ข่าว

พท.เตรียมยื่นปปช. สอบทรัพย์สินพล.อ.สนธิสัปดาห์หน้า

พท.เตรียมยื่นปปช. สอบทรัพย์สินพล.อ.สนธิสัปดาห์หน้า

27 ก.ย. 2552

" โฆษกพท. " เผยเตรียมทวงกกต.ถามความคืบหน้าเงินบริจาคปชป. 258 ล้าน หลังเรื่องเงียบ ขณะที่ฝ่ายกฎหมายพรรค ร่างหนังสือเตรียมยื่นป.ป.ช. สอบทรัพย์สินพล.อ.สนธิ อดีตประธาน คมช. – คณะรัฐประหาร สัปดาห์หน้า

 (27 ก.ย.)  ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อ 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) เร่งตรวจสอบ เรื่องเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ การบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง และการตรวจสอบทรัพย์สินของคณะผู้นำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 ว่า หลังจากที่นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ยื่นให้ กกต. ตรวจสอบรับเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ จากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด ( มหาชน) จำนวน 258 ล้านบาท และกรณีที่พรรคประชาธิปตัย์นำเงินสนับสนุนที่ได้จาก กกต. จำนวน 29 ล้านบาทไปใช้ผิดประสงค์ โดยที่ผ่านมา กกต. ใช้เวลาสืบสวนสอบสวนมานานแล้ว ก็ควรจะเร่งสรุปสำนวนและมีมติโดยไม่ต้องเกรงใจรัฐบาล หรือกลัวอำนาจบารมีของบุคคลที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความกล้าหาญในความเป็นอิสระของตนเอง โดยวันจันทร์ที่ 28 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ตนซึ่งได้รับมอบหมายจานายเกียรติอุดม จะไปยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ กกต. เพื่อทวงถามความคืบหน้าในเรื่องนี้

 ส่วนกรณีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การบุกรุกที่ของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีที่ปัจจุบันเป็นองคมนตรีนั้น ที่ผ่านมาตนได้ยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ นายก ฯ เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีไว้นาน 1 เดือนมาแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไปทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญที่จะพิสูจน์ความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ ว่าจะสามารถดำเนินการเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนที่บุกรุกป่าหรือไม่ ซึ่งบ้านที่อยู่บนเขายายเที่ยงของพล.อ.สุรยุทธ์ มีการพิสูจน์และโดยภูมิประเทศชัดเจนแล้วว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน แต่กลับปล่อยให้เจ้าของบ้านนอนหลับพักผ่อนอย่างสบาย ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ไม่กล้าดำเนินการ ก็เป็นการพิสูจน์ว่านายอภิสิทธิ์ ขาดภาวะผู้นำ และเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจนเช่นเดียวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร.ที่พิสูจน์ให้เห็นการไร้ภาวะผู้นำของนายอภิสิทธิ์มาแล้ว

 “นายอภิสิทธิ์ ไปพูดที่สหประชาชาติว่าในระบอบประชาธิปไตยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์กลับยังไม่ดำเนินการเอาทรัพย์ที่เป็นของแผ่นดินกลับคืนมา ทำให้เห็นว่าปากพูดดูดี แต่การปฏิบัติของรัฐบาล 9 เดือนที่ผ่านมากลับไม่ใช่ ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ยังนิ่งเฉยไม่สั่งรื้อถอนบ้านพักของพล.อ.สุรยุทธ์ที่บุกรุกที่ป่าโดยเร็ว ผมและฝ่ายกฎหมาย จะแจ้งความดำเนินคดีนายอภิสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 ภายในสัปดาห์หน้า ” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการยื่นหนังสือให้ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินผู้นำการปฏิวัตินั้น คาดว่าฝ่ายกฎหมายจะดำเนินการได้ภายในอังคารที่ 29 ก.ย.นี้ เนื่องวันที่ 30 ก.ย.จะครบกำหนด 2 ปี ที่ป.ป.ช.จะอำนาจตรวจสิบคณะบุคคลที่นำการยึดอำนาจได้ หลังจากพ้นตำแหน่ง 2 ปีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยการยื่นหนังสือให้ตรวจสอบนั้นเพราะมีกระแสข่าวว่า นายพลบางคนที่นำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 มีทรัพย์สินเงินทองมากมายที่จะเข้าลักษณะที่มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงต้องให้ป.ป.ช. ตรวจสอบคณะบุคคลที่ร่วมกันยึดอำนาจทั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.อดีต ผบ.ทบ. , ผบ.ทร.รวมทั้ง ผบ.ทอ. โดยตนมั่นใจว่าการตรวจสอบของ ป.ป.ช.จะทำได้ไม่ยาก เพราะบุคคลเหล่านี้รับราชการ มีเงินเดือนที่แน่นอน ซึ่งหากพบว่ามีใครไม่สามารถแสดงที่มาของทรัพย์สินได้ ทรัพย์สินนั้นก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน

 “ การตรวจสอบ พล.อ.สนธิ หัวหน้าคณะปฏิรูการปกครอง ฯ ยังต้องย้อนไปถึงว่าเมือครั้งดำรงตำแหน่ง ได้ใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎรตามประกาศ คปค.ดังนั้นเมื่อพ้นจากตำแหน่ง ควรต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะให้ ป.ป.ช. ดำเนินการด้วย เพราะไม่เช่นนั้นหากข้อเท็จจริงพบว่า ปฏิวัติแล้วรวยไม่ผิดกฎหมาย ก็จะกลายเป้นค่านิยมผิด ๆ ให้นายทหารรุ่นหลังทำการปฏิวัติอีก ” โฆษกเพื่อไทยระบุ