
ส.ว.ตั้งวงจวกสื่อสร้างความขัดแย้งประเทศ
ส.ว.ตั้งวง จวกสื่อ สร้างความขัดแย้งประเทศเสียหาย
(26ก.ย.) ที่โรงแรมสปริงฟิลด์ แอทซี รีสอร์ท แอนด์สปา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิ) จัดสัมนาโครงการประเมินผลการดำเนินงานของวิปวุฒิ ในรอบหนึ่งปี เป็นวันที่สอง มีนายนิคม ไวยรัช พานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม โดยการสัมมนามีการบรรยายพิเศษและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประเด็น “ทำข่าวดี ให้เป็นข่าวดัง” มีวิทยากรคือ นายนิมิต หมดราคี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท 124 คอมมิวนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) และนายภูวนารถ ณ สงขลา บรรณาธิการหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ ทั้งนี้การบรรยาย เป็นการสรุปสาระสำคัญของปรากฏการณ์ที่สื่อมักจะนำมาเป็นข่าวได้ และการวางตัวกับผู้สื่อข่าวรวมถึงเทคนิคการให้สัมภาษณ์สื่อเพื่อให้เป็นข่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ว.ได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายเกี่ยวกับการทำงานของสื่อที่ไม่ค่อยนำเสนอข่าวการทำงานของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา การตรวจสอบความถูกต้องของข่าวก่อนนำเสนอ และสื่อมวลชนปัจจุบันมีส่วนสร้างความขัดแย้งและทำให้ประเทศเสียหาย มักเสนอแต่ข่าวร้ายไม่เสนอข่าวดี โดยนายนิคม กล่าวว่า ปัจจุบัน สื่อมีสิทธิเสรีภาพมากเกินไป เช่น สื่อบันเทิง ที่เสนอข่าวทำลายดารานักแสดง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งที่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นควรมีมาตรการเพื่อดำเนินการกับสื่อที่เสนอข่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า สื่อมีอิทธิพลต่อสังคมสูง ซึ่งสื่อปัจจุบันบางส่วนก็สร้างความขัดแย้งและทำลายประเทศให้เสียหาย ฉะนั้นจรรยาบรรณเป็นเรื่องสำคัญ แต่สื่อไทยก็อ่อนในเรื่องนี้ จึงควรมีการดูแลตรวจสอบกัน และขอให้ดูเป้าหมายโดยรวมในการเสนอข่าวว่า ประเทศจะได้อะไร
ด้านนางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าสื่อปัจจุบันเป็นกลางจริงหรือไม่ เพราะบางคอลัมน์ก็เขียนเชียร์ข้างนี้ อีกข้างเชียร์ข้างนั้น จึงกังวลว่า หากให้ข่าวไปสื่อจะนำไปลงตามจริงหรือไม่ เพราะเคยให้สัมภาษณ์ไป 70 เปอร์เซ็นต์ สื่อก็เอาไปเขียนให้ดูแรงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากส.ว.ได้ผลัดเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นายนิคม กล่าวว่า ทั้งส.ว.และสื่อก็ต้องทำงานร่วมกันต่อไป จึงควรมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยตลอดเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน จากนั้นจึงปิดการสัมมนา
ทั้งนี้ การสัมมนาวิปวุฒิในวันแรกเมื่อวันที่ 25 กันยายน ในช่วงท้าย วิปวุฒิได้มีการหารือเรื่องการทำงานของคณะกรรมาธิการสามัญที่ไม่ค่อยเป็นข่าวมาแล้วรอบหนึ่ง โดยในวงสัมมนา ส.ว.หลายคน อภิปรายตำหนิสื่อว่า ไม่ค่อยเสนอข่าวของคณะกรรมาธิการซึ่งมีความสำคัญ แต่กลับเน้นไปที่การเสนอข่าวประธานวุฒิสภา 60-70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ บางคณะไปแถลงข่าวแล้วข่าวไม่ได้ลง มีสถิติเป็น 0 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า คณะกรรมาธิการทุกคณะ ควรตั้งโฆษกหาเวลามาแถลงกับสื่อมวลชน อย่างไรก็ดี พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา ได้พยายามอภิปรายสร้างความเข้าใจว่า เมื่อแถลงแล้วไม่เป็นข่าว ก็โทษสื่อไม่ได้ ต้องดูว่า ผู้แถลงมีกึ๋นหรือไม่ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้แถลงเอง



