
ผู้ตรวจการแผ่นดิน-ยักษ์หลับ
เป็นเวลาถึง 9 ปีแล้ว ที่ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ก่อกำเนิดขึ้น
แต่ที่ผ่านมา กลับไม่ค่อยเห็นบทบาท หรือผลงานขององค์กรนี้สักเท่าไหร่
จนทำให้บางครั้งประชาชนแทบจะลืมองค์กรอิสระแห่งนี้ไปเลย ไม่รู้ว่ายังมีอยู่ด้วยซ้ำ บางคนบอกว่ายุบทิ้งไปยังได้
วันนี้จึงได้หันมามององค์กรอิสระแห่งนี้ว่า ทำอะไรอยู่ ??
"ทุกวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐโดยรวม แล้วเราก็ไปแก้ทุกข์ร้อนให้ เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยการศึกษา ผู้อยู่ห่างไกลที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ เป็นการแก้ทุกข์ให้แก่ผู้ร้องโดยหลักสันติวิธี ซึ่งทำอยู่เป็นปกติ เพียงแต่ว่าไม่เป็นข่าวเท่านั้น" ปราโมทย์ โชติมงคล ผู้ตรวจการแผ่นดิน เริ่มแจงถึงภารกิจในหน้าที่ของตนเอง
ทั้งนี้จำนวนเรื่องร้องเรียน นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วจนถึงครึ่งปีนี้ มีจำนวน 2,250 เรื่อง และได้ทำคดีเสร็จไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 1,300 เรื่อง โดยมีคดีค้างอยู่ 800-900 เรื่อง
โดยหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าตำรวจทำคดีล่าช้า กลั่นแกล้ง รวมทั้งในเรื่องความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกนั้นก็เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. และเทศบาล เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การประกวดราคา การละเลยปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งความประพฤติของเจ้าหน้าที่ที่บริการประชาชนไม่ดี
ส่วนกระทรวงมหาดไทยก็ถูกร้องเรียนมากเช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกิน มีการบุกรุกออกโฉนดโดยมิชอบ รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับงานของอำเภอและผู้ว่าฯ
เขายังบอกถึงวิธีการทำงานว่า เนื่องจากยังไม่มีสำนักงานในภูมิภาค จึงได้จับมือกับสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งอยู่ที่สำนักงานอัยการทั่วประเทศ ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนหรือชาวบ้านที่ต้องการร้องเรียน ไม่ต้องเดินทางมาร้องเรียนถึง กทม. หรือจะร้องเรียนทางโทรศัพท์ก็ได้
"การร้องเรียนเรื่องต่างๆ ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นง่ายมาก เพียงแค่โทรศัพท์มาเท่านั้น เมื่อเรารับเรื่องก็จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาให้ และเรื่องไหนถ้าพิเคราะห์จากเอกสารหรือถ้อยคำแล้วไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ผู้ตรวจการแผ่นดินและเจ้าหน้าที่ก็จะลงพื้นที่ไปดู ไปพบผู้ร้อง ไปพบหน่วยงานที่ถูกร้องเพื่อหาวิธีการเยียวยาทุกข์ร้อนให้ อย่างเช่น ปัญหาเรื่องที่ทำกิน บุกรุกป่า จะดูจากเอกสารอย่างเดียวไม่ได้ ก็ต้องลงพื้นที่ไปดูว่ามันซ้อนกันอย่างไร บุกรุกป่ากันอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการลงพื้นที่เป็นประจำ หลักคือเยียวยาทุกข์ร้อนให้ประชาชนมากกว่าไปมุ่งจับผิดเจ้าหน้าที่และข้าราชการ"
นอกจากนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ในการดูแลเรื่อง "จริยธรรม" ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐอีกด้วย
ในเรื่อง "จริยธรรม" ที่ผ่านมาก็มีร้องเข้ามาประมาณ 10-20 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเป็นเรื่องชู้สาว ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ผู้บังคับบัญชารุกรานทางเพศผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นผู้หญิง ส่วนนักการเมืองยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามา
โดยตามขั้นตอน เมื่อผู้ตรวจการฯ พบว่าผิดจริง ก็จะรายงานไปยังต้นสังกัดให้ลงโทษ ซึ่งต้นสังกัดก็จะลงโทษตามที่เราแจ้งไป โดยมีทั้งว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ ขอขมา หรือไม่ได้เลื่อนขั้น ไม่ได้เลื่อนเงินเดือน
แล้ว.. ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น "เสือกระดาษ" หรือไม่ ?
"เราไม่มีอำนาจบังคับหน่วยงานรัฐ เช่นบอกให้กรมที่ดินออกโฉนด เขาไม่ออกโฉนดก็ได้ เราไม่มีอำนาจไปบังคับ เราได้แต่บอกรัฐมนตรี บอกนายกฯ ให้สั่งกรมที่ดิน แต่ถ้านายกฯ หรือรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับเรา เราก็สั่งไม่ได้อีก ก็ได้แต่ไปบอกสภาผู้แทนและวุฒิสภาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเราใช้หลักสันติวิธี หน่วยงานรัฐก็ร่วมมือแก้ไขให้ตามที่เรารายงานไป เราไม่ใช่ศาลที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งทุกคนต้องฟัง แต่เราจะไม่มีคำสั่งแต่จะเป็น "คำแนะนำ" ที่บอกว่าเป็น "เสือกระดาษ" ก็เป็นเพราะไม่มีอำนาจบังคับ"
อย่างไรก็ตาม "ปราโมทย์" บอกว่า นี่เป็นปรัชญาของผู้ตรวจการฯ ทั่วโลก ที่ผู้ตรวจการฯ จะไม่มีอำนาจบังคับ แต่ต้องมีศิลปะ มีการประสานงานที่ดี ซึ่งเมื่อพูดกันด้วยเหตุผล หน่วยงานรัฐก็ทำตาม
"ผมว่าการไม่มีอำนาจบังคับเป็นเสน่ห์มากกว่า การพูดแล้วไปจูงใจให้เขาคล้อยตามและเชื่อได้ มันก็ทำให้เกิดผลดี ดีกว่าไปบังคับคนที่ไม่เห็นด้วยแต่ต้องจำใจทำตาม ดังนั้นการที่ผู้ตรวจการฯ ไม่มีอำนาจบังคับ จึงไม่ใช่ช่องโหว่"
นอกจากนี้ ยังทิ้งท้ายกับคำคมว่า การแก้ไขปัญหาตามที่มีการร้องเรียนเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แต่การแก้ที่ต้นเหตุจะดีที่สุดนั่นคือ หากเจ้าหน้าที่รัฐที่ติดต่อกับประชาชนโดยตรง มีธรรมาภิบาล มีบริการและทัศนคติที่ดี เรื่องร้องเรียนก็จะไม่เกิดขึ้นหรือลดน้อยลง
** โต๊ะข่าวการเมือง**



