ข่าว

2.5 VN Turbo เสริมแรงให้ วีโก้ พรีรันเนอร์

2.5 VN Turbo เสริมแรงให้ วีโก้ พรีรันเนอร์

27 ก.ย. 2552

โตโยต้า ได้แนะนำไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 วีเอ็น เทอร์โบ เข้าสู่ตลาด ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ต้องเฝ้าจับตามอง ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นแบบกระบะยกสูง ทำให้ พรีรันเนอร์ รุ่นใหม่นี้ดูสวยงาม โดดเด่นอยู่แล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เชิญสื่อมวลชนสายยานยนต์ร่วม 50 ชีวิต เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ตัวนี้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำรถทั้งสองรุ่นมาทดลองขับ โดยใช้พื้นที่รันเวย์ของกองบิน 461 เพื่อเป็นพื้นที่ให้ได้ลองสมรรถนะ

 เครื่องรุ่นนี้มีองค์ประกอบสำคัญ 3 สิ่งคือ ระบบเทอร์โบ แปรผัน ที่ครีบของเทอร์โบ สามารปรับเปลี่ยนองศาการเปิด/ปิดได้ตามคำสั่งของคอมพิวเตอร์แบบ 32 บิท เป็นรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซล 2500 ซีซี รุ่นแรกที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ในการควบคุม ช่วยให้กังหันปั๊มอากาศส่งไปยังเครื่องยนต์ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะรอบต่ำหรือสูง ขณะเดียวกันก็จะได้น้ำมันจากปั๊มแรงดันสูงฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอยขึ้น ช่วยให้เผาไหม้ได้อย่างหมดจดทุกอณูละอองน้ำมัน

  ขณะเดียวกันระบบอินเตอร์คูลเลอร์ที่จะช่วยลดอุณภูมิของอากาศที่ส่งมาจากเทอร์โบให้ต่ำลงก่อนจะเข้าไปยังห้องเผาไหม้ทำให้มีมวลอากาศหนาแน่นเพิ่มขึ้น ปริมาณอากาศและออกซิเจนเพิ่มขึ้นส่งผลให้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องยนต์รุ่นนี้จึงมีแรงม้าสูงสุดถึง 144 แรงม้าที่ 3,400 รอบต่อนาที หรือ 106 กิโลวัตต์ที่ 3,400 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับเครื่อง 2.5 I/C ส่วนแรงบิดจะได้ 343 นิวตันเมตรที่รอบ 1,600-2,800 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้น 6% และผ่านมาตรฐานการตรวจวัดไอเสียระดับ ยูโร 3

 การทดสอบเริ่มต้น โดยแบ่งผู้สื่อข่าวออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เริ่มด้วยการพิสูจน์ด้านความประหยัดน้ำมัน โดยใช้รถทดสอบ 10 คันแบ่งเป็นพรีรันเนอร์สมาร์ทแค็บ (ประตูตู้กับข้าว) 5 คันและ พรีรันเนอร์ ดับเบิลแค็บ (สี่ประตู) อย่างละ 5 คัน ให้สื่อมวลชน 20 คน จับสลากจับคู่ลงไปนั่งในรถคันละ 2 คน แต่ละคันจะได้ขับระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จากพิษณุโลก มุ่งหน้า จ.นครสวรรค์ โดยในเส้นทางเป็นสภาพจราจร

   ก่อนการขับ ได้ใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคสร้างถังน้ำมันพิเศษขนาด 5 ลิตรขึ้นมาและนำไปติดตั้งไว้ในห้องเครื่อง จากนั้นก็เปลี่ยนระบบน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันปกติมาใช้น้ำมันถังใบเล็กนี้ หลังจากขับตามเส้นทางที่กำหนดแล้วจึงเอาน้ำมันที่เหลือมาตรวจดูว่า ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตรของรถแต่ละคันใช้น้ำมันไปเท่าไหร่

 หลังจากขับทดสอบสมรรถนะประหยัดน้ำมันแล้ว เข้าสู่ช่วงทดสอบด้านสมรรถนะด้านการขับขี่ เครื่องยนต์ และช่วงล่างของรถ ณ รันเวย์ของสนามบิน กองบิน 461 ซึ่งแบ่งสถานีทดสอบออกเป็นหลายรูปแบบ เริ่มด้วย การหาอัตราเร่งของรถทั้งสองรุ่น ต่อด้วยการทดสอบระบบเบรก ให้หยุดสนิทเพื่อดูระยะเบรก และเลี้ยวกลับรถแบบ U tern การขับแบบ สลาลม  และสุดท้าย โตโยต้า มีการนำเอาเครื่องยนต์เดิมแต่เป็นพิกัด 3,000 ซีซี มาประกบกับเครื่อง 2.5 VN Turbo เพื่อดูอัตราเร่ง ปรากฏว่า ทั้งสองรุ่นมีอัตราเร่งแซงที่ไม่หนีกันสักเท่าไหร่

 สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้มีจำหน่าย 5 สี ประกอบไปด้วย เงิน, ดำ, เทา, น้ำตาล และ น้ำเงิน ล้วนแต่เป็นสีเมทัลลิกทั้งสิ้น ยกเว้นสีดำที่เป็นดำสนิท ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 765,000 บาท สำหรับรุ่นพรีรันเนอร์สมาร์ทแค็บ ส่วนรุ่นพรีรันเนอร์ ดับเบิลแค็บ ราคา 755,000  บาท