
ผู้ว่าการกรุงสำโรงดูงานประทับใจวิถีพอเพียง
ผู้ว่าการกรุง สำโรง เขมร นำคณะดูงานสุรินทร์ ประทับใจวิถีพอเพียง เตรียมเสนอ พ่อเมืองอุดรมีชัยดันเป็นวาระจังหวัด
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้กำหนดจัดโครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคประชาชนไทย - กัมพูชา ในพื้นที่ชายแดนระหว่างจ.สุรินทร์และจ.อุดรมีชัยขึ้นในระหว่างวันที่ 25- 28 ก.ย.นี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาชนไทยและกัมพูชา รวมทั้งกระชับความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐองทั้งสองประเทศในพื้นที่ชายแดน โดยคณะซึ่งประกอบด้วยตัวแทนส่วนราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมด้วยคณะผู้แทนเกษตรกร คณะศิลปินพื้นบ้าน และสื่อมวลชน รวม 30 คน เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการเกษตรและพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์
นายสุวัฒน์ แก้วสุข อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านเกษตรกรรม และการส่งเสริมอาชีพของประชาชนไทยกับกัมพูชา ได้ทำต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยเกิดจากแนวคิดว่าประชาชนตามแนวชายแดนทั้ง 2 ประเทศนี้มีประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งภาษาพูดที่คล้ายคลึงกัน จึงน่ามีกิจกรรมในเชิงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศเกิดความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น และเพื่อประโยชน์ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในอนาคตข้างหน้าต่อไป
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า การส่งเสริมอาชีพของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลทั้งสองประเทศที่ต้องการพัฒนาด้านความสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน ซึ่งโครงการศึกษาดูงานครั้งนี้เพื่อดูว่าในพื้นที่มีอะไรที่น่าสนใจ มีอะไรที่น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุดเป็นอันดับแรก
นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ และอุดรมีชัย ถือเป็นเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกันในทุกด้านประชาชนมีการไปมาหาสู่กันอย่างสนิทสนมมาเป็นเวลาช้านาน เรามีวัฒธรรม ประเพณี และภาษาพูดคล้ายคลึงกันเป็นพี่น้องกัน รัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจน ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน การคมนาคมขนส่ง การสาธารณสุข ตลอดจนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชาให้เกิดความสันติสุข และเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน และให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในฐานะประเทศเพื่อนบ้านทั้งในระดับประชาชนกับประชาชนและในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลต่อไป
ด้านนายทน นล ผู้ว่าการกรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ และสัมผัสได้ถึงความเป็นพี่น้องกันระหว่างคนอุดรมีชัยกับสุรินทร์ ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม ความเข้าใจและการพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน วันแรกได้เห็นหมู่บ้านทอผ้าไหม และศูนย์คชศึกษา และได้เดินทางมาที่มูลนิธิพัฒนาอีสานซึ่งคณะได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียง เรื่องการเผาถ่านจากกิ่งไม้และเศษไม้เล็ก ซึ่งถือว่าเป็นความรู้ใหม่ของพวกเรา เพราะชาวบ้านที่อุดรมีชัยที่ผ่านมาจะเผาถ่านจากต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยใช้แกลบหรือขุดดินกลบซึ่งไม่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
“ความรู้ที่ได้จากการศึกษาดูงานครั้งนี้ มีประโยชน์อย่างมาก เมื่อกลับไปแล้วจะสรุปรวบรวมความรู้ที่ได้มาทั้งหมดนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อจัดเป็นนโยบายระดับจังหวัดในการส่งเสริมเรื่องกสิกรรมพอเพียง ซึ่งหากท่านผู้ว่าฯเห็นดีด้วยก็อาจจะมีงบประมาณบางส่วนที่มาจากรัฐบาลมาช่วยสนับสนุนโครงการนี้ด้วย” ผู้ว่าการกรุงสำโรง กล่าว



