ข่าว

ระทึกกลางกรุง!! จี้ 3 ตัวประกันหญิง ยิงสู้ตร. โดนสวนสาหัส !

ระทึกกลางกรุง!! จี้ 3 ตัวประกันหญิง ยิงสู้ตร. โดนสวนสาหัส !

29 ต.ค. 2560

เกิดเหตุกลางกรุง คนร้ายจี้ 3 ตัวประกันหญิงคาร้านเสริมสวย สุดท้ายตัวประกันปลอดภัย คนร้ายสาหัส !! พบประวัติโชกโชน

 

               29 ต.ค.60 - เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ เทพจันตา รองสว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ตัวประกันภายในร้านเสริมสวยสุประวีณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 185/15 ซอยพระรามที่ 6 ซอย 15 (ซอยวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร) ถนนพระราม 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมทีมเจ้าหน้าที่

               ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา บริเวณชั้นที่ 1 พบชายฉกรรจ์ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกลักษณ์ หรือเอก ประดาอินทร์ ฉายา "เอกน้ำเต้า" อายุ 31 ปี ถืออาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 ลูกโม่ ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งโดยจับตัวประกันเป็นผู้หญิงเอาไว้ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.สุพุด หลอดทอง อายุ 38 ปี ช่างเสริมสวย น.ส.สุดสาคร ปวงศิริ อายุ 35 ปี และน.ส.รุ้งนภา นวจิต อายุ 36 ปี ทั้ง 2 เป็นลูกค้า เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมคนร้ายโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที คนร้ายจึงยอมปล่อยตัวประกันออกมา 2 ราย คือน.ส.สุพุด และ น.ส.สุดสาคร โดยกักตัวประกัน คือ น.ส.รุ้งนภา เพียงผู้เดียวซึ่งอยู่ในอาการตกใจและมุดอยู่ใต้โต๊ะตลอดเวลา       

               จากนั้นผ่านไปประมาณ 10 นาที คนร้ายได้ออกมายืนที่หน้าประตูทางเข้า-ออก พร้อมทั้งโวยวายว่า “ถูกหักหลัง โดนตำรวจตามไล่ล่าและอยากโดนวิสามัญ” จนกระทั่งเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มดูสถานการณ์อยู่บริเวณชั้น 2 ภายในร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านจุดเกิดเหตุจึงยิงออกมานอกร้าน 1 นัด ก่อนหันกระบอกปืนทำท่าคล้ายจะยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จึงถูกยิงสวนเข้าที่ต้นขาขวา จำนวน 1 นัด ขณะนั้นเองคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาจ่อที่ศรีษะตนเองก่อนลั่นไกแต่กระสุนเกิดด้าน คนร้ายจึงวิ่งออกมานอกร้านพร้อมทั้งยิงเปิดทางอีก 2 นัด แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดล้อมอยู่จึงยิงสวนไปถูกที่หน้าท้องของคนร้ายอีก 2 นัด จนนั่งล้มฟุบและถูกควบคุมตัวเอาไว้ได้พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืน ก่อนทางเจ้าหน้าที่จะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลหัวเฉียวเพื่อทำการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว      

                จาการสอบสวนนายสาคร แน่นอุดร อายุ 49 ปี ประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ภายในซอยดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแอร็อกซ์ 155 สีเขียว-ดำ หมายเลขทะเบียน 6 กผ 1996 กรุงเทพมหานคร มาจอดที่หน้าร้านเสริมสวยก่อนเดินถืออาวุธปืนเข้าไปภายในร้าน ด้วยความตกใจจึงยืนดูสถานการณ์อยู่ตรงเสาไฟฟ้าฝั่งตรงข้ามร้านเสริมสวยห่างประมาณ 15-20 เมตร เมื่อผ่านไปได้สักระยะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้มาถึงที่เกิดเหตุ 2 นาย พร้อมได้เจรจาให้วางอาวุธปืนก่อนคนร้ายได้ยิงปืนออกมานอกร้าน 1 นัด ก่อนจะยิงเปิดทางอีก 2 นัด โดยวิ่งออกจากร้านไปทางขวา จนถูกกำลังเจ้าหน้าที่ยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว     

               ด้านพ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า คนร้ายมีอาการเมายาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ประกอบกับไม่ได้นอนมาหลายวันจึงก่อเหตุขึ้น ส่วนหญิงสาวตัวประกันที่พูดคุยกับคนร้ายนั้นก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ซึ่งจากการซักถามตัวประกันได้การว่า พูดคุยกับคนร้ายว่าก่อเหตุเนื่องจากสาเหตุใดจนทราบภายหลังว่าขายยาบ้ากว่า 200 เม็ดและยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่งแต่ถูกเพื่อนหักหลัง ทำให้เกิดความเครียดและคลุ้มคลั่ง โดยขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด ต้องรอสอบปากคำหญิงสาวที่พูดคุยกับคนร้ายอีกครั้ง รวมทั้งสอบปากคำคนร้ายเพื่อสรุปหาสาเหตุของการก่อเหตุที่แท้จริงต่อไป 

               รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อปี 47 ที่ผ่านมา นายเอกลักษณ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ในพื้นที่สน.พญาไท ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี 9 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาถูกดำเนินคดีในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด พื้นที่สน.บางรัก ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 8 เดือน เมื่อพ้นโทษได้ 6 เดือน จึงมาก่อเหตุในครั้งนี้