
'มาร์ค'ชูศก.พอเพียงในที่ประชุมยูเอ็น
นายกฯอภิสิทธิ์ ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการประชุมยูเอ็น ย้ำเป็นแนวทางที่ดีที่สุดเพราะตรงข้ามความโลภ ย้ำกลับไทยพรุ่งนี้ 3 ทุ่มแน่นอน
(26ก.ย.) เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 64 สหรัฐอเมริกา ได้แถลงข่าวผ่านระบบเว็บคอนเฟอร์เรนซ์ว่า ในการเดินทางครั้งนี้ตนได้เข้าร่วมประชุม จี 20 ที่เมืองพีสเบิกช์ โดยที่ประชุมเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรประมาท ดังนั้นแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของทุกประเทศจะทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง เพราะทุกประเทศยังห่วงใยปัญหาหาการว่างงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้เห็นพ้องต้องกันที่จะปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น และสะท้อนการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนั้นยังเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน และระบบหมุนเวียนของเงินสกุลต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต อย่างไรก็ตามผู้นำที่เข้าร่วมประชุม จี 20 ยังได้พูดคุยเกี่ยวกับการเจรจาการค้ารอบโดฮา ซึ่งในส่วนของอาเซียน เห็นว่าเรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะประคับประคองให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ไม่ต้องพึ่งพาการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และตั้งเป้าไว้ว่าการเจรจาดังกล่าวจะได้ข้อยุติภายในปี 2553
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผู้นำยังได้แสดงความเป็นห่วงว่าการประชุมในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาการที่จะมีการประชุมที่ กรุงโคเปนเฮเก้น ว่าจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ จึงได้มีการพูดคุยกันและคิดว่าประเทศหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมดังกล่าวคงจะต้องมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้น หรือการประชุมระบบทางไกลร่วมกันก่อนที่จะประชุมอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้การประชุมที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างราบรื่นและมีความเห็นที่แตกต่างกันน้อยมาก และณ วันนี้กลไกลที่จะดูแลประสานนโยบายเศรษฐกิจของโลก การประชุมจี 20 ถือว่าเป็นเวทีที่ได้ผลที่สุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมครั้งนี้ตนยังได้มีโอกาสได้พบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ เกือบครบทุกประเทศ อาทิ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการจัดประชุมสุดยอดสหรัฐ - อาเซียน โดยจะจัดในช่วงการประชุมเอเปกที่ประเทศสิงคโปร์ในปลายปีนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งตนได้มีโอกาสยืนยันว่าไทยและญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งมาโดยตลอด ขณะที่นายกฯญี่ปุ่นบอกว่าจะให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียมากขึ้น นอกจากนั้นตนยังมีโอกาสได้พบกับประธานาธิบดีจีน นายกฯอินเดีย และประธานาธิบดีบราซิล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 26 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ที่นครนิวยอร์ค ก่อนที่ตนจะเข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสมัชชาใหญ่ ตนจะมีโอกาสได้พบปะกับเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งจะหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศพม่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับเนื้อหาที่ตนจะกล่าวในการประชุมสมัชชานั้น ขณะนี้เรื่องที่มีความสำคัญและได้รับความสนใจ 3 เรื่อง คือวิฤตเศรษฐกิจ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในโลก และปัญหาสิ่งแสดล้อม โดยตนจะชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศไทยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางนี้จะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาทั้ง 3 เรื่องได้อย่างดียิ่ง เพราะแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ตรงกันข้ามกับความโลภ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังได้มีโอกาสเข้ารวมงานเลี้ยงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ และได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งท่านได้ชี้แจงเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพในประเทศสหรัฐฯ ที่ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานาธิบดีสหรัฐทราบหรือไม่ว่า นายกรัฐมนตรี ถูกตั้งฉายาว่า โอบามาร์ค นายอภิสิทธิ์ หัวเราะและกล่าวว่า “ท่านคงไม่ทราบหรอกครับ”
เมื่อถาม ถึงผลสำรวจของสวนดุสิตโพล ระบุว่าประชาชนร้อยละ 70 มองว่าปัญหาเศรษฐกิจแย่ลง และร้อยละกว่า 60 ยังมีหนี้สินติดตัวอยู่ อยากให้รัฐบาลให้ประชาชนเข้าถึงแหลงเงินกู้ให้มากขึ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถูกต้อง เรื่องเศรษฐกิจยังติดลบ และรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะเป็นบวกในไตรมาสสุดท้าย จึงจำเป็นต้องผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ไม่มีใครพูดว่าเศรษฐกืจดี แต่ทุกคนตระหนักและหวงใยในเรื่องนี้ ถึงบอกวาทุกคนต้องช่วยกันอย่าทำให้ปบ้านเมืองสะดุด รัฐบาลก็จะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชน เราไม่มีอะไรแปลกใจ เพราะสภาพนี้เกิดขึ้นทั่วโลก
นายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า ในวันที่ 26 ก.ย. ตนจะเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อเสร็จแล้ว ตนจะเดินทางขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยเลย และคงจะถึงกทม. ประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งผู้สื่อข่าวจะไปรับก็ได้แต่ตนจะไม่ให้สัมภาษณ์และจะไปยกยอดในวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. เลย ต้องขอบอกล่วงหน้าจะได้ไม่ต่อว่ากัน



