
2.5 VN Turbo เสริมแรงให้ วีโก้ พรีรันเนอร์
โตโยต้า ได้แนะนำไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 วีเอ็น เทอร์โบ เข้าสู่ตลาด ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ต้องเฝ้าจับตามอง ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นแบบกระบะยกสูง ทำให้ พรีรันเนอร์ รุ่นใหม่นี้ดูสวยงาม โดดเด่นอยู่แล้ว
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วม 50 ชีวิต เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ตัวนี้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำรถทั้งสองรุ่นมาทดลองขับ โดยใช้พื้นที่รันเวย์ของกองบิน 461 เพื่อเป็นพื้นที่ให้ได้ลองสมรรถนะ
เครื่องรุ่นนี้มีองค์ประกอบสำคัญ 3 สิ่งคือ ระบบเทอร์โบ แปรผัน ที่ครีบของเทอร์โบ สามารปรับเปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดได้ตามคำสั่งของคอมพิวเตอร์แบบ 32 บิท เป็นรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล 2500 ซีซี รุ่นแรกที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ในการควบคุม ช่วยให้กังหันปั๊มอากาศส่งไปยังเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะรอบต่ำหรือสูง ขณะเดียวกันก็จะได้น้ำมันจากปั๊มแรงดันสูงฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอยขึ้น ช่วยให้เผาไหม้ได้อย่างหมดจดทุกอณูละอองน้ำมัน
ขณะเดียวกันระบบอินเตอร์คูลเลอร์ที่จะช่วยลดอุณภูมิของอากาศที่ส่งมาจากเทอร์โบให้ต่ำลงก่อนจะเข้าไปยังห้องเผาไหม้ทำให้มีมวลอากาศหนาแน่นเพิ่มขึ้น ปริมาณอากาศและออกซิเจนเพิ่มขึ้นส่งผลให้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์รุ่นนี้จึงมีแรงม้าสูงสุดถึง 144 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที หรือ 106 กิโลวัตต์ที่ 3,400 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับเครื่อง 2.5 I/C ส่วนแรงบิดจะได้ 343 นิวตันเมตรที่รอบ 1,600-2,800 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้น 6% และผ่านมาตรฐานการตรวจวัดไอเสียระดับ ยูโร 3
การทดสอบเริ่มต้น โดยแบ่งผู้สื่อข่าวออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เริ่มด้วยการพิสูจน์ด้านความประหยัดน้ำมัน โดยใช้รถทดสอบ 10 คันแบ่งเป็นพรีรันเนอร์สมาร์ทแค็บ (ประตูตู้กับข้าว) 5 คันและ พรีรันเนอร์ ดับเบิลแค็บ (สี่ประตู) อย่างละ 5 คัน ให้สื่อมวลชน 20 คน จับสลากจับคู่ลงไปนั่งในรถคันละ 2 คน แต่ละคันจะได้ขับระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากพิษณุโลก มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ โดยในเส้นทางเป็นสภาพจราจร
ก่อนการขับ ได้ใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคสร้างถังน้ำมันพิเศษขนาด 5 ลิตรขึ้นมาและนำไปติดตั้งไว้ในห้องเครื่อง จากนั้นก็เปลี่ยนระบบน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันปกติมาใช้น้ำมันถังใบเล็กนี้ หลังจากขับตามเส้นทางที่กำหนดแล้วจึงเอาน้ำมันที่เหลือมาตรวจดูว่า ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตรของรถแต่ละคันใช้น้ำมันไปเท่าไหร่
หลังจากขับทดสอบสมรรถนะประหยัดน้ำมันแล้ว เข้าสู่ช่วงทดสอบด้านสมรรถนะด้านการขับขี่ เครื่องยนต์ และช่วงล่างของรถ ณ รันเวย์ของสนามบิน กองบิน 461 ซึ่งแบ่งสถานีทดสอบออกเป็นหลายรูปแบบ เริ่มด้วย การหาอัตราเร่งของรถทั้งสองรุ่น ต่อด้วยการทดสอบระบบเบรก ให้หยุดสนิทเพื่อดูระยะเบรก และเลี้ยวกลับรถแบบ U tern การขับแบบ สลาลม และสุดท้าย โตโยต้า มีการนำเอาเครื่องยนต์เดิมแต่เป็นพิกัด 3,000 ซีซี มาประกบกับเครื่อง 2.5 VN Turbo เพื่อดูอัตราเร่ง ปรากฏว่า ทั้งสองรุ่นมีอัตราเร่งแซงที่ไม่หนีกันสักเท่าไหร่
สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้มีจำหน่าย 5 สี ประกอบไปด้วย เงิน, ดำ, เทา, น้ำตาล และ น้ำเงิน ล้วนแต่เป็นสีเมทัลลิกทั้งสิ้น ยกเว้นสีดำที่เป็นดำสนิท ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 765,000 บาท สำหรับรุ่นพรีรันเนอร์สมาร์ทแค็บ ส่วนรุ่นพรีรันเนอร์ ดับเบิลแค็บ ราคา 755,000 บาท



