
ปิดสะพานเชื่อมวิภา-ดอนเมือง โจทย์แก้วิกฤตจราจรคอขวด
กรมทางหลวงปิดสะพานเชื่อมวิภา-ดอนเมือง โจทย์แก้วิกฤตจราจรคอขวด
ฤกษ์ดีคืนนี้สี่ทุ่มตรง กรมทางหลวงจะปิดสะพานเข้าท่าอากาศยานดอนเมือง ใครมีธุระปะปังในสนามบินโปรดทราบและกรุณาวางแผนการเดินทางของท่านให้ดี คนที่มีตารางบิน ขอแนะนำว่าควรเผื่อเวลาให้มากเข้าไว้
ความจริงแล้ว สะพานแห่งนี้ กรมทางหลวงวางแผนว่าจะปิดและทุบทิ้ง เพื่อขยายถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออกช่วง กม.24+279 หรือ บริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง (ระหว่างประเทศ) โดยการปรับปรุงเพิ่มช่องจราจรทางตรงเป็น 3 ช่องจราจรตั้งแต่ 1 กันยายน 2560 มาแล้ว แต่ต้องชะงักไป เพราะเกิดข้อท้วงติงเกี่ยวกับแผนงานขยายถนน
แต่ล่าสุดหลังจากหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกันใหม่ก็ได้ข้อสรุปว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2560 เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป กรมทางหลวงจะเริ่มปิดสะพานและลงมือทำงานตรงจุดนี้ทันที
เพื่อให้เห็นภาพสำหรับคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเส้นทางและนึกไม่ออกว่าสะพานที่ว่านี้อยู่ตรงไหน ให้นึกภาพสะพานคล้ายสะพานเกือกม้า หรือสะพานเข้าห้างสรรพสินค้าบางแห่ง เมื่อขับรถมาจากในเมือง ผ่านหลักสี่ เมื่อมาถึงดอนเมืองช่วง กม.24+279 หรือ บริเวณหน้าอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศจะเห็นทางขึ้นสะพานเบี่ยงอยู่ด้านซ้าย ตัวสะพานจะวนคล่อมถนนวิภาวดีรังสิตข้ามไปอีกฝั่งเพื่อส่งรถเข้าไปในสนามบิน
หรือบางคนอาจจะลองนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ มหาจำลอง และ สนธิ ลิ้มทองกุล พากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดสนามบินดอนเมือง เพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปลายปี 2551 ก็ได้ เขาใช้สะพานนี้แหละเดินขบวนเข้าไปและปักหลักชุมนุมกันอยู่นาน
พูดถึงสะพานแห่งนี้ถูกสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้สนามบินดอนเมืองมายาวนานหลายสิบปี แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้การจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิตติดขัด เพราะทางขึ้นสะพานกินเนื้อที่เข้ามาบนถนน แทนที่รถทางตรงจะวิ่งได้3เลนส์ไปจนถึงรังสิต กลับต้องมาเบียดกันเหลือ2เลนส์เป็นคอขวดอยู่ตรงนี้
ดังนั้นตั้งแต่คืนวันที่ 6 พฤศจิกายน เป็นต้นไปจนถึงกันยายนปีหน้า รถทุกคันที่วิ่งมาจากถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก จะเข้าสนามบินดอนเมือง ต้องเลี่ยงไปใช้ทางเข้าอื่นแทน
สะพานเข้าคลังสินค้า สนามบินดอนเมือง ซึ่งอยู่หน้าคลังสินค้าก่อนถึงอาคารผู้โดยสาร เป็นตัวช่วยที่หนึ่ง เมื่อข้ามเข้าไปในบริวณคลังสินค้าแล้วสามารถใช้เส้นทางภายในขับต่อไปจนถึงส่วนที่เป็นอาคารผู้โดยสารได้ไม่อยาก
ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ (ลงท่าอากาศยานดอนเมือง) ก็สามารถเข้าถึงตัวสนามบินได้สะดวก แต่ถ้าเลยจากนี้ไปให้สังเกตสะพานกลับรถฐานทัพอากาศ ให้ดี เมื่อเห็นแล้วให้ชิดซ้าย ขับขึ้นสะพานไปลงฝั่งตรงข้าม จากนั้นให้ใช้ช่องทางประตู 3 (ฝั่งขาเข้า) แค่นี้ก็ถึงที่หมายปลายทางได้เหมือนกัน
อย่างไรก็ดี แม้ว่ากรมทางหลวง รวมทั้งทางท่าอากาศยาน เคยประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับแผนการปิดสะพานเพื่อขยายช่องทางจราจรมาเป็นระยะแล้ว แต่ก็ยังมีความห่วงใยจากมนตรี เดชาสกุลสม ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง ที่เกรงว่าอาจมีประชาชนบางส่วนไม่ทราบข้อมูลแล้วเกิดความสับสน จึงแนะนำให้เผื่อเวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันปัญหาตกเครื่อง เพราะปกติสะพานนี้มีรถเข้าสนามบิน 3-4พันคันต่อชั่วโมง เมื่อถูกปิดไป อาจทำให้รถไปกระจุกตัวที่จุดกลับรถฐานทัพอากาศ จนส่งผลกระทบต่อการจราจรในภาพรวมได้ ซึ่งก็ตรงกับคำแนะนำของส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ย้ำว่าผู้โดยสารสายการบินควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. กำกับดูแลงานจราจร เสริมว่า ช่วงทดลองปิดสะพานเมื่อ2เดือนก่อน พบปัญหาที่ทำให้เกิดการชะลอตัวของรถ ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทางมากขึ้น
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น.
ขณะที่นายตำรวจระดับปฏิบัติงานด้านการจราจรถนนวิภาวดีรังสิต อธิบายว่า สะพานที่ข้ามเข้าไปในสนามบินดอนเมืองที่เป็นลักษณะคอขวดนั้น ไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้รถติดหนัก แต่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การระบายรถจากเส้นรองเข้าสู่เส้นหลักตามแยกต่างๆ ขณะเดียวกันช่วงนี้ถนนพหลโยธินกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทำให้ประชาชนเลี่ยงหันมาใช้ถนนวิภาวดีรังสิตมาก
“ช่วงปิดสะพานอยากให้สนามบินลดลูกระนาดในสนามบินลงด้วย เพราะข้างในรถวิ่งไม่ค่อยเร็วมากอยู่แล้ว แต่การที่มีลูกระนาดเยอะๆ ทำให้รถต้องชะลอตัว เมื่อรถชะลอตัวก็ส่งผลให้ด้านนอกบนถนนวิภาวดีฯชะลอตัวตามไปด้วย”
สภาพจราจรโดยเฉพาะช่วงเย็นที่ผู้คนเลิกงานหรือเลิกเรียนเดินทางกลับบ้านก็จะทำให้ท้องถนนมีความหนาแน่นทุกๆเย็นถึงค่ำมืด
ชนิกานต์ แก้วทอง นักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ มองเห็นอนาคตตัวเองว่า 1 ปี หลังจากนี้การเดินทางไปมหาวิทยาลัยคงต้องลำบากหน่อย แต่เชื่อว่าการปิดสะพานเพื่อขยายถนนจะทำให้ทุกคนสะดวกสบายขึ้นในวันข้างหน้า เพียงแต่ขอความชัดเจนเรื่องระยะเวลาเท่านั้น
เช่นเดียวกับ ขนิษฐา ปลอดภัย ใช้รถใช้ถนนผ่านจุดนี้เป็นประจำ ก็ยกมือเชียร์ด้วยคน บอกว่า เห็นด้วยกับการขยายช่องทางจราจร แม้จะใช้ระยะเวลาปิดปรับปรุงนานกว่า 1 ปี แต่เชื่อว่าหลังจากนั้นการจราจรน่าจะดีขึ้น อาจจะทนลำบากหน่อยในช่วงที่มีการก่อสร้างปรับปรุงถนน
แต่ มานิตย์ กมลปิตุพงศ์ โชเฟอร์แท็กซี่ วัย 60 ปี หากินย่านดอนเมืองมานาน กลับไม่ค่อยชอบใจนัก มองว่าแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะทำใหม่ทำไม ยิ่่งทำรถยิ่งติดหนักกว่าเดิม
ส่วน ป้าบุญมี โพนเสน ปีนี้อายุ 58 ปี แล้ว ขึ้นรถเมล์หน้าวัดดอนเมือง ไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ศาลปกครองทุกวัน แต่ไม่เคยรู้เรื่องการปิดสะพานเพื่อขยายถนนวิภาวดีรังสิต แต่ถึงอย่างไรชีวิตประจำวันก็ยังต้องตื่นตีห้าเพื่อมารอรถเมล์เหมือนเดิม เพราะปกติที่นี่ก็รถติดอยู่แล้ว แต่ถ้าติดหนักกว่าเดิมก็คงต้องตื่นให้เช้าขึ้นไปอีก
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอทำความเข้าใจทิ้งท้ายว่า การปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ถนน และลดปัญหาการจราจรหนาแน่นในอนาคต เพราะบริเวณนั้นมีลักษณะเป็นคอขวด สำหรับการปรับปรุงคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจราจรแน่นอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อำนวยความสะดวกในจุดต่างๆ รวมถึงเตรียมรถยกในกรณีที่มีรถเสียหรือมีเหตุขัดข้อง โดยให้ประสานงานบูรณาการกับ บก.จร. ทล. ทอ.ดอนเมือง และ สน.พื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงเวลาปรับปรุงดังกล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.
อย่างไรก็ดี หากประชาชนมีปัญหา หรือสงสัยประการใด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ,02-5520409 สายด่วนจราจร 1197 ท่าอากาศยานดอนเมือง 02-5351892, 02-5351065
......................................................
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม



