
สุวรรณภูมิขอความร่วมมืองดปล่อยโคมลอย จุดพลุไฟรอบท่าอากาศยาน
สุวรรณภูมิขอความร่วมมือประชาชนงดปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง และจุดพลุไฟรอบท่าอากาศยาน
วัน 1 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานการแถลงข่าวร่วมกับ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ1) นายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรปราการ และ พล.ต.ต. ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุที่อาจเกิดกับอากาศยานในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2560 ณ ห้องประชุม AOB 1 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อาคาร AOB)
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องข้างต้น ได้จัด แถลงข่าวในครั้งนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์การงดปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง พลุไฟ และการยิงลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเทศกาลลอยกระทงในเขตพื้นที่โดยรอบ ทสภ. ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ความปลอดภัยในการเดินอากาศ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายกับอากาศยาน ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลอื่น ทำให้เสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 229 และ 232 จึงมีความจำเป็นต้องทำการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เกี่ยวกับอันตรายของการปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง พลุไฟ และยิงลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบิน พร้อมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเครื่องบินประสบอุบัติเหตุจากการกระทำดังกล่าว กอปรกับมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ โคมลอย โคมควัน และวัตถุอื่น ๆ ห้ามมิให้ผู้ใดจุดหรือปล่อยบั้งไฟ โคมลอย โคมควัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตสำหรับกรุงเทพมหานครและนายอำเภอของท้องที่นั้น ๆ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของ ทสภ. ได้จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์นำไปแจกจ่ายและเผยแพร่ รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ ทสภ. เพื่อรณรงค์และขอความร่วมมือให้ประชาชนงดปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง จุดพลุไฟ หรือการยิงลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเทศกาลลอยกระทงในเขตพื้นที่โดยรอบ ทสภ. นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ติดตาม เฝ้าระวังตรวจสอบการปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง ในช่วงเทศกาลลอยกระทงโดยเฉพาะ หากพบซากโคมลอยหรือลูกโป่งลอยตกเข้ามาในเขตพื้นที่การบิน ทสภ. จะดำเนินการเร่งเก็บกู้ซากดังกล่าวโดยทันที เพื่อไม่ให้กลายเป็นวัตถุแปลกปลอมในเขตการบิน และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่ออากาศยาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงลอยกระทง ปี 2559 ที่ผ่านมาไม่พบซากโคมลอยเข้ามาตกในพื้นที่เขตการบินของ ทสภ.
นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อไปว่า หากประชาชน ชุมชน หรือหน่วยงานใดมีความประสงค์ทำการปล่อยโคมลอย จุดพลุ ดอกไม้ไฟ บั้งไฟ หรือการกระทำอื่น ๆ ในลักษณะใกล้เคียงกันให้ดำเนินการขออนุญาตล่วงหน้าก่อนดำเนินการอย่างน้อย 15 วันทำการต่อผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอท้องที่นั้น ๆ และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจะต้องกรอกแบบฟอร์มแจ้งข่าวความปลอดภัยในการเดินอากาศที่ระบุรายละเอียดของการดำเนินการดังกล่าวแจ้งต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยและหอบังคับการบิน ทสภ. ล่วงหน้าก่อน 7 วันทำการ ทั้งนี้ สามารถ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.caat.or.th สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทร. 0 2568 8831
พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมจัดแถลงข่าวในครั้งนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์และป้องกันการปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง พลุไฟ และการยิงลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเทศกาลลอยกระทง ภายในรัศมี 8 กิโลเมตร โดยรอบ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ความปลอดภัยในการเดินอากาศ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายกับอากาศยาน ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลอื่น ทำให้เสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 229 และ 232 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและดอกไม้เพลิง พ.ศ.2490 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ โคมลอย โคมควัน และวัตถุอื่น ๆ ห้ามมิให้ผู้ใดจุดหรือปล่อยบั้งไฟ โคมลอย โคมควัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตสำหรับกรุงเทพมหานครและนายอำเภอสำหรับจังหวัด
พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่าสำหรับส่วน ภ.จว. สมุทรปราการ ได้มีมาตรการระดมกวาดล้างก่อนช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในทุกรูปแบบและในช่วงวันลอยกระทงที่จะถึงนี้ ทาง ภ.จว.สมุทรปราการ ได้เล็งเห็นอันตรายจากการละเล่นในเทศกาลดังกล่าว เนื่องจากมีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ การปล่อยโคมลอย โคมควัน จุดพลุไฟ บั้งไฟหรือการฉายลำแสงขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงเวลาเทศกาลลอยกระทง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน บ้านเรือน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปได้ จึงให้ทุก สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ดำเนินการ จับกุมการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับ พลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง
โคมลอย โคมควัน เพื่อป้องกันเหตุ กำหนดมาตรการและจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการควบคุมการปล่อยโคมลอย ในเขตพื้นที่นอกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ร่องการเดินอากาศยาน(รัศมี 18 กม.) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ความปลอดภัยในการเดินอากาศยาน รวมทั้งประชาสัมพันธ์และประสานร่วมกับการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หอบังคับการบินและวิทยุการบินให้ประชาชนทราบถึงอันตรายในการปล่อยโคมลอยฯ อันเป็นความผิดตามกฎหมายและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่27/2559
นายทินกร ชูวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ในฐานะหน่วยงานให้บริการการเดินอากาศ ได้เตรียมความพร้อมทั้งในส่วนการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยปัจจุบัน ทสภ. มีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ยสูงถึง 950 เที่ยวบินต่อวัน อีกทั้งได้มีการคาดการณ์จำนวนเที่ยวบินในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ ระหว่างวันที่ 1 - 5 พฤศจิกายน 2560 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 5 วัน ประมาณ 4,750 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 4% รวมถึงได้เตรียมมาตรการบริหารจัดการการเดินอากาศในช่วงเทศกาลลอยกระทง
โดยจัดเพิ่มอัตรากำลังเพื่อเฝ้าระวังและประสานงานร่วมกับหน่วยปกครองท้องถิ่น รวมถึงควบคุมกำกับการปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติการบินไม่ล่วงล้ำเข้าพื้นที่ที่มีกิจกรรม นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ ทสภ. ในการตรวจสอบทางวิ่งทางขับเพื่อไม่ให้มีวัสดุแปลกปลอมบนทางวิ่งทางขับอันเป็นอันตรายต่ออากาศยาน โดยจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณแนวขึ้น - ลง ของเครื่องบิน และบริเวณพื้นที่โดยรอบสนามบินรัศมีประมาณ 8 กิโลเมตร อีกทั้งได้เตรียมความพร้อมในการส่งต่อข้อมูลการแจ้งรายงานจากนักบิน กรณีพบเห็นสิ่งผิดปกติที่อาจส่งผลกระผลต่อความปลอดภัยทางการบินให้ทาง ทสภ.ได้รับทราบ ทั้งนี้ ได้มีการบริหารจัดการช่วงเวลาที่เหมาะสมในการบินเข้า - ออก ทสภ. ที่ทำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ให้กับสายการบินต่าง ๆ อีกด้วย



