
กกต.ไร้อำนาจขยายเวลาทั่วไปให้พรรคทำกิจกรรม
"สมชัย" โต้ "มีชัย" กกต. ไร้อำนาจขยายเวลาแบบทั่วไปให้พรรคทำกิจกรรมตามกฎหมาย เหตุต้องให้พรรคทำหนังสือขออนุญาตก่อน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า กกต. ไม่มีอำนาจขยายวันให้พรรคการเมืองเตรียมพร้อมทำกิจกรรมตามที่บทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นการทั่วไปตามที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ ซึ่งจากตรวจสอบเบื้องต้นตามบทบัญญัติระบุว่า เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องทำหนังสือเพื่อขออนุญาตขยายเวลาทำกิจกรรมพร้อมช่วงระยะเวลาต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองคือ เลขาธิการ กกต.และเป็นอำนาจที่นายทะเบียนจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ ทั้งนี้หากนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่อนุญาต ต้องส่งเรื่องมายังที่ประชุมกกต. เพื่อให้พิจารณาและมีมติสุดท้าย
"ผมคิดว่า ประธาน กรธ. พูดไม่ถูกต้อง ดังนั้นต้องย้ำให้ชัดว่าพรรคการเมืองต้องเป็นฝ่ายขอ ไม่ใช่กกต. จะขยายเวลาให้ได้เป็นการทั่วไป และพรรคไหนขอก็เป็นเรื่องเฉพาะพรรคการเมือง และจะขอได้ตามเวลาที่ยื่นเข้ามาเท่านั้น ส่วนระยะเวลาที่พรรคการเมืองขยายอาจจะไม่เท่ากันและหลักเกณฑ์การให้หรือไม่ให้นั้น เป็นดุลยพินิจของนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยผมไม่ทราบ" นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า กรณีการขยายเวลาทำกิจกรรมของพรรคการเมืองตามที่พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดนั้น ขอให้พรรคการเมืองพิจารณาด้วยว่าต้องไม่ขอขยายเวลาจนเกินเวลาวันเลือกตั้งที่ประกาศไว้ในพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้ง เพราะอาจทำให้เสียสิทธิ์ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ตามเงื่อนเวลาในบทเฉพาะกาลของพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่กำหนดเวลาให้พรรคทำกิจกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น ช่วง 90 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 5 มกราคม 2561 พรรคต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงสมาชิกพรรคการเมืองต่อกกต. โดยขั้นตอนต้องทำให้สมบูรณ์ทั้ง ตัวเลข,ตรวจสอบคุณสมบัติของสมาชิกพรรคการเมือง ภูมิลำเนา หรือการย้ายสังกัดพรรคหรือไม่ ก่อนส่งให้กกต. ทั้งนี้เหตุที่ต้องตรวจสอบภูมิลำเนาด้วยนั้น เพราะจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้งขั้นตอน (ไพรมารี่โหวต) ในส่วนของสาขาพรรคและตัวแทนจังหวัด
ทั้งนี้นายสมชัย ยังได้โชว์แอพพลิเคชั่น เคาน์ดาวน์ ที่ใช้นับเวลาถอยหลัง กำหนดเวลาครบ 90 วัน หลังจาก พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้ และให้พรรคการเมืองปรับตัว พร้อมย้ำว่าตอนนี้เหลือเวลา 65 วันเท่านั้น
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า ช่วงเวลา 180 วัน หรือครบกำหนดวันที่ 5 เมษายน 2561 พรรคต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบ 500 คน, จัดหาทุนประเดิม1ล้านบาท, เก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิก ไม่น้อยกว่า 500 คน, จัดประชุมใหญ่ แก้ไขข้อบังคับ, ตั้งสาขาพรรคและตั้งตัวแทนจังหวัด ดังนั้นช่วงเวลาดังกล่าวหากพรรคการเมืองทำไม่แล้วเสร็จต้องทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคเพื่อขออนุญาตขยายเวลา เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์หรือเสียสิทธิ์ทั้งการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและการได้รับเงินสนับสนุนพรรคการเมือง สำหรับการส่งสมัคร ส.ส. ต้องพิจารณาส่งบุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองต้องพิจารณาให้ดี ส่วนกกต.มีหน้าที่เพียงฝ่ายปฏิบัติและสนับสนุนเท่านั้น
"สำหรับการปลดล็อคทางการเมือง นั้นผมไม่ก้าวล่วง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และไม่ใช่หน้าที่กกต.ต้องประเมินห้วงเวลา แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีทางออก แต่ทางออกนั้นต้องไม่ใช่การใช้ช่องทางที่ผิดกฎหมาย เช่น การให้กกต.ขยายวันเตรียมตัวพรรคการเมืองเป็นการทั่วไป เป็นต้น" นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่าขณะนี้ กกต. เตรียมร่างระเบียบและประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับ พรรคการเมือง จำนวน 8 ฉบับไว้พร้อมแล้ว อาทิ ร่างระเบียบกกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง, ร่างประกาศกกต. เรื่องบัญชีรายชื่อพรรคและจังหวัด, ร่างประกาศนายทะเบียน เรื่องวิธีรายงานและดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ซึ่งทันทีที่ คสช. มีคำสั่งปลดล็อคทางการเมือง ไม่เกิน 3 วัน ร่างระเบียบและประกาศจะมีผลบังคับใช้ได้และจากนั้น ไม่เกิน 10 วัน กกต.จะเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค จำนวน 70 พรรค เพื่อรับฟังข้อชี้แจงและรายละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมและต่อจากนั้นประมาณ 7 วันจะเรียกประชุมตัวแทนผู้ที่จะริเริ่มก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่าขั้นตอนการอนุญาตให้จัดตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้น จะถูกพิจารณาอย่างรวดเร็ว ไม่เกิน 2 เดือนหลังจากยื่นเอกสาร ดังนั้นตนขอให้พรรคการเมืองคลายกังวล เพราะกกต.พร้อมจะอำนวยความสะดวกเต็มที่ ทั้งการชี้แจงและทำความเข้าใจ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องที่พร้อมจะจัดส่งให้ตามที่ร้องขอ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ไม่มีบุคคลใดยื่นสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กกต. นายสมชัย กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจะมีผู้ยื่นใบสมัครอย่างแน่นอน ส่วนจะได้คนที่รับผิดชอบหรือไม่ เป็นคนดีหรือไม่ ได้คนเก่งหรือไม่ หรือได้คนที่อยู่ภายใต้อาณัติบุคคลใดหรือไม่ หรือได้คนที่กล้าหาญหรือไม่ อยู่ที่กรรมการสรรหา ส่วนกกต.ชุดปัจจุบันนั้นพร้อมส่งมอบหน้าที่



