ข่าว

คำซัดทอดก่อนตาย'แค้นเก่า'ดับแกนนำต้านนิคมฯเมืองคอน

คำซัดทอดก่อนตาย'แค้นเก่า'ดับแกนนำต้านนิคมฯเมืองคอน

27 ก.ย. 2552

เมื่อเหยื่อสังหารเห็นหน้ามือปืนอย่างชัดเจน และก่อนตายเขาได้บอกเล่าเรื่องราวชนิดปักตัวลงไปเช่นนี้ การทำคดีฆาตกรรมแกนนำต้านนิคมอุตสาหกรรมนครศรีธรรมราชก็ง่ายเข้า ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่การอนุรักษ์ ที่นำพา "สุชาติ พรหมคีรี" วัย 49 ไปสู่ความตาย แต่ทั้งหลายทั้ง

 สายวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา สุชาติ โชเฟอร์สิบล้อจับรถจักรยานยนต์คู่ใจขี่ออกจากบ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เลี้ยวออกจากบ้านไปตามถนน แต่ออกมาได้เพียงไม่ถึง 20 เมตร เสียงปืนลูกซองดังสนั่นสวนเงาะข้างทาง สุชาติตกจากรถจักรยานยนต์ด้วยแรงกระแทกของกระสุนปืนที่บานกระจาย 9 เม็ด พุ่งเข้าเจาะเต็มหน้าอกขวา หัวกระสุนส่วนหนึ่งทะลุออกแผ่นหลังเลือดไหลทะลัก แต่สุชาติยังมีสติพอจะเห็นว่าใครเป็นคนยิง ก่อนที่มือปืนรายนี้จะเผ่นหายเข้าไปในสวนเงาะปราศจากวี่แวว

 สิ้นเสียงปืน "ทวีผล พรหมคีรี" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.ทุ่งปรัง ญาติผู้พี่ของสุชาติ ที่อยู่บ้านใกล้กัน ได้วิ่งออกมาดู พบร่างสุชาติถูกยิงนอนหายใจรวยรินอยู่กลางถนน แต่สุชาติยังครองสติและสามารถพูดจาได้ บอกกับทวีผลและญาติที่มาช่วยเหลือว่า ใครคือผู้ที่ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงเขา

 หลังจากนั้นเลือดที่ไหลปรี่จากบาดแผลทำให้สุชาติหมดสติและถูกนำตัวส่ง รพ.สิชล ที่อยู่ห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร เมื่อไปถึงโรงพยาบาลแพทย์ประจำห้องฉุกเฉินให้การเยียวยาเบื้องต้น ก่อนจะลงความเห็นว่า จำเป็นต้องส่งตัวต่อไปรักษายัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมกว่า จึงรีบเคลื่อนย้ายสุชาติด้วยรถฉุกเฉินเดินทางออกจาก รพ.สิชล มุ่งหน้าไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ท่ามกลางระบบการช่วยชีวิตครบครัน

 แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บค่อนข้างรุนแรงสาหัส เมื่อไปถึง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ก็สุดจะเยียวยารักษาได้ สุชาติสิ้นใจตายเมื่อถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า กระสุนเข้าไปทำลายอวัยวะภายในโดยเฉพาะช่องอก ทำให้เสียเลือดอย่างรุนแรง ประกอบกับอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ถูกทำลายอย่างหนัก ส่งผลให้สุชาติเสียชีวิตในเวลาต่อมา  

 หลังจากนั้น พ.ต.ท.ประทิน เขียวฤทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งการตายจากแพทย์เวรตึกอุบัติเหตุ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเข้าชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนการชันสูตรศพที่เสียชีวิตอันเกิดจากสาเหตุผิดธรรมชาติ และเสียชีวิตในเขตอำนาจการสอบสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นมือสังหาร ที่สุชาติบอกญาติไว้ก่อนตาย ช่วยให้การสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุฆาตกรรมได้ง่ายขึ้น

 บทบาทของสุชาติ พรหมคีรี นั้น เป็นคนท้องที่ที่ร่วมกันกับชาวบ้านอีกจำนวนมากจนเป็นปึกแผ่นอย่างเข้มแข็งในชื่อ กลุ่มรักษ์ทุ่งปรัง ทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรในพื้นที่กับกระแสข่าวการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ครอบคลุม 3 อำเภอ คือ อ.ท่าศาลา อ.สิชล และ อ.ขนอมบางส่วน เนื้อที่รวมกว่า 3,000 ไร่ แต่ชาวบ้านต้องการให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวและการเกษตรกรรมเท่านั้น การรวมตัวต่อสู้ของชาวบ้านประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง สามารถกระตุ้นความรู้รักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาจากชื่อมือปืนที่ก่อเหตุแล้ว ทำให้รู้ว่า ประเด็นการสังหารไม่ได้มาจากเรื่องนี้ แต่มาจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือแค้นเก่าเมื่อหนหลังนั่นเอง

 วันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สภ.สิชล ออกมาบอกว่า ในการสืบสวนสอบสวนเป็นเรื่องที่ไม่ยากแล้ว เพราะช่วงเกิดเหตุผู้ตายเห็นคนร้าย ทั้งยังมีสติแม้จะถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้บอกกับญาติสนิทว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นเป็นใครและมาจากเรื่องอะไร

 "มูลเหตุของเรื่องนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว เป็นเรื่องเก่าที่นายสุชาติเคยมีปัญหากับคู่กรณี ถึงขั้นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน คู่กรณีของนายสุชาติได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นก็มีเรื่องมีราวเป็นคดีความฟ้องร้องกันจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม และเรื่องได้เงียบหายไปหลายปี กระทั่งมาเกิดเหตุครั้งนี้ นายสุชาติเห็นชัดว่าใครเป็นคนยิง และได้บอกไว้อย่างชัดเจน ซึ่งคนที่นายสุชาติกล่าวหาขณะนี้ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว ในส่วนของพนักงานสอบสวนได้รวบรวมสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะเสนอต่อศาลในการออกหมายจับผู้ต้องหาได้ในอีก 2-3 วันข้างหน้า" ผกก.สภ.สิชลยืนยัน

 กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล