
ออกเดทกับพลังงานลมชมพลังงานน้ำณลำตะคอง
ทริปชิล ชิล .. 19-20 กย. 52 ที่ผ่านมา 2 วันกับ 2 บรรยากาศเต็มอิ่ม สูดพลังงานธรรมชาติเต็มปอด
“พลังงานลม-พลังงานน้ำ” พลังงานทางเลือกจากธรรมชาติ ในยุคที่โลกกำลังป่วยไข้จากก๊าซเสียต่างๆ ที่ก่อตัวขึ้นเป็นภาวะเรือนกระจก พลังงานเหล่านี้มีคนถามหากันมากขึ้น หน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับการผลิตพลังงาน พยายามพัฒนาขึ้นมาตอบสนองความต้องการให้ได้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่เพียงพอก็ตามที
กังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ไหน?
ถามไป หลายคนบอกไม่รู้ บางคนก็เดากันวุ่น เพราะเห็นมีกังหันตั้งอยู่ที่นั่นที่นี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่แหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต หรือที่บ้านอ่าวไผ่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ล้วนเป็นแหล่งรับลมริมทะเลทั้งนั้น ทริปนี้เลยต้องไปชมให้เห็นกันจะจะ กังหันลมใหญ่ที่สุดที่ตั้งรับลมอยู่บนเขายายเที่ยง เหนือลำตะคอง จ.นครราชสีมา
เราชาวคณะนับไปนับมาได้ 94 ชีวิต ออกเดินทางโดยรถบัส 2 คัน จากโรงไฟฟ้าบางกรวย มุ่งหน้าโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อทำความรู้จักที่มาที่ไปของพลังงานลมและพลังงานน้ำ รวมถึงฟันเฟืองสำคัญของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ
...โชคดี ที่ชาวคณะมีโอกาสชมโรงไฟฟ้าใต้ดิน ใครจะคิดว่า ใต้ถนนผ่านลำตะคองมุ่งสู่อีสานช่วงหนึ่ง มีโรงไฟฟ้าอยู่ข้างใต้ โรงไฟฟ้าใต้ดินที่ว่านี้ เป็นอุโมงค์ลึกเข้าไปราวกิโลเมตรเศษ และอยู่ลึกจากผิวดินลงมาประมาณ 350 ม.
อุโมงค์ที่พาเข้าไป ฉาบผนังเรียบถึงปลายทางเป็นห้องขนาดมหึมา เสียแต่ว่ายังอยู่ระหว่างซ่อมแซม เราจึงไม่มีพื้นที่ให้เดินเกะกะได้มากนัก พร้อมคำเตือนแกมขู่ “ไฟตามบ้านแค่ 220 โวลต์ แต่ที่โรงไฟฟ้ามีกำลังถึง 16,000 โวลต์เชียวนะ” อืมม์...พลาดก็ถึงยมบาลชัวร์...ฮา
หลังตื่นเต้นกับโรงไฟฟ้าใต้ดินที่เป็นตัวผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งจากพลังงานน้ำ และพลังงานลมแล้ว ชาวคณะเดินทางกันต่อขึ้นไปบนเขายายเที่ยง เพื่อชมวิวทิวทัศน์เหนืออ่างเก็บน้ำ และแน่นอน กังหันลมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 2 ตัว ด้วยขนาดความสูง 68 เมตร ผลิตไฟฟ้าได้ 1.25 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำ และเป็นเป้าหมายหลักของนักล่ารางวัลจากภาพถ่าย ที่มีโจทย์ “กังหันลมไร้มลภาวะ” และ “ธรรมชาติควรค่าแก่การอนุรักษ์” เพื่อชิงเงินรางวัลจาก กฟผ. เจ้าของสถานที่ รวมมูลค่าถึง 50,000 บาท
หลังอิ่มตาอิ่มใจอิ่มแดด วันนี้ท้องฟ้าเปิดโล่ง เมฆเป็นปุยสวย แสงยูวีแผดเต็มที่ เราก็เดินทางกลับ แวะรับประทานมื้อเที่ยง ที่ร้านอาหาร "สวนเมืองพร" มื้อนี้ดูจะเป็นมื้อหนักมื้อแรกของทริป ทุกคนเลยเอ็นจอยเป็นพิเศษ
จากสวนเมืองพร เราเดินทางกันต่อไปยังที่พัก รีสอร์ทหรูท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา “เบลล์วิลล่า” หรือชื่อไทยๆ ว่า “มอม่วนหลาย” อยู่บนเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ ถึงที่พัก...คณะ สว.ของเรา ก็ทำให้คนที่ปรามาสต้องผิดหวัง เพราะไม่มีแสดงอาการเหนื่อยอ่อนให้ละเหี่ยใจ แต่พร้อมใจกันเล่นกิจกรรมวอล์กแรลลี่ 4 ฐานอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเข้าที่พักอาบน้ำอาบท่า เพื่อเตรียมพร้อมเป็น Cowboy-Cowgirl สำหรับงานค่ำคืนสุดพิเศษนี้
18.00 น. คาวบอย คาวเกิร์ล คาวแมน คาววูเมน ก็เต็มฟลอร์ สังสรรค์ร่วมกัน อาหารหรูจากโรงแรม เสริมด้วย วัวหัน หมูหัน มีเสิร์ฟไม่อั้น บนเวทีก็มีการแสดงจากคณะลูกทริป ทั้ง 4 กลุ่ม เป็นที่สนุกสนาน ด้านนอกเวที คณะกรรมการตัดสินภาพถ่าย ที่มีทั้งจาก กฟผ. เนชั่น และ ทีมงานรายการนิยมกล้อง รวม 7 ชีวิต ก็หน้าดำคร่ำเคร่งกับการเฟ้นหาภาพถ่ายที่ทั้งถูกใจ-ถูกโจทย์ ...ภาพที่ได้รางวัลมาติดตามชมได้ที่ www.oknation.net/blog/radio นะคะ
ค่ำคืนนี้ชื่นมื่นกันไป ทั้งคนให้และคนได้รับรางวัล แรลลี่ที่สะสมคะแนนกันมาเมื่อเย็น ก็มีแจกรางวัลกันค่ำนี้ และช่วงเวลาที่ทั้งฮาทั้งเสียวบนเวที ก็เห็นจะไม่พ้นเกม “รูดไข่” ที่พิธีกรคนสวยจากเนชั่นทีวี จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ มาร่วมแข่งด้วย ปรากฏว่าเป็นคู่เดียวที่ทำเวลาได้ดี แถมไข่ไม่แตก คว้าที่ 1 ไป แม้คุณพี่ผู้ชายที่ต้องยืนเป็นเป้านิ่งให้คุณจอมขวัญใส่ไข่ไก่สดๆ ใต้ขากางเกง รูดขึ้นไปออกทางปลายแขนเสื้อ จะยืนเสียวแล้วเสียวอีก...ฮา
ดึกได้ที่ จึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะหลายคนจะลุกขึ้นมาตักบาตรกันแต่เช้าตรู่ บางคนก็ถือโอกาสตื่นมาเล่นน้ำในสระใหญ่ของโรงแรม
09.30 น. คณะของเรา 2 บัส เริ่มออกเดินทางกันอีกครั้ง แวะไปนมัสการพระพุทธาจารย์ โต พรหมรังสี หรือ หลวงพ่อโต องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ อ.สีคิ้ว วัดนี้ สรพงศ์ ชาตรี พระเอกศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นคนเรี่ยไรเงินมาจัดสร้าง ก็มาที่วัดด้วย หลายคนเลยถือโอกาสถ่ายรูปคู่กับพระเอกขวัญใจวัยดึก
ไหว้พระขอพรกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับ ระหว่างทางแวะรับประทานอาหารเที่ยง ที่ร้าน “บ้านไม้ชายน้ำ” ก็บอกแล้วว่าคณะของเรา สว.ทั้งนั้น บรรยากาศเก่าๆ ย้อนยุคของร้าน ก็เลยเรียกเสียงชื่นชมได้ไม่ยาก แม้หลายคนจะเหนื่อยอ่อนจากที่ต้องเดินจากถนนไปที่ร้าน ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในซอยราว 300 เมตรก็ตามที เหตุเพราะรถรางที่นำมารับส่งเกิดเกเร หิวน้ำมันขึ้นมาซะดื้อๆ
อิ่มหนำกับมื้อเที่ยง แวะช็อปของฝากที่มวกเหล็ก ก่อนเดินทางกลับถึงจุดเริ่มต้นที่ กฟผ.บางกรวย ก็ได้เวลาแดดร่มลมตกพอดี รอยยิ้ม ถ้อยคำขอบคุณจากลูกทริป สว.ทุกคนยังฝังลึกในความทรงจำ รวมถึงถ้อยคำที่บอกว่า
“มีทริปหน้าก็ส่งข่าวถึงกันบ้างนะ” เพียงเท่านี้ มือใหม่หัดบริการอย่างพวกเรา ก็เป็นปลื้ม ยิ้มไม่หุบไปหลายวันแล้วค่ะ



