ข่าว

"พล.อ.ประวิตร"เปิดงานดีเฟนซ์แอนด์ซีคิวริตี้ 2017

"พล.อ.ประวิตร"เปิดงานดีเฟนซ์แอนด์ซีคิวริตี้ 2017

06 พ.ย. 2560

"พล.อ.ประวิตร"เปิดงานดีเฟนซ์แอนด์ซีคิวริตี้ 2017  ปลื้มจัดงานยิ่งใหญ่คาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเสร็จปีหน้า 

             6 พ.ย.60 ที่อาคาร 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานดีเฟนซ์แอนด์ซีคิวริตี้ 2017 (Defense & Security 2017) ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ 

             พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดงานว่า การจัดงานที่ผ่านมาเป็นที่ยอมรับว่างานนี้มีความสำคัญในระดับภูมิภาคเอเชีย และเป็นงานนิทรรศการทางทหารที่นำอาวุธ ยุทธปกรณ์ทันสมัยจากนานาประเทศมาจัดแสดงครอบคลุมทุกมิติอย่างครบถ้วน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยมีอาวุธ ยุทธปกรณ์ทางทหาร รวมถึงการบรรเทาสาธารณภัยมาร่วมจัดแสดงในงานครั้งนี้ ดังนั้นตนขอบคุณกระทรวงกลาโหมจากมิตรประเทศ ผู้แทนเอกอัคราชทูต และทุกคนที่ให้เกียรติมางานนี้ รวมถึงผู้ประกอบการที่มาร่วมแสดงอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ในงานครั้งนี้
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.อ.ประวิตร เดินชมอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในนิทรรศการ เมื่อมาถึงบูธอาวุธปืน มาเจอกับ พล.อ เตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา  โดย พล.อ.ประวิตร จับอาวุธปืนและแสดงท่าทางหยอกล้อ พล.อ.เตีย นันห์ เรียกเสียงหัวเราะจากคนในงาน จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้เข้าหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สิงคโปร์ , ยูเครน และแอฟริกาใต้

            พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุยว่า งานครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มากกว่าครั้งที่แล้ว โดยเฉพาะประเทศที่ร่วมมือกับประเทศเรา แต่เรายังไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเรากำลังรอผ่านร่างกฎหมาย ซึ่งคาดว่าในปีนี้ยังไม่เสร็จเพราะน่าจะเสร็จราว ๆ ปีหน้า ทั้งนี้เราตั้งเป้าจะทำอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้สำเร็จ รวมทั้งตั้งโรงงานซ่อมบำรุง และซ่อมสร้าง อย่างไรก็ตามหากโครงการนี้สร้างเสร็จทุกเหล่าทัพก็จะซื้ออาวุธ ยุทโธปกรณ์ของเราเอง เพราะทุกเหล่าทัพร่วมในโครงการนี้ อีกทั้งเรื่องนี้ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นการผลิตอาวุธในราคาที่ถูก หากเราผลิตแพง เราจะซื้อทำไม ยืนยันว่าการสร้างโรงงานซ่อมสร้าง ไม่ล่าช้า เพราะเราเพิ่งเริ่มดำเนินการ และขอรับรอว่าสำเร็จแน่นอน 

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานยังมีการนำเสนอยุทโธปกรณ์และยุทธภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง 3 เหล่าทัพและมีขนาดใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาค รวมถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพื่อกิจการความมั่นคงภายในจากผู้ประกอบการและผู้ผลิตชั้นนำกว่า 400 รายจาก 50 ประเทศ รวมทั้งพาวิลเลี่ยนนานาชาติกว่า 25 ประเทศ อาทิ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี จีน เกาหลี และรัสเซีย

            ขณะที่ พล.อ.อ. จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวถึง กระแสข่าวที่  เว็บไซต์ The Diplomat เว็บไซต์ข่าวเกี่ยวกับเอเชียแปซิฟิครายงานว่า เบื้องต้นคาดว่ากองทัพอากาศ อยู่ระหว่างการเตรียมจัดหาเครื่องบินลำเลียงใหม่ มาทดแทน C-130 จำนวน 12 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ที่จะมาแทน UH 1 จำนวน 16 ลำ ว่า กองทัพอากาศไม่มีแผนจะจัดซื้อเครื่องบินลำเลียง C-130 เนื่องจากไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ มีการเตรียมทยอยปลดประจำการอยู่แล้ว และจะนำ EC725 เข้าประจำการแทนที่ ซึ่งมีการอนุมัติไปเมื่อนานมาแล้ว