ข่าว

"ศุภชัย"ให้การปฏิเสธสู้คดีทุจริตเงินสหกรณ์คลองจั่น

"ศุภชัย"ให้การปฏิเสธสู้คดีทุจริตเงินสหกรณ์คลองจั่น

06 พ.ย. 2560

อัยการขอรวมสำนวนคดีฉ้อโกง-ฟอกเงิน หลังสอบคำให้การ "ศุภชัย" อดีต ปธ.สหกรณ์คลองจั่น

           ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 6 พ.ย.60 เวลา 09.30 น. ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.3056/2560 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4  เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 60 ปีอดีตประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด , น.ส.ศรัณยา มานหมัด อายุ 53 ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการและรองผู้จัดการใหญ่สหกรณ์ ฯ , นายลภัส โสมคำ  อายุ  57 ปี อดีตเลขานุการกรรมการสหกรณ์ ฯ และนายกฤษฎา มีบุญมากอายุ 43 ปี อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ สหกรณ์ฯ เป็นจำเลยที่ 1 – 4 ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง ,ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,265,268,334,335 

           กรณีเมื่อวันที่19 ต.ค.50 - 1 มี.ค.55 ต่อเนื่องกัน จำเลยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ โดยลักเอาเงินของสหกรณ์ฯ 10,812,663,995.29 บาทไปโดยใช้วิธีร่วมกันสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารของสหกรณ์ฯผู้เสียหาย แล้วนำไปเบิกเงินสดจากธนาคารไปเป็นของตนเองโดยทุจริตทำให้มีเงินหายไปจากระบบบัญชี 

          นอกจากนี้พวกจำเลยยังได้ทำเอกสารเงินกู้ปลอมและเอกสารปลอมอื่นที่เกี่ยวข้องขึ้นมาต้องการไม่ให้ผู้ตรวจบัญชีตรวจพบหรือสงสัยในระบบบัญชี โดยคดีสหกรณ์ฯ นี้เป็นสำนวนที่ 5 ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 28 ก.ย.60 ที่ผ่านมา โดยขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงิน 10,812,663,995.29 บาทแก่สหกรณ์ฯผู้เสียหายด้วย

        ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ จำเลยที่ 1 ที่ถูกคุมขังในเรือนจำบางขวาง จากคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ 22,132,000 บาท สำนวนแรกที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 7 ปี และเบิกตัว น.ส.ศรัณยา อดีต ผช.ผจก.สหกรณ์ จำเลยที่ 2 ที่ถูกขังในทัณฑสถานหญิงกลางเพราะไม่ได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณาคดี มาจากเรือนจำเพื่อสอบคำให้การ โดยเมื่อศาลสอบคำให้การ จำเลยทั้งสี่ ก็ให้การปฏิเสธ

         ขณะเดียวกันช่วงเช้าวันนี้ ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลก็นัดตรวจสอบหลักฐาน คดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น , นายมณฑล กันล้อม อดีตประธานสหกรณ์ฯ , นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการ , นางทองพิน กันล้อม อดีตกรรมการ, นายณัฐวัฒน์ ปิยพัชร์เมธี อดีตผู้จัดการสหกรณ์,นายอารีย์ แย้มบุญยิ่ง ผู้จัดการสหกรณ์ , น.ส.ศรัณยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการสหกรณ์ ,น.ส.วาริศา เอกชัยจินดาวัฒน์ อดีตกรรมการสหกรณ์ ,นางจันทร์ฉาย ขันธะหัตถ์ รองผู้จัดการสหกรณ์ , นายธนากร น่าบัณฑิต อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ,นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตเจ้าหน้าที่สหกรณ์ และนางวันเพ็ญ ยอดดี อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงิน เป็นจำเลยที่ 1-12  ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 

          กรณีระหว่างเดือน ม.ค.51 - ธ.ค.55 ร่วมกันทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับสมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ จำนวน 28 ราย รวมเงินสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาท โดยมิได้มีการกู้ยืมเงินกันจริง และร่วมกันทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ โดยโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันคืนเงินให้ผู้เสียหาย รวม 2,254 รายด้วย ซึ่งอัยการยื่นฟ้องเมื่อเดือน พ.ย.59 ที่รวมสำนวนพิจารณาคดีเดียวกับที่อัยการยื่นฟ้อง นายศุภชัย , น.ส.ศรัณยา และนางทองพิน คดีหมายเลขดำ ฟย.47/2559 ฐานร่วมกันฟอกเงินกรณีทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์ฯ กับสมาชิกสมทบซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือคณะบุคคลที่ไม่ได้ถือหุ้นในสหกรณ์ฯ รวม 28 ราย จำนวนเงินตามสัญญากู้ยืม 11,858,440,000 บาทโดยไม่มีการกู้ยืมเงินกันจริง ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อเมื่อวันที่ 30 พ.ย.59

         โดยนายวันชัย บุนนาค ทนายความของนายศุภชัย อดีต ปธ.สหกรณ์ฯ เปิดเผยว่า การตรวจหลักฐานคดีฉ้อโกงฯ และฟอกเงินที่รวมสำนวนกันนี้ อัยการโจทก์ ได้เตรียมพยานหลักฐานในส่วนของคดีฉ้อโกงมาพร้อมแล้ว ส่วนคดีฟอกเงินยังไม่เรียบร้อยทั้งหมด ดังนั้นจึงเลื่อนการตรวจหลักฐานคดีออกไปก่อน ขณะที่อัยการก็ได้แถลงขอรวมสำนวนฉ้อโกงและฟอกเงินนี้ รวมกับสำนวนคดีลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่งสอบคำให้การเช้าวันนี้ด้วยและศาลอนุญาตให้รวมสำนวนได้ ดังนั้นจึงนัดตรวจหลักฐานคดีทั้งหมดนี้อีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ.61

         นายวันชัย ทนายความของนายศุภชัย กล่าวถึงคดียักยอกทรัพย์สำนวนแรกที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 7 ปีว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนรอยื่นฎีกา โดยอัยการโจทก์ก็ขอขยายระยะเวลาฎีกาไว้ด้วย