
พัวพันอย่างสร้างสรรค์
เป็นเรื่องน่าขันไม่ใช่น้อยที่สื่อมวลชนโลกรวมไปถึงสื่อไทยต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อนางสิงห์เหล็กฮิลลารี คลินตัน ซึ่งเคยประกาศว่า
"สหรัฐจะกลับมาเอเชียอีกครั้ง" ได้แถลงกลางที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่ารัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา กำลัง "เปลี่ยนแปลง" นโยบายเกี่ยวกับพม่าใหม่ โดยจะหันไปใช้นโยบายทางการทูตควบคู่ไปกับมาตรการคว่ำบาตร เพื่อกดดันแบบนิ่มๆ ให้ผู้นำประเทศนี้ยอมมอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนให้จงได้
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้นำทำเนียบขาวเตรียมจะหันไปใช้ "การทูตแบบสร้างสรรค์" หลังจากใช้นโยบาย "การทูตเชิงรุกควบคู่ไปกับการกดดันทางการทหาร" มานาน โดยเฉพาะในยุคของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช สองพ่อลูก
อันที่จริงแล้ว เจ้าตำรับการทูตเชิงสร้างสรรค์เพื่อผ่าทางตันปัญหาพม่าเป็นคนแรกก็คือ นาย สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมอาเซียนสมัยที่ยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ได้เสนอแนวทางการทูตแบบ "พัวพันอย่างสร้างสรรค์" (Constructive Engagement) แต่ปรากฏว่าไม่มีภาคีสมาชิกใดเอาด้วย เกรงว่าจะเปิดช่องให้เข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของอีกประเทศหนึ่ง อันเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้เด็ดขาด
สุดท้ายนายสุรินทร์ก็ต้องถอยครึ่งก้าว ด้วยการปรับเปลี่ยนแนวทางให้อ่อนลงบ้างเป็น "ความพัวพันอย่างยืดหยุ่น" (Flexible Engagement) แทน แต่ก็ยังอยู่ในกรอบให้อาเซียนสามารถเข้าไปกดดันและเรียกร้องให้ภาคีสมาชิกยอมยุติการกระทำที่อาจทำให้ทั้งองค์กรได้รับผลกระทบโดยรวมมากไปกว่าที่เป็นอยู่แล้ว ซึ่งภาคีสมาชิกต่างยอมรับแนวทางนี้ แต่ก็ไม่มีใครสานฝันนี้ให้เป็นจริง โดยเฉพาะหลังจากนายสุรินทร์พ้นจากตำแหน่งนี้แล้ว
ตอนนี้นายโอบามาก็ปัดฝุ่นนำมาปรับใช้ใหม่ โดยได้รับตอบรับด้วยท่าทีที่เป็นมิตรจากพลเอกอาวุโสตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่า ซึ่งพร้อมจะขยับขับเคลื่อนก่อนจะเริ่มก้าวแรกของการจับมือฉันท์มิตรอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ประเทศยุโรปซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการชูนโยบายคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวพม่ามาตลอด อาจรู้สึกเหมือนกับถูกสหรัฐหักหลังอีกครั้งเหมือนกับคราวที่อดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ส่งนายเฮนรี คิสซิงเจอร์ ไปเริ่มนโยบายการทูตปิงปองจนนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ค่ายเสรีนิยมและสังคมนิยม ซึ่งเท่ากับกดให้กลุ่มประเทศในยุโรปต้องเป็นฝ่ายเดินตามหลังอินทรีผยองอเมริกาอีกครั้ง
แต่ในเมื่อการเมืองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ใครมือยาวก็สาวได้ก่อน ยุโรปก็ต้องยอมรับว่าอยากโง่เองทำไม ฐานไม่เคยยอมเรียนรู้การทูตเชิงสร้างสรรค์เสียบ้าง
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



