ข่าว

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ที่ยูเอ็น

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ที่ยูเอ็น

27 ก.ย. 2552

วันนี้ (27 ก.ย.)  เวลา 09.00 น.  ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา   นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่  37  ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  ดังนี้  

ช่วงที่ 1

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ผมต้องบันทึกรายการนี้จากนิวยอร์กนะครับ ก่อนที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทย เพราะว่าขณะนี้ในเวลาที่นิวยอร์กก็เป็นเวลาประมาณเกือบจะตีหนึ่งของวันเสาร์นะครับ  เช้าวันเสาร์นี้ปฎิบัติภารกิจที่สหประชาชาติเสร็จ  ก็จะขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับไป  ก็จะไปถึงกรุงเทพฯ ค่ำหรือดึกของวันอาทิตย์แล้ว  ซึ่งรายการนี้ต้องออกอากาศไปแล้วนะครับ สัปดาห์นี้ในช่วงที่ 2 จะมีการเก็บบรรยากาศจากการที่ผมเดินทางมาที่สหรัฐฯ และไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเป็นการบรรยายที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของการเมืองไทย  จุดยืน หลักคิด แนวทางของรัฐบาลในการที่จะพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย  พร้อมทั้งมีการตอบข้อซักถามกับนักศึกษาและผู้ที่สนใจที่เข้ามาฟังในวันนั้นด้วย  

สำหรับในช่วงแรกครับแม้ว่าผมทราบว่า พี่น้องประชาชนจำนวนมากก็คงจะได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการมาปฏิบัติภารกิจของผมที่สหรัฐอเมริกา ก็จะใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อสรุปครับว่า  ผมเดินทางมาครั้งนี้มีภารกิจหลัก 3 ด้าน ข้อแรกนั้นเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการประชุมของสหประชาชาติ  ส่วนนี้สิ่งที่สำคัญคือว่าโลกปัจจุบันมีปัญหาที่เป็นปัญหาระดับโลก หรือปัญหาที่ข้ามชาติอยู่หลายปัญหา  ต้องการความร่วมมือในการแก้ไข  และสิ่งที่หลายประเทศ หลายฝ่ายมีความคาดหวังก็คือว่าการแก้ไขปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด  เพราะฉะนั้น องค์กรที่ได้รับการคาดหมายอย่างมากก็คือสหประชาชาติเอง  ประเทศไทยก็เป็นสมาชิกครับ  และผมก็ต้องการที่จะมายืนยันว่าเราสนับสนุนการใช้เวทีสหประชาชาติในการแก้ไขปัญหาทั้งหลายที่คนทั้งโลก รวมทั้งประเทศไทย ประชาชนคนไทย กำลังเผชิญอยู่  

เพราะฉะนั้น ในช่วงตลอดสัปดาห์ก็มีกิจกรรมหลายกิจกรรมครับ  ผมได้มีการหารือ พบปะหารือกับท่านเลขาธิการสหประชาชาติในปัญหาสำคัญ ๆ ที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน  ได้เข้าร่วมประชุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมคือปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศเป็นการเฉพาะ  และได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมใหญ่  โดยสิ่งที่ผมได้นำเสนอคือแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  หรือความพอเพียง  ซึ่งน่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาที่อยู่ในความสนใจของชาวโลกทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งนี้ก็เกิดขึ้นจากความไม่พอเพียงคือความโลภนั่นเอง  หรือจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม  ซึ่งก็เกิดจากความไม่พอเพียง  อย่างที่เราใช้ทรัพยากรกันอย่างสิ้นเปลือง  และรวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ในโลก ซึ่งก็เกิดจากความสุดโต่งคือความไม่พอเพียง  เพราะฉะนั้น  นี่คือแนวทางที่ได้มานำเสนอต่อสหประชาชาติในการเดินทางมาครั้งนี้  

ภารกิจด้านที่ 2 คือมาในนามของประธานอาเซียน  เพื่อเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศ G 20 ซึ่งได้มีการประชุมกันและได้ข้อยุติในเรื่องสำคัญ ๆ  เช่น  การที่จะต้องเดินหน้าในการประสานนโยบายทางการเงิน การคลัง  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เศรษฐกิจของทุกประเทศและของโลกเติบโต นำไปสู่การสร้างงาน จ้างงาน  สร้างโอกาส สร้างรายได้ ให้ประชาชน  การที่จะต้องวางแนวทางในการป้องกันไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้เกิดขึ้นอีก  ซึ่งก็รวมไปถึงการปรับกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสถาบันการเงินไปจนถึงการปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่สำคัญ ๆ  เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก  ซึ่งก็มีหลักการสำคัญที่จะเป็นประโยชน์กับเราก็คือการเพิ่ม 10 เสียงของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา  นอกจากนั้นครับในที่ประชุม G 20 ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานสนับสนุนการเจรจาการค้า การเจรจาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม  ก็คือเป้าหมายของการทำอย่างไรให้การเจรจาการค้ารอบโดฮาประสบความสำเร็จ  การเจรจารอบนี้ถ้าประสบความสำเร็จนั้น  สินค้าเกษตรของไทยก็จะได้ประโยชน์อย่างมาก  ส่วนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นต้องการที่จะผลักดันให้มีข้อยุติที่ดีในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกนในช่วงปลายปีนี้   

ในโอกาสที่ได้ประชุมสหประชาชาติและ G 20 นั้นผมได้มีโอกาสพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำประเทศจำนวนมาก  ตั้งแต่ท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่านนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่  ไปจนถึงประเทศคู่ค้าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีจีน  นายกรัฐมนตรีอินเดีย  นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  และประธานาธิบดีอินโดนีเซีย  รวมไปถึงทั้งกลุ่มประเทศในยุโรป ในอเมริกาใต้ด้วย  ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่ได้มีการพบปะพูดคุยกันก็จะเป็นส่วนที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์และการทำงานที่จะไปสานต่อ โดยอาจจะเป็นรัฐมนตรีผู้แทนการค้าหรือแม้กระทั่งภาคเอกชน  ดำเนินการไปได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น   ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทย  

ภารกิจส่วนสุดท้ายด้านที่ 3 ก็คือการมาสร้างความเชื่อมั่นโดยการพบปะกับนักลงทุน ผู้ค้า รวมไปถึงผู้ประกอบธุรกิจทางด้านต่าง ๆ เพื่อชักชวนให้เกิดการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ในประเทศไทย  กิจกรรมตรงนี้มีค่อนข้างมากนะครับ และได้รับการตอบสนองในทางที่ดี   โดยเฉพาะอย่างก็คือว่าหลายฝ่ายมีความเชื่อมั่นมีความประทับใจในสังคมไทย ในคนไทยอยู่แล้ว  แล้วมองเห็นถึงแผนการที่ชัดเจนในการกระตุ้นและฟื้นเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน  ที่อาจจะมีข้อสงสัยบ้างก็จะเป็นเรื่องของปัญหาทางการเมือง  ซึ่งก็เป็นเรื่องปกตินะครับ  การที่เขาได้รับข่าวสารต่าง ๆ ผ่านสื่อสารมวลชน  ผมได้มีโอกาสตอบข้อซักถามแลกเปลี่ยนกันค่อนข้างมากนะครับ  และคิดว่าจะทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น  ผมมั่นใจนะครับว่าในเดือน 2 เดือนข้างหน้าถ้ามีการขยายการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐฯ ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น  และเราก็คงจะได้ติดตามต่อไป  เพราะว่าการที่เขาสนใจที่จะมาค้าขายลงทุนหรือมาท่องเที่ยวในประเทศไทย สุดท้ายก็ล้วนแล้วแต่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งสิ้น

เอาล่ะครับในช่วงสัปดาห์นี้นะครับ  เวลาที่เหลือก็จะเป็นการเก็บบรรยากาศอย่างที่ผมได้เรียนไปในตอนต้น  คงจะขอทิ้งท้ายไว้อีกเพียง 2 ประเด็นครับในสัปดาห์นี้  ประเด็นแรกก็คือว่า เรารู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่คนไทยของเราทางสหรัฐฯ ได้ร่วมมือกัน  และทำวิจัยในเรื่องของวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโรคเอดส์  แม้ว่าในขณะนี้ผลที่ได้ออกมาคือสามารถที่จะลดความเสี่ยงลงได้ประมาณร้อยละ 30  อาจจะยังไม่มากนัก  แต่ว่าเป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาเองก็รายงานข่าวเรื่องนี้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องของการทดลองและวิจัยวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับเอดส์  ก็อยากจะแสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้  ก็ถือว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งซึ่งได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติของเรา   

และสุดท้ายครับเนื่องจากว่ารายการนี้จะเป็นรายการสุดท้ายของเดือนกันยายนปีนี้  วันที่ 30 กันยายนครับ  เรามีข้าราชการอาวุโสจำนวนมากที่จะเกษียณอายุ  ก็อยากจะขอถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้รับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองมา  ส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร  และขอส่งความปรารถนาดี  ผมเชื่อว่าหลายท่านครับแม้ว่าจะเป็นเกษียณอายุราชการไปแล้ว  ก็คงจะสามารถที่จะมาช่วยงานบ้านเมืองประเทศชาติในสถานะต่าง ๆ  ก็อยากจะส่งความปรารถนาดีไปยังทุกท่านที่จะเกษียณอายุราชการในโอกาสนี้ด้วยครับ พักกันสักครู่ครับ  เดี๋ยวกลับมาดูบรรยากาศของการเดินทางไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในช่วงการเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ครับ