
รู้ยัง !? ต้นกำเนิด ‘ประเพณีวางเพลิงแบบสุ่ม’
เผยโคมไฟลอยใช้ในการอื่น ไม่เกี่ยวกับงานยี่เป็งหรือลอยกระทง ยันไม่เคยมีมาก่อน พ.ศ. 2541
เพจ Drama-addict ได้แชร์โพสต์ของ Sornsak Ott Ekkarattana เผย ต้นกำเนิดปล่อยโคมไฟ ‘ลอยกระทง’ ชี้ ไม่ใช่ประเพณีลอยกระทงดั้งเดิมของเชียงใหม่ ยันไม่เคยมีมาก่อน พ.ศ. 2541 ระบุ
" เรื่องที่ผมเสียใจมากๆ และเพื่อนๆ ที่ร้านด่าผมมากคือ เรื่องลอยโคมไฟนี้ครับ เป็นเรื่องจริงที่ต้องเล่าเพื่อแก้ไข เพื่อทำความจริงให้กระจ่าง แม้บางคนอาจซ้ำเติม
ก็ใครจะไปรู้ว่ามันจะบานปลายไปกันใหญ่ขนาดนี้ล่ะครับ
คือตัวผมเองนั้นก็นับได้ว่าเป็นคนสูงอายุ และเป็นคนเมืองเชียงใหม่แท้ โตมากับประเพณียี่เป็ง เห็นมาตั้งแต่รอบนอกเมืองเชียงใหม่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก็เห็นมีแต่แห่ขบวนประกวดกระทงและมีนางนพมาศนั่ง แล้วริมน้ำทุกแห่งโดยเฉพาะริมแม่น้ำปิง จะมีคนมาลอยกระทงกันเนืองแน่น เช่น เชิงสะพานนวรัฐ และหน้าที่ทำการเทศบาล..ท่าน้ำหลังวัดต่างๆ ในน้ำจะเต็มไปด้วยกระทงจุดเทียนไขไหลรวมๆ กัน ลอยล่องส่องสว่างมองดูเหมือนแม่น้ำไฟ สวยงามติดตาครับ ท้องฟ้าว่างเปล่ามีเพียงพระจันทร์สวยเด่นเต็มดวง
แล้วคืนหนึ่งในปี '98 หรือ พ.ศ. 2541 ยุคนั้นถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพยังปล่อยให้คนขับรถขึ้นไปชมวิวแสงไฟของตัวเมืองยามราตรี มองลงมาสวยงามดีครับ หนุ่มสาวต่างพากันขับรถขึ้นไปเป็นกลุ่มๆ บ้างไปดื่มเหล้าร้องเพลงเล่นดนตรี บ้างพลอดรักกันตามสุมทุมพุ่มไม้ สนุกกันบนนั้นยันสว่าง
เช้าขึ้นมาถุงยางอนามัยและขยะจากขี้เมากลาดเกลื่อนดอย สมควรแล้วที่ต่อมาทางการเขาห้ามขึ้นดอยกลางคืนไปเลย
คืนนั้นผมขึ้นไปนั่งดูดดื่มกับเพื่อนๆ แล้วเหลือบมองบนท้องฟ้าด้านวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผมเห็นดวงไฟประหลาดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระลอก สวยงามมากมีฉากหลังเป็นพระจันทร์เต็มดวง
ผมกำลังมึนๆ ได้แต่อุทานว่า โอสวยแฮะ
อยากรู้ขึ้นมาทันใด จึงรีบขับรถขึ้นไปวัดพระธาตุฯ แล้วเดินขึ้นบันไดนาคแทบตาย แต่ก็สมหวัง เพราะเจอคนแก่สองสามคนกำลังจุดไฟปล่อยเจ้าโคมไฟนี้ขึ้นสู่ฟ้า ตรงลานชมวิวของวัด ผมถามเขาว่า นี่เรียกว่าอะไรครับ แกบอกว่า "ว่าวไฟ"
ผมบอกว่าไม่เคยเห็นเลย จุดทำไม?
ดูเหมือนเขาจะตอบว่า จุดไปไหว้พระจุฬามณีอะไรนี่แหละ ก็ไม่แน่ใจครับ และผมไม่ได้สนใจตรงนั้นหรอก จึงไม่อยากจำ แต่ผมสนใจเพราะว่า ผมทำร้านอาหารริมน้ำปิง และมองว่าอันนี้จะเป็น gimmick ไว้ให้ลูกค้าตื่นตาคืนลอยกระทงที่กำลังจะมาถึง จึงถามว่า เอามาจากไหน ก็ได้ความว่า ที่บ้านบ่อสร้างมีสะหล่า (ช่าง) ทำว่าว และทำดอกไม้ไฟโคมไฟต่างๆ เขารับทำ รุ่งขึ้นผมจึงรีบไปตามหาแล้วสั่งทำห้าสิบลูก รู้มั้ยครับ คุณลุงคนทำแกไม่เชื่อว่าจะสั่งเยอะขนาดนั้น ผมต้องชำระเงินล่วงหน้า (เดี๋ยวนี้แกร่ำรวยมาก เพราะมีคนสั่งทำมากมายเป็นพันๆ ลูกมั้ง)
เมื่อได้มาแล้ว คืนลอยกระทงของปีนั้นผมก็มาจุดปล่อยขึ้นสู่ฟ้าที่ท่าน้ำหลังร้านทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ผลคือได้รับความสนใจจากคนทั้งในร้านและรอบคุ้งน้ำ มาขอช่วยปล่อยและถ่ายรูปกันครับ
จำได้ว่ามันลอยโดดเดี่ยวขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่ามีแต่พระจันทร์
ปีนั้น โน้ต อุดม มาแวะเที่ยวและช่วยปล่อยขึ้นฟ้า โน้ตถามผมว่า เขาเรียกอะไร ผมยังบอกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็มั่วว่า ปล่อยลอยทุกข์ลอยเคราะห์ แหะๆ ก็พึ่งเคยเห็นเหมือนกันนี่นา
แล้วผมก็ทำแบบนี้ในคืนลอยกระทงปีต่อๆ มาครับ แต่เพียงสองสามปีผ่านไป ตามแผงขายกระทงริมถนนจะมีเจ้าโคมไฟนี้วางขายกันพรึบทุกแผง ท้องฟ้าเริ่มเต็มไปด้วยโคมไฟ เกิดเรื่องไฟไหม้ร้านค้าในกาดหลวง และบ้านเรือนเพราะโคมไฟหล่นใส่
ซ้ำธุดงค์สถานของธรรมกายที่แม่โจ้ ปล่อยสู่ฟ้าเป็นหมื่นๆ ลูกอีก บ้าจริงๆ ไฟก็ไหม้บ้านชาวบ้านมากขึ้น ในร้านผมเองก็มีโคมไฟนี้ลอยมาติดยอดต้นฉำฉาริมร้าน กิ่งก้านติดไฟอยู่สูงกว่าจะดับได้ก็โกลาหลมากครับ เราจึงห้ามนำมาจุดในร้านและไม่ส่งเสริมอีกเลย
ผลที่ตามมาในด้านธุรกิจนั้นแย่มากครับ เพราะก่อนจะมีโคมไฟลอยฟ้านี้ จุดศูนย์กลางของเทศกาลลอยกระทงเคยอยู่ที่ริมแม่น้ำกลับคลายความสำคัญลง โต๊ะริมน้ำของร้านที่เคยมีคนมานั่งจับจองตั้งแต่แดดยังไม่ลับฟ้า กลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้โต๊ะริมน้ำจะยังเต็ม แต่ความกระตือรือร้นของลูกค้าที่จะมาลอยและชมกระทงริมน้ำนั้นลดลงไปพร้อมๆ กับกระทงในน้ำที่บางตาไปเรื่อยๆ ทุกปี หากเทียบกับบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยโคมไฟ เพราะมันลอยขึ้นได้จากทุกๆ ที่ของเมือง มันไม่ต้องการแม่น้ำ!!!
ที่แย่อีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมได้ยินวิทยุเขาสัมภาษณ์ท่านผู้รู้ชาวล้านนาคนหนึ่ง แกบอกว่านี่เป็นประเพณีลอยกระทงดั้งเดิมของเชียงใหม่!!@!!
แล้วทุกภาคส่วนล้วนช่วยกันประชาสัมพันธ์เผยแพร่กันไปทั่วเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
ผมยืนยันได้เลยว่ามันไม่เคยมีโคมไฟบ้านี้บนท้องฟ้าเหนือลำน้ำปิง (ที่อื่นไม่ทราบ) ในคืนลอยกระทงก่อนปี '98 หรือ พ.ศ. 2541 เลยครับ
ที่เล่ามานี้เพียงอยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า โคมไฟลอยนี้มันมีอยู่แล้วจริง แต่เพื่อใช้ในการอื่นซึ่งไม่เกี่ยวกับงานยี่เป็งหรือลอยกระทงเลย อย่ามั่ว ผมและคนเชียงใหม่ทั่วไปก็ไม่เคยรู้จักมันมาก่อนครับ "



