ข่าว

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

01 พ.ย. 2560

คนไทยเฮอีก“นายกฯ”สั่งกระทรวงการคลังศึกษารายละเอียด จ่อออกมาตรการช็อปช่วยชาติ“บัวแก้ว”เผย“อังกฤษ”รับปากไม่ให้สถานะลี้ภัยยิ่งลักษณ์

     เมื่อเวลา 11.50 น.วันที่ 31 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องให้ปลดล็อกทางการเมืองเพื่อดำเนินการกิจกรรมของพรรคการเมืองได้ว่า เรื่องนี้อย่ากังวล คสช.เป็นผู้กำกับดูแลและควบคุม ตนในฐานะเป็นหัวหน้าคสช. ได้ให้หลักการว่าบ้านเมืองต้องสงบเรียบร้อยปลอดภัย ไม่เกิดความวุ่นวายสับสนเพราะการเมือง ขณะเดียวกันต้องดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญซึ่งมีอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่น เพราะก็รู้และคำนึงถึงเรื่องนี้อยู่ แต่ถ้าสมมุติว่าทุกอย่างโครมครามกันทั้งหมด และท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าวันนี้ยังไม่เรียบร้อย ยังพูดจาให้ร้ายกันเยอะแยะไปหมด

     "ท่านต้องหยุดสิ หยุดเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนสบายใจ ให้ประชาชนมีความสุข ผมไม่อยากให้ประชาชนรังเกียจการเมืองหรือนักการเมือง หรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ ผมไม่ต้องการเลย หรือว่าผมจะดีกว่า มันไม่ใช่ ผมต้องการให้ทุกคนสงบและเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นธรรมาภิบาลและเป็นรัฐบาลที่มีความโปร่งใสในวันข้างหน้า วันนี้ผมพยายามทำทุกอย่าง จะเห็นได้ว่ากฎหมาย มาตรการปราบปรามการทุจริต ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมายที่เขาจะดำเนินการ ถ้าท่านจะมาบอกว่ารัฐบาลนี้ก็ทำเหมือนกัน ผมว่าไม่เหมือน ลองไปดูข้อเท็จจริงมีอะไรออกมาบ้างในช่วงที่ผมเป็นรัฐบาล ก็ได้รับการตรวจสอบทุกอัน จะผิดหรือถูกเป็นเรื่องของการตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องการเลือกตั้งต้องรอพ.ร.บ.การเลือกตั้ง ซึ่งกกต.ก็ต้องมีการคัดสรรออกมาจึงจะกำหนดร่างระเบียบกติกาออกมาได้ และประกาศพื้นที่ได้ ก็นำไปสู่ระยะเวลาการประกาศวันเลือกตั้งอีกครั้ง ทั้งหมดมีส่วนประกอบเยอะ ไม่ใช่ประกาศปลดล็อกแล้วก็โครมคราม ในขณะที่อย่างอื่นยังไม่พร้อม ก็จะวุ่นไปหมด เวลานี้บ้านเมืองก็สงบดีอยู่ การจะนำไปสู่การเลือกตั้งต้องไปโดยสงบ เมื่อเลือกตั้งแล้วก็ต้องสงบ ได้รัฐบาลที่ดี

“บิ๊กตู่”จวก “วรชัย” เป็นใครมาถาม

      เมื่อถามว่า นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายกฯ ชี้แจงอนาคตของตัวเองว่า อยากถามว่านายวรชัยเป็นใคร มันไม่ใช่ ไม่จำเป็นต้องไปตอบคำถามเขา แต่เขาควรจะตอบคำถามมากกว่า เอาแค่นั้น อนาคตเป็นเรื่องของตนเอง หลังจากนี้ไปจะตอบคำถามไม่ไปกระทบกระทั่งใคร แต่ขอให้เคารพสิทธิบ้าง เพราะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงานทุกอย่าง ทุกประเด็น ถ้าสื่อไม่ช่วยหรือคนทั่วไปไม่ช่วยและไม่เข้าใจก็จะวุ่นวาย สับสน กลับไปเหมือนเดิม ทุกคนต้องการแบบนั้นหรือเปล่า ไม่แน่ใจ ต้องถามคนไทยทั้งประเทศด้วย ใครก็ตามที่ออกมาพูดเรื่องนี้ก็ขอฝากถามกลับไปด้วยแล้วกันว่าสิ่งที่เขาจะทำให้ดีขึ้นเป็นอย่างไร และหลายคนที่ออกมาพูดก็เคยอยู่ในการบริหารมา แล้วเขาทำได้หรือเปล่า และสถานการณ์ในวันนั้นกับวันนี้ต่างกันหรือไม่ หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว วันนั้นอาจจะทำได้ แล้ววันนี้ทำไม่ได้เพราะเหตุผลอะไร ก็มีแต่คนมาติติง แต่ไม่บอกว่า แล้วจะทำอย่างไร

      “ฉะนั้นอยากให้สื่อไปถามไอ้คนที่จะมาถามผมทุกคน ว่าถ้าเป็นเขาจะทำอย่างไร พูดมาตอนนี้เลย อย่ารอพูดตอนหาเสียง ต้องพูดตอนนี้เลย ประชาชนจะได้ชื่นชมว่าดีกว่าสิ่งที่ผมทำ ถ้าไม่ถามกลับไปก็อยู่อย่างนี้ มากดทับรัฐบาลอยู่แบบนี้ ไม่เป็นธรรม การหาเสียงอะไรก็ไปเตรียมการของตัวเองไว้ จะหาเสียงอย่างไร ส่วนเรื่องสมัครสมาชิกพรรค ผมหาทางให้จนได้ จะปลดล็อกกันอย่างไรก็อย่าถามผมบ่อยนักแล้วกัน มันทำให้คิดไม่ออก มันก็เลยช้า ถ้าถามมากก็คิดไม่ค่อยออก ให้ผมคิดสรุปออกมาก่อน แล้วผมจะเปิดเผยออกมาทีเดียวจบ ทันเวลาอยู่แล้ว ขอถามว่าวันนี้ท่านไม่ได้ทำอะไรกันเลยเหรอ ก็ทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้โครมครามใช่หรือไม่ หรือว่าไม่ได้กระดิกกระเดี้ยวอะไรกันเลย 3 ปีที่ผ่านมา นักการเมืองไม่ได้ทำอะไรกันเลยเหรอ เขาก็ทำของเขา เพียงแต่ไม่เปิดเผย ไม่ต้องไปห่วงหรือกลัวว่าเขาจะทำอะไรทันหรือไม่ทัน ต้องนึกถึงคนเก่า คนใหม่ พรรคใหม่ พรรคเก่า พรรคเล็ก พรรคใหญ่ พรรคกลาง เยอะแยะไปหมด ก็ต้องมีมาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ไม่ยืนยัน “ยิ่งลักษณ์” อยู่ประเทศใด

     พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าวันนี้ยังไม่มีใครแจ้งกลับมาว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปแล้ว ทุกอย่างมีขั้นตอนและมีกฎหมายอยู่ วันนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนถอนพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว

     เมื่อถามว่ามีรายงานหรือยังว่าอดีตนายกรัฐมนตรีพำนักอยู่ที่สหราชอาณาจักร หรือประเทศใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่รู้ไม่ทราบ มีแต่การบอกเล่ากันไปมา สื่อเขียนอะไรบ้าง มีคลิป มีวิดีโอ สังคมโซเชียลก็เขียนกันไปเลอะเทอะ ข้อสำคัญคือประเทศที่อดีตนายกรัฐมนตรีพำนักอยู่ก็ต้องยืนยันกลับมา ระบบราชการเขาทำงานแบบนี้ จะไปฟังอะไรอย่างอื่นคงไม่ได้ ทุกอย่างอยู่ที่การรับรองของประเทศที่เป็นเจ้าของพื้นที่

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

เตรียมปัดฝุ่นช็อปช่วยชาติ

     นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่าวงรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถูกวิจารณ์กรณีตั้งลูกตัวเองเป็นรองเลขาธิการประจำผู้ดำรงตำแหน่งในคสช. ที่ได้รับเงินเดือนครึ่งแสนถูกนำไปเปรียบเทียบกรณีนักการเมืองตั้งเครือญาติตัวเอง อาจมีความไม่เหมาะสมว่า เรื่องนี้นายมีชัยชี้แจงไปแล้ว ทุกอย่างก็ขอให้เป็นไปตามคำชี้แจงของนายมีชัยก็แล้วกัน

    นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการช็อปช่วยชาติว่า วันนี้ได้สั่งการกระทรวงการคลังไปพิจารณาหาทางว่าจะทำโครงการช็อปช่วยชาติอย่างไร ซึ่งทำมาทุกปี ขณะที่ในปีนี้คงต้องมาศึกษาในรายละเอียดและทำให้รัดกุม ทำระยะเวลาให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ จะได้เป็นการเพิ่มการซื้อของและหมุนเวียนเงินได้มากขึ้น

มีชัยโยนกกต.ขยายวันทำเอกสาร

     ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ว่าในกฎหมายเปิดช่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุญาตขยายเวลาตามจำนวนวันที่หายไปเป็นการทั่วไปได้ ส่วนจะนับตั้งแต่วันบังคับใช้กฎหมายพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมนี้ จนถึงวันปลดล็อกพรรคหรือไม่นั้น เป็นอำนาจของกกต.ในการคำนวณเวลา ส่วนพรรคการเมืองใหม่นั้นก็อาจล่าช้าไปบ้าง ใครคิดอยากตั้งพรรค สามารถคิดวางแผนได้ แต่การประชุมยังทำไม่ได้ ต้องรอฟังคสช.ว่า จะปลดล็อกแค่ไหน เมื่อไร ตอบไม่ได้ ทั้งนี้ช่วงสุดท้ายเวลาอาจสั้นลงในส่วนของการหาเสียง แต่ช่วงการเตรียมตัวของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องทันไม่อย่างนั้นเสียหาย

“บิ๊กป้อม” ไม่ปลดล็อกพรรค

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีนักการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมืองว่า รอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาก่อน ซึ่งจะต้องดูความเหมาะสม แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ฝ่ายการเมืองสามารถดำเนินการเรื่องต่างๆ ตามกรอบเวลาของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองทันอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่สามารถบอกกรอบเวลาได้ เนื่องจากยังไม่พร้อม ขอดูเวลาที่เหมาะสม ยังไม่พร้อมพิจารณา ส่วนจะเป็นเมื่อใดไม่ทราบ แต่ยืนยันอยู่ในกรอบเวลาแน่นอน ทั้งนี้ยังไม่มีกำหนดการประชุมคสช.ครั้งต่อไป จึงยังไม่รู้ว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่

     เมื่อถามว่าที่ระบุว่ายังมีการเคลื่อนไหวอยู่นั้นจะเป็นรูปแบบใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย ยังมีการโจมตีบิดเบือนกันอยู่ ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนการเคลื่อนไหวในพื้นที่นั้นยังมีไม่ได้

“ฉุนโดนถามซื้อเครื่องจับความเร็ว

     ส่วนที่ถามว่ากรณีการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพาของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เหตุใดไม่ใช้งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) นั้น เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า เนื่องจากปภ.เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนโดยตรงอยู่แล้ว ขณะที่ตำรวจเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คอยรายงานไปยัง ปภ. เพื่อจัดหาอุปกรณ์ให้ ส่วนเรื่องรายละเอียดสเปกและการตรวจจับความเร็วได้สูงสุดเท่าไหร่นั้นไม่ทราบ

     เมื่อถามว่าอุปกรณ์ที่ปภ.ซื้อหน่วยงานอื่นสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้ หน่วยงานท้องถิ่นก็สามารถนำไปใช้ได้ เมื่อถามว่าราคาเครื่องตรวจจับความเร็วดังกล่าวมีราคาที่สูงเกินจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เรื่อวงนี้รมว.มหาดไทยได้ตอบไปแล้ว ถามซ้ำ แล้วจะมาถามอะไรอีก”

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

แจงนักโทษช่วยถ่ายทอดผลิตปืน

     นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภากลาโหมเห็นชอบให้กรมสรรพาวุธทหารบก ฝึกอบรมนักโทษ ถูกคุมขัง ในข้อหาผลิต ดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน ให้เป็นอาวุธปืนที่สามารถใช้งานได้ว่า ผู้ต้องขังกลุ่มนี้มีความรู้ความสามารถ จึงต้องให้มาช่วยในส่วนของกองทัพบ้าง เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้ทำงาน โดยจะนำความรู้ที่เขาสามารถผลิตปืนเองได้มาใช้ มาช่วยกัน ให้เขามาถ่ายทอดให้เรา และที่ให้ทำนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปืนสั้น ที่ผ่านมากองทัพไม่เคยผลิตอาวุธปืน ซึ่งเป็นการจัดซื้อทั้งหมด

 “สุวพันธุ์” หนุนไอเดียกลาโหม

     ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภากลาโหม เห็นชอบให้กรมสรรพวุธทหารบก ฝึกอบรมนักโทษ ถูกคุมขังในข้อหาผลิต ดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน ให้ได้รับการอบรมในทางที่ถูกต้อง และนำมาช่วยงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม ว่าในหลักการนี้เหมือนเป็นการนำผู้ต้องขังมาผลิตเครื่องยนต์ ช่างเครื่อง ช่างไฟฟ้า ช่างสี ที่เพื่อต้องการให้ผู้ต้องขังเหล่านี้มีงานทำ โดยผู้ต้องขังที่จะออกจากเรือนจำเพื่อไปดำเนินการเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะต้องมีระเบียบหลักเกณฑ์ เช่น จะต้องเป็นผู้ต้องขังชั้นดี และหากออกไปภายนอกจะไม่สามารถค้างคืนได้ จะต้องกลับเข้าเรือนจำภายในเวลา 16.30 น.

     นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังทำความผิดซ้ำนั้น ขณะนี้กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์จะหารือกับกระทรวงกลาโหมในเรื่องดังกล่าวเพื่อนำผู้ต้องขังเข้าสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งตนคิดว่าเป็นหลักการสำคัญ ขณะที่ตัวเลขผู้ต้องขังที่จะเข้าร่วมโครงการนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะกรมราชทัณฑ์กำลังสำรวจตัวอยู่ โดยจะพิจารณาจำนวนคน ความเชี่ยวชาญ และความต้องการของกระทรวงกลาโหมด้วย ซึ่งจะพิจารณาในหลายมิติ รวมทั้งดูระเบียบ หลักปฏิบัติต่างๆ เพื่อเป็นหลักป้องกันเมื่อผู้ต้องขังออกมาทำงานข้างนอก

     “ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์ว่าแนวคิดดังกล่าวนี้จะเป็นดาบสองคมนั้น ผมคิดว่าหลักการใหญ่เราต้องการให้ผู้ต้องขังมี6งานทำ ซึ่งเราเคยดำเนินการมาแล้ว แต่การนำผู้ต้องขังไปช่วยทำปืนนั้น ถือเป็นมิติใหม่ ต้องเข้าใจว่าไม่ได้ทำปืนเถื่อน แต่นำเข้าไปในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจะมีระเบียบที่กำกับดูแลอยู่" นายสุวพันธุ์ กล่าว

พบแล้ว 11 นักโทษผลิตปืนเถื่อน

     ที่กรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากสั่งการไปยังเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ 142 แห่ง ให้สำรวจผู้ต้องขังที่ต้องโทษคุมขังในคดีผลิต ดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืนว่า ล่าสุดผลการสำรวจพบผู้ต้องขังในคดีผลิตและครอบครองปืนเถื่อนทั้งหมดจำนวน 11 ราย จึงได้มอบหมายให้แต่ละเรือนจำกลับไปตรวจสอบประวัติเบื้องต้นเพื่อรวบรวมประวัติรายชื่อ พร้อมพฤติการณ์แห่งคดี เพื่อจัดส่งให้กรมสรรพาวุธทหารบก โดยกรมราชทัณฑ์และกรมสรรพาวุธทหารบกจะร่วมกันพิจารณาเชิงลึกเจาะจงลงไปในผู้ต้องขังแต่ละรายว่าควรได้รับการส่งเสริมทักษะเฉพาะอย่างไร

     อธิบดีกรมราชทัณฑ์กล่าวอีกว่า โครงการฝึกอบรมนักโทษในคดีผลิต ดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน ให้เป็นอาวุธปืนที่สามารถใช้งานได้ ให้ได้รับการอบรมในทางที่ถูกต้อง เพื่อนำมาช่วยงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหมเป็นแนวคิดที่ดี ดังนั้นจึงสั่งการให้มีการสำรวจเพิ่มเติมว่ายังมีผู้ต้องขังที่เข้าข่ายหรือต้องโทษในคดีเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับการผลิตอาวุธปืนเถื่อนอีกหรือไม่ และเชื่อว่าผู้ต้องขังในคดีดังกล่าวมีจำนวนแค่หลักสิบเท่านั้น ไม่ได้มีมากเป็น 100 ราย

ศรีสุวรรณโร่ร้องผู้ตรวจ2ปมร้อน

      วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแต่งตั้งบุตรสาวของนายมีชัย และมือกฎหมายของคสช.ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการประจำผู้ดำรงตำแหน่งในคสช.ประจำตัวนายมีชัย โดยได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวน 47,500 บาท มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 มาจนถึงปัจจุบันนั้น เห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ ดังนั้นการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช. และประธานกรธ. อาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของรัฐ และขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง 2551 ข้อ 8 ข้อ 14 ข้อ 16 และข้อ 22 และยังขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 และมาตรา 103 หรือไม่ ซึ่งตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบ

      นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีการเสนอและอนุมัติให้มีการจัดซื้อ-จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา 849 เครื่อง เครื่องละ 575,000 บาท รวมมูลค่า 573 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่แพงกว่าท้องตลาดหลายเท่าตัว โดยการกำหนดสเปกสูงมาก ดังนั้นการใช้อำนาจในเรื่องดังกล่าวของผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะเป็นการขัดต่อพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้ง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 หรือไม่

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

พท.อัดมีชัยปมตั้งลูกสาวฟังไม่ขึ้น

     วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายมีชัย ออกมาชี้แจงว่าการตั้งลูกสาวเป็นรองเลขาธิการตำแหน่งในคสช.เพราะเป็นคนที่ไว้ใจเพื่อรักษาความลับ ว่านายมีชัยจะพูดอย่างไรก็เป็นสิทธิ แต่สังคมตัดสินได้ว่าเหตุผลดังกล่าวฟังขึ้นหรือไม่ ถ้าทุกคนยึดหลักคิดแบบนายมีชัย คงต้องตั้งลูก ภรรยา คนในครอบครัว มาช่วยรักษาความลับกันหมด งานด้านข่าวกรอง ด้านความมั่นคง ก็ยิ่งต้องตั้งคนใกล้ชิดมาช่วยรักษาความลับ แต่คนอื่นๆ ก็ไม่ได้ตั้งอย่างที่นายมีชัยตั้ง วันนี้สังคมตั้งคำถามว่า การที่นายมีชัยตั้งลูกสาวเป็นรองเลขาธิการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ขัดต่อจริยธรรมคุณธรรมหรือไม่ นายมีชัยทำหน้าที่สำคัญทั้งในคสช.และกรธ.แต่กลับทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมที่ควรจะปฏิบัติเป็นแบบอย่าง หลักกฎหมายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ถูกตั้งคำถามว่าบังคับใช้เฉพาะบางกลุ่มและมีบางคนบางกลุ่มได้รับข้อยกเว้นหรือไม่ หากนายมีชัยมีวิธีคิดที่อาจเป็นปัญหาต่อมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม สังคมจะไม่ไว้วางใจนายมีชัย ซึ่งจะเป็นปัญหากระทบต่อการทำงานของ คสช.และกรธ.ในอนาคต

สนช.จ่อถกก.ม.ป.ป.ช.2พ.ย.นี้

    ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิราธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงผลการประชุมว่า สัปดาห์นี้จะมีการประชุมในวันที่ 2 พฤศจิกายน เพียงวันเดียว ซึ่งมีเรื่องด่วนพิเศษที่ต้องพิจารณาคือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ... (ป.ป.ช.) พ.ศ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว โดยจำนวน 193 มาตรา 11 หมวด และบทเฉพาะกาล หลังจากนี้จะเหลือกฎหมายอีก 2 ฉบับคือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะส่งมาวันที่ 21 พฤศจิกายน และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะส่งมาในวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งการที่ กรธ.ส่งกฎหมายมาตรงกับวันอังคาร เพื่อจะให้สนช.บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมในวันพฤหัสบดีได้ทันที อย่างไรก็ตาม สนช.ได้มีคณะกรรมการศึกษาเนื้อหาในกฎหมายต่างๆ อย่างต่อเนื่องล่วงหน้าไว้แล้ว และคณะกรรมการเหล่านี้จะเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการเพื่อร่างกฎหมายในแต่ละฉบับ

     นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีกฎหมายอีก 3 ฉบับ ที่สนช.ต้องเร่งจัดทำตามรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรา 278 คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ) 2.ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง ซึ่งกฎหมายนี้จะบรรจุเข้าสู่สนช. ในวันที่ 24 มิถุนายน 2561 และ 3.ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นกฎหมายที่คุ้มครองประชาชนที่ให้ข้อมูลในการทุจริตภาครัฐ โดยกฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้จะต้องเสร็จภายใน 240 วันหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้ และมีเกณฑ์การพิจารณาเช่นเดียวกับพ.ร.ป.ทั้ง 10 ฉบับ คือต้องพิจารณาในกรอบเวลา 60 วัน ดังนั้นเท่ากับว่า สนช.ต้องพิจารณากฎหมายทั้งหมดรวม 6 ฉบับ ทำให้สนช.ต้องการวางแผนการทำงานของสนช. ต่อจากนี้ โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2560-มกราคม 2561 จะเป็นช่วงเวลาที่ สนช.ทำงานหนัก เพราะต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด

“ศรีวราห์” แจงถอนหนังสือเดินทาง “ปู”

     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตคดีจำนำข้าว ว่าหลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ให้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทาง เพื่อให้สะดวกในการดำเนินการตามหมายจับและกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหนังสือตอบกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่าได้ดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แล้วจำนวน 4 ฉบับ คือ หนังสือเดินทางราชการ 2 เล่ม และส่วนตัว 2 เล่ม แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าเหตุใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงถือหนังสือเดินทางหลายเล่ม เนื่องจากเป็นรายละเอียดของกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนการติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจากตำรวจสากลว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ที่ประเทศใด มีเพียงข้อมูลเดิมที่ระบุว่าได้เข้าไปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเดินทางต่อไปยังประเทศอังกฤษ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงต้องรอรายงานจากตำรวจสากลเข้ามาก่อน

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

เผย “อังกฤษ” ไม่ให้สถานะลี้ภัย

    ขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ยกเลิกพาสปอร์ตทุกเล่มของน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจำกัดการเดินทางนั้น ขอชี้แจงว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ไหนยังไม่ทราบเลย มีเพียงกระแสข่าวว่าอยู่ในอังกฤษเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าอยู่เมืองไหน ซึ่งเมื่อทราบความชัดเจนทางอัยการสูงสุด (อสส.) จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการประสานติดตามตัวตำรวจได้ประสานกับตำรวจสากล (อินเตอร์โปล) อยู่แล้ว โดยตามขั้นตอนการติดตามขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ต้องเริ่มจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติคือ ตำรวจและอัยการ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารเท่านั้น

    ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วหรือยังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้สถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศอังกฤษจริงหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ทางการอังกฤษได้แจ้งมาว่า ถ้ามาอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษจะไม่มีเรื่องของการลี้ภัย แต่ถ้ามาอยู่ต้องอยู่ตามขั้นตอนของการเข้าเมืองตามกฎหมาย ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ในประเทศอังกฤษจริงและเพิ่งถูกทางการไทยเพิกถอนพาสปอร์ตนั้นจะขัดกฎหมายของอังกฤษหรือไม่นั้น ต้องถามทางอังกฤษว่าเป็นอย่างไร เพราะยังไม่ได้ติดตามเรื่องนี้โดยตรงว่าการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางเข้าประเทศอังกฤษถือพาสปอร์ตอะไรเข้าไป

“อสส.” ยังไม่ได้ประสานขอตัว

    เมื่อถามว่ามีโอกาสที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยื่นขอสัญชาติอื่นเหมือนกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าตัวว่าจะทำอย่างไรต่อไป ส่วนช่องทางนั้นไม่ทราบ เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมายของตัวเอง หากมีใครไปยื่นขอ ประเทศนั้นๆ จะพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวมีสถานภาพอย่างไร ควรได้รับการพิจารณาหรือไม่ และการที่จะไปขอสัญชาติกับประเทศใดเป็นเรื่องของเจ้าตัว

    เวลา 11.00 น. นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงการประสานติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าในขณะนี้ทางอัยการสูงสุดยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปอยู่อาศัยในประเทศใด ดังนั้นต้องรู้ก่อนว่าบุคคลดังกล่าวอยู่ที่ใดจึงต้องให้กระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้ให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยประสานให้อสส.ดำเนินการต่อไป

"บิ๊กตู่"จ่อออกมาตรการ"ช็อบช่วยชาติ"กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดีเอสไอรอ"โอ๊ค”ส่งเอกสารแก้ข้อหา

     ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่กลุ่มกฤษดามหานคร ว่า ภายหลังนายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกอีก 3 ราย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามหมายเรียกเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารชี้แจงที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงความจำนงขอยื่นเพิ่มเติมเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หลังจากเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อได้รับเอกสารจากผู้ต้องหาแล้วพนักงานสอบสวนจะนัดประชุมตรวจสอบพยานหลักฐานอีกครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ฝ่ายผู้ต้องหายังไม่ได้แจ้งขอขยายกำหนดส่งเอกสารชี้แจงหรือร้องขอความเป็นธรรมในประเด็นอื่นๆ

     อย่างไรก็ตาม คดีนี้ดีเอสไอได้รับมติจากคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ไม่ใช่ดำเนินคดีเฉพาะนายพานทองแท้เท่านั้น แต่สื่อมวลชนให้ความสนใจและสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับบุคคลเพียงกลุ่มเดียว ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาก็ได้สอบถามถึงการดำเนินการตามหนังสือร้องเรียนที่เคยยื่นฝห้ดีเอสไอไว้ก่อนหน้านี้ โดยดีเอสไดก็ได้ชี้แจงไปว่าได้ตรวจสอบทุกเรื่องตามพยานหลักฐาน และพร้อมให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยอายุความของคดีจะแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่ช่วงเวลาที่กระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย และในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการสอบสวนดคีพิเศษ (กคพ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล จะมีการรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบในเรื่องดังกล่าว

รอลงอาญาคดีบุก“ก.พลังงาน”

     เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 31 ตุลาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.831/57 กรณีกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) บุกกระทรวงพลังงาน ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำ กคป. กับพวกรวม 105 คน เป็นจำเลยฐานร่วมกันมั่วสุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง กรณีวันที่ 13 มกราคม 2557 เวลากลางวัน พวกจำเลยร่วมกันใช้รถบรรทุก 6 ล้อ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเป็นเวทีปราศรัยบุกเข้าไปในบมจ.ปตท.สำนักงานใหญ่ โจมตีเเละขับไล่การทำงานของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และทำลายทรัพย์สินในกระทรวงพลังงาน อันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และได้ประกันตัวไป โดยศาลพิพากษาจำคุก นพ.ระวี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 เดือน ปรับ 6,000 บาท ตามความผิดมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 บทหนักสุด แต่ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี จึงให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-4 และผู้ชุมนุม จำเลยที่ 7-9, 11-98, 100-105 ให้จำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 2,000 บาท โดยให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่จำเลยที่ 10 และ 99 นั้น เคยกระทำความผิดมาก่อนไม่สามารถรอลงอาญาได้ พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีเดิม รวมให้จำคุกจริง 2 เดือน 20 วัน เเละให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6

(ข่าวการเมือง น.4คมชัดลึก)