ข่าว

สนช.อุ้ม 'พัชรวาท-บุญเรือง' นั่งกมธ.ป.ป.ช.

สนช.อุ้ม 'พัชรวาท-บุญเรือง' นั่งกมธ.ป.ป.ช.

06 พ.ย. 2560

"พรเพชร" อุ้ม 'พัชรวาท-บุญเรือง' นั่งแก้ กม.ปปช. ชี้ แค่ถูกกล่าวหา

            6 พ.ย.60 –ที่รัฐสภา  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมการนั่งเป็นกรรมาธิการร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ,พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ว่า   ส่วนตัวได้เห็นข้อท้วงติงผ่านทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับการเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ ของพล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.ท.บุญเรือง  ซึ่งเป็นบุคคลที่มีผู้กล่าวหาเป็นคดีอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)แล้ว ซึ่งตามขั้นตอนของการตั้งคณะกมธ.วิสามัญฯนั้นจะดำเนินการโดยการให้คณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะเสนอชื่อบุคคลมาให้วิปสนช.ก่อนส่งให้ที่ประชุมสนช.พิจารณาและกมธ.หนึ่งคนจะเป็นกมธ.พิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ไม่เกินคนละ 2 คณะ และเมื่อมีการเสนอชื่อผ่านมายังที่ประชุมสนช.แล้ว ประธานสนช.ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ เพราะทำได้แค่เพียงการพิจารณาให้ที่ประชุม ไม่ได้ดำเนินการผิดข้อบังคับการประชุมสนช. แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่คณะกมธ.วิสามัญฯต้องพิจารณาต่อไป

               เมื่อถามว่า การให้บุคคลที่ถูกกล่าวหาและมีคดีอยู่ในป.ป.ช.มาพิจารณากฎหมายของป.ป.ช.เหมาะสมและเป็นการดำเนินการที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าคดีของสมาชิกสนช.ทั้ง 2 คนนี้อยู่ในขั้นตอนไหนของป.ป.ช. แต่กมธ.ที่พิจารณากฎหมายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์หรือความถูกต้องของบุคคลใด และหลักของการประชุมกมธ. ถ้าบุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าประชุมในเรื่องนั้น จึงต้องไปดูในประเด็นข้อกฎหมายว่าเกี่ยวข้องกับท่านหรือไม่

              เมื่อถามว่า ตราบเท่าที่สมาชิกสนช.ทั้ง 2 คนยังไม่ถูกชี้มูลความผิด ก็ยังสามารถเข้าประชุมกมธ.ได้ใช่หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ยังไม่มีประเด็นที่ถามมาก่อน และถ้าว่ากันตามข้อบังคับการประชุมสนช.ก็ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในกมธ.ป.ป.ช.ก็มีพล.ต.อ.วัชรพล ประสารกิจ ประธานป.ป.ช และนางสุภา ปิยะจิตติ  ป.ป.ช.เข้ามาทำหน้าที่ ตนก็ได้ถามท่านและทำความเข้าใจ และทั้งสองคนก็บอกว่าถ้ามีประเด็นเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ป.ป.ช.จะไม่เข้าประชุมในเรื่องนั้น

            เมื่อถามว่า ในด้านของความเหมาะสมว่าหากให้ทำหน้าที่ต่อไป อาจจะมีความเสี่ยงว่าจะมีการออกกฎหมายที่เกิดประโยชน์ได้เสียต่อคดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของป.ป.ช.หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายขอให้ไว้ใจกมธ.และไว้ใจที่ประชุมสนช. ส่วนตัวคิดว่าคณะกมธ.ทั้ง 35 คนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และกรณีที่สื่อมวลชนหรือสังคมที่จับตามองอยู่ว่ากมธ.ท่านใดจะโน้มเอียงไปในทางที่ไม่ถูกต้องนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและจะเป็นการเตือนไปยังกมธ.

               "ผมเชื่อมั่นและเอาเกียรติยศของผมเป็นประกันว่า สนช.จะไม่ออกกฎหมายที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและไม่เป็นกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง" นายพรเพชร กล่าว

               นายพรเพชร ยังกล่าวถึง การเปิดรับสมัครกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสิ้นสุดในวันที่ 10 พ.ย. ว่า  ถ้าถึงเวลานั้นแล้วมีผู้สมัครจำนวนไม่มาก จะต้องนำเรื่องปรึกษากับประธานศาลฎีกาเพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาต่อไป จึงยังตอบในเวลานี้ไม่ได้ว่าจะต้องใช้กระบวนการเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 มาร่วมรับการสรรหาหรือไม่

              นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี  ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) กล่าวถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือกสมาชิกเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่า โดยปกติการจะเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆนั้น ก็จะเป็นการเสนอจากคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภานิติบัญัติ แต่การเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)นั้น ทางนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ได้วางแนวทางไว้คือ สมาชิกคนใดที่สนใจจะมาเป็นกรรมาธิการ พ.ร.ป.ฉบับใด ก็ให้แจ้งความจำนง เช่น  นายกล้านรงค์ จันทิก สนช.ลงชื่อขอเป็นกรรมาธิการ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น

             นายวัลลภ กล่าวว่า รายชื่อที่แจ้งความประสงค์ก็จะส่งให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ในฐานะประธานกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณา หากร่างพ.ร.ป.ชุดใดมีสมาชิกสนใจเกินจำนวนก็จะมีการไกล่เกลี่ย ซึ่งพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็ลงชื่อเป็นกรรมาธิการ ป.ป.ช.ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการนั่งเป็นกรรมาธิการเป็นเรื่องของสังคมที่มุ่งมาถึงตัวบุคคล ซึ่งทุกอย่างก็อยู่ที่เจ้าตัวจะพิจารณา