึ่ง"
นายภูมิธรรม ยังกล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากนี้อย่าแยกเรื่องความมั่นคงของประเทศ และความเดือดร้อนของประชาชนออกจากกัน เพื่อยืดเวลาอยู่ในอำนาจ หรือเพื่อสืบทอดอำนาจของตนและพวกพ้องให้ยาวนานออกไป รัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจ ไม่มีสิทธิและไม่มีความชอบธรรม ที่จะเอาอนาคตของประเทศและความเดือดร้อนของประชาชน มาเป็นตัวประกัน เพื่อการดำรงอยู่ในอำนาจต่อไป



