ข่าว

รายงาน-"ฝังกลบ"...มรดก200ล้าน ?

รายงาน-"ฝังกลบ"...มรดก200ล้าน ?

27 ก.พ. 2552

ออกมาประสานเสียงค้านแนวคิด "รัฐบาลแห่งชาติ” ตามระเบียบ สำหรับซีกแกนนำฝั่งรัฐบาล

ไล่ตั้งแต่หัวขบวนอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาเสียงแข็ง ปัดไม่เคยได้ยินแนวคิดดังกล่าว พร้อมๆ กับยืนยันจำเป็นจะต้องมีฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบ

ขณะที่ "มือประสานสิบทิศ” อย่าง "เทพเทือก" สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ออกมาสวนทันควัน พร้อมจวกเละคนปล่อยข่าวว่า เลวมาก

ก่อนประกาศลั่นเสียงดังฟังชัดว่า "ชาติหน้าก็เป็นไปไม่ได้ ” !

จงใจกระแทกเสียงให้ข้ามประเทศไปถึง "นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมๆ กับพลพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้เป็นต้นตอของข่าว "ทักษิณไฟเขียวไอเดียรัฐบาลเพื่อชาติ”

โดยอ้างคำพูด "ทักษิณ” กลางวงกินข้าวกับส.ส.เพื่อไทยที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในฮ่องกงเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน

พร้อมๆ กับดักทาง ให้ราคา "ข่าวรัฐบาลเพื่อชาติ” เป็นแค่แผนข่าวปล่อย หวังทำลายเครดิตรัฐบาลจากซีก "เพื่อไทย” ที่หวังอาศัยสถานการณ์ที่สารพัดปัญหารุมเร้ารัฐบาล เขย่าบัลลังก์รัฐบาลให้สะเทือน

เนื่องจาก "รายการเขย่าขวัญ” ของพรรคเพื่อไทยที่วางยุทธศาสตร์ทั้งในและนอกสภา ตั้งแต่ “เวทีศึกซักฟอก” ที่เดิมทีหวังเป็น "ไม้เด็ดล้มรัฐบาล” เอาเข้าจริง ข้อมูลที่แย้มออกมาก็ล้วนอยู่ประเภท "ม้าตีนต้น" ยังไม่โดนซะทีเดียว

เนื่องจาก "ทีมวอร์รูมการเมืองของรัฐบาล” ประเมินว่า เป็นเพียงข้อมูลเก่า แถมเล็ดลอดมาออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน จนทำให้รัฐบาลตั้งหลักหาข้อมูลมาแก้เกมได้ทัน

ขณะที่ปฏิบัติการนอกสภาให้ “ม็อบเสื้อแดง” ล้อมทำเนียบ โดยใช้แผน ”ยั่วยุ-ยืดเยื้อ” คู่ขนานกับการประชุมอาเซียน หวัง "ฟ้องต่างชาติ” หากสุดท้ายรัฐบาลหมดความอดทนสลายม็อบซ้ำรอยเหตุการณ์ “7 ตุลาเลือด”

แต่เอาเข้าจริง จากการแก้เกมรัฐบาลปชป.ที่ใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว บวกกับสภาพอากาศร้อนจัดของฤดูร้อน ที่ทำเอาม็อบเสื้อแดงกลายเป็น "ม็อบแดดเดียว" จนจุดกระแสไม่ติดและดึงแนวร่วมไม่ได้มากเท่าที่ควร

ประกอบกับกระแสข่าวที่แว่วๆ มาว่า ม็อบเสื้อแดงตกอยู่ในสภาพ ”ขาดแคลนน้ำเลี้ยง” อันเป็นปัจจัยสำคัญในการเคลื่อนไหว

รวมถึงอาการดิ้นสู้ของ "นายใหญ่” ที่ถูกมองว่าเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลุ่มเสื้อแดง ที่เตรียมขึ้นเวทีปาฐกถาการเมือง-เศรษฐกิจ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่ฮ่องกง ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ด้วยแล้ว

ยิ่งทำให้ “รัฐบาลปชป.” ปักใจเชื่อว่า ไอเดีย “รัฐบาลเพื่อชาติ” เป็นแค่เกมป่วนรัฐบาลเกมหนึ่งเท่านั้น

กระนั้น หากมองในมุมกลับ เมื่อสำรวจสถานการณ์ในรัฐบาลตอนนี้ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มเห็นรอยร้าว รอยปริแยกในหลายส่วน ทั้งในและนอกพรรค

โดยเฉพาะรอยร้าวระหว่างซีก "ผลัดใบ” ของ "อภิสิทธิ์” กับสาย "ทศวรรษใหม่” ของ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" รองหัวหน้าพรรคที่ฮึ่มๆ กันมาตลอด

ล่าสุดก็มีข่าวว่า “ฝั่งทศวรรษใหม่” ไม่เห็นด้วยกับการบริหารของอภิสิทธิ์ ที่ปล่อยให้ "พรรคร่วมรัฐบาล” มีอำนาจบารมีล้นมือ

จนเริ่มได้กลิ่น "ขบวนการแบ่งเค้ก จัดสรรผลประโยชน์กันโจ่งแจ้ง" จนมีสภาพเป็น "แก๊งออฟโฟร์ภาค 2" เกิดขึ้นในรัฐบาล

ไม่นับปัญหาเรื่ององค์ประชุมไม่ครบบ่อยครั้ง ตลอดจนเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลในอนาคตที่ยังไม่รู้ว่า จะมี "งูเห่ายี้ห้อย” เปลี่ยนขั้วอีกเมื่อไหร่

ที่มีข่าวแว่วๆ จากวงใน "ปชป.-พท." ออกมาตรงกันว่า เสียงต่อสายตอบรับ แนวคิด "รัฐบาลเพื่อชาติ" ของเพื่อไทย เป็นเสียงจากคนในซีกของ "กลุ่มทศวรรษใหม่”

โดยมีมือประสานอย่าง นิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ มาคุยถึงหลักการในเบื้องต้น

สอดรับกับกระแสข่าวมาจากพรรคเพื่อไทยอ้างข้อมูลทำนองว่า มีการเจรจากันแล้วในระดับผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ที่เห็นด้วยกับแนวทาง "การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ" เพราะเห็นว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ ไม่สามารถสร้างความปรองดองในชาติได้

เห็นได้จากเสื้อแดงก็เคลื่อนไหว และเสื้อเหลืองก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกทาง ซึ่งสุดท้ายกองทัพคงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงน่าจะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลแห่งชาติช่วงเดือนมีนาคม

แต่ทั้งหลายทั้งปวงการเดินเกมที่ว่านี้ ไม่มีอะไรในกอไผ่ มากไปกว่าความพยายาม "ฝังกลบ" ขี้ก้อนใหญ่ 258 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยกลุ่มทศวรรษใหม่คุมอำนาจบริหารในพรรคประชาธิปัตย์

หากรวมกันซะแล้ว ขี้ก็จะไม่ถูกขุดคุ้ย

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ "ฝั่งพลพรรคเพื่อไทย” จะรีบออกมาตีปี๊บโหมกระแส “รัฐบาลเพื่อชาติ” แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา

ณยา ใจกาวัง