
อาสามาเป็นนายกฯไม่มีสิทธิ์รำคาญ
"วัชระ"แนะ"บิ๊กตู่" 2 ทางเลือก ปมรำคาญถูกรุมถามปลดล็อคการเมือง ทนรำคาญทำงานต่อไปหรือตัดรำคาญ ลาออกไปเลี้ยงหลาน ติงปปช.บ่น ขอพบนายกฯยาก ต่างจากเจ้าสัว-กลุ่มทุน
นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่าอย่าถามเรื่องปลดล็อคพรรคการเมืองมาก เพราะรำคาญว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องตระหนักว่า ท่านคือนายกรัฐมนตรีของประเทศ ไม่ใช่หัวหน้าคณะปฏิวัติเท่านั้น ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีของประชาชน ท่านไม่มีสิทธิเอ่ยคำพูดที่ทำให้ประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่ว่ากรณีใดๆเพราะท่านเลือกเสียสละมาแล้วที่จะทำหน้าที่ดูแลประชาชนของพระราชา จึงควรดูพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเป็นตัวอย่างว่า ทหารที่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วได้รับการยอมรับจากพรรคการเมืองและประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเขาทำตัวกันอย่างไร เพราะอะไรชาวบ้านและพรรคการเมืองจึงยอมรับ แม้ว่าจะไม่มีมาตรา44 และไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ที่สำคัญคือ ไม่มีการทุจริตอย่างมโหฬารเหมือนรัฐบาลนี้ แค่ท่านเอ่ยคำว่า รำคาญ ผู้ฟังก็เสียความรู้สึกกันแล้ว หากประชาชนตะโกนว่า รำคาญนายกฯบ้าง ท่านจะรู้สึกอย่างไร นายกฯจึงมี2ทางเลือก 2 คือ มุ่งมั่นทำงานต่อไปให้ประเทศราบรื่น อย่าใส่ใจในคำวิพากษ์วิจารณ์ อย่ารำคาญใคร เพราะไม่มีใครพ้นจากคำติฉินนินทาไปได้ แต่ถ้านายกฯยังคงรำคาญ ก็ขอแนะนำให้กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน เพราะคงไม่มีใครไปถามท่านให้รำคาญอีกต่อไป
"ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ที่ตั้งใจไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช แม้ฝนตกหนัก ท่านก็ไป ผมขออนุโมทนาสาธุ แต่เมื่อท่านไปภาคใต้ ท่านควรเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรชาวยาง สวนปาล์ม และพี่น้องประมงเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือปัญหาราคายางตกต่ำ พืชผลการเกษตรตกต่ำ และปัญหาจากการออกกฎหมายของรัฐบาลท่าน ควรจัดให้ผู้แทนเกษตรกรต่างๆเหล่านี้เข้าพบแค่กลุ่มละ 5 นาที ทั้งที่ไปถึงบ้านเขาแล้ว ทำไมไม่แสดงความจริงใจในการรับปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ ไม่ควรให้เกษตรกรยกขบวนมาที่ทำเนียบรัฐบาลหรือต้องส่งฃ หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศ ประชาชนบ่นว่า ขอพบนายกฯยากเย็นแสนเข็ญ ไม่เหมือนพวกเจ้าสัว กลุ่มทุนทั้งหลาย" นายวัชระ กล่าว



