ข่าว

 น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนา 9 หมู่บ้านอุตสาหกรรม ปี60

น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนา 9 หมู่บ้านอุตสาหกรรม ปี60

25 ต.ค. 2560

น้อมนำศาสตร์พระราชา พัฒนา 9 หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ปี60

                  ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “ระเบิดจากข้างใน” ในพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อน โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village) หรือ “หมู่บ้าน CIV” หมู่บ้านแห่งความสมดุลที่นำวิถีชีวิตมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับชุมชน ก่อให้เกิดมูลค่าทางการท่องเที่ยว สินค้าที่ระลึกรวมถึงบริการ และประสบการณ์ใหม่จากการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจบนแนวคิดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ยุคใหม่   

                 เนื่องจากการสร้างรากฐานชุมชนให้แกร่งมาจาก “ข้างใน” คือหลักสำคัญในการพัฒนาชุมชนเพื่อรองรับการพัฒนา ตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในแทบทุกมิติ ทั้งด้านสินค้าและการบริการ โดยมีแนวคิดการดำเนินงานซึ่งประกอบด้วย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญา และแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับคนในชุมชน เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเป็นพัฒนาถิ่นที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งทำกินของคนในพื้นที่สืบต่อไป
              นอกจกานี้ ยังได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้ในการพัฒนาหมู่บ้านที่ ”มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ตามหลัก 7 ประการ คือ 1.ใช้เทคโนโยลีที่เหมาะสม 2.มีขนาดการผลิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการ 3.ไม่โลภไม่เห็นแก้กำไรระยะสั้น 4.มีความซื่อสัตย์ สุจริตในการประกอบการ 5.การกระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย 6. บริหารความเสี่ยงต่ำ ไม่ก่อหนี้จนเกินขีดบริหาร 7. รู้ใช้เสน่ห์ท้องถิ่นให้เป็นแรงขับเคลื่อน 

            สำหรับโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ “หมู่บ้าน CIV” เริ่มนำร่องพัฒนา 9 หมู่บ้าน 9 จังหวัดในปี 2560 ซึ่งแต่ละชุมชนนั้นล้วนมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ประกอบไปด้วย 1.ชุมชนออนใต้ จ.เชียงใหม่ 2.ชุมชนน้ำเกี๋ยน จ.น่าน 3.ชุมชนบ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย 4.ชุมชนบ้านเชียง จ.อุดรธานี 5. ชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี 6. ชุมชนประแส จ.ระยอง 7.ชุมชนบ้านศาลาดิน จ.นครปฐม 8.ชุมชนเกาะยอ จ.สงขลา 9.ชุมชนบ้านนาตีน จ.กระบี่
            โดยสงบสุขร่มเย็น ชุมชนออนใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินงานมาเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่แห่งนี้ถึง 9 ครั้ง โดยชุมชนแห่งนี้ยังคงยังรักษาวิถีชีวิตพื้นบ้าน มีชื่อเสียงเรื่องผลิตภัณฑ์หัตกรรมพื้นบ้าน รวมถึงการทำเครื่องสังคโลกเป็นอย่างมาก  
           ส่วนวิถีบ้านน้ำเกี๋ยน จ.น่าน สืบสานแนวพระราชดำริ ตามศาสตร์พระราชา 6 มิติ ที่สำคัญ คือ น้ำ ดิน เกษตร ป่า พลังงานทดแทน และ สิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับภูมิสังคม องค์ความรู้ของครูภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นกรอบการทำงานด้วยการสร้างระบบพัฒนาก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน
            ขณะที่บ้านนาต้นจั่น จ.สุโขทัย เป็นตัวอย่างหมู่บ้านแห่งความสุขบนวิถีพอเพียงที่น้อมนำพระราชดำริมาเป็นพลัง หล่อหลอมดวงใจชาวบ้านเข้าด้วยกัน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของดีในหมู่บ้านจนบ้านนาต้นจั่นกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ   

             ชุมชนบ้านเชียง จ.อุดรธานี คือการอนุรักษ์โบราณวัตถุจนได้เป็นมรดกโลก และต่อมาบ้านเชียงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2535 เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ส่วนชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ถือเป็นมนต์เสน่ห์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา บนพื้นที่เพียง 4 ตารางกิโลเมตร แต่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตและภูมิปัญญา 

              สำหรับชุมชนประแส จ.ระยอง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง จากอดีตเป็นเพียงแค่แหล่งทำการเกษตรและประมงของชาวบ้าน  จนมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ควบคู่ไปกับแหล่งศึกษาธรรมชาติ และการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ยั่งยืน ทำให้ปัจจุบันชุมชนประแสเป็นที่รู้จักมากขึ้น 

            ขณะที่ชุมชนบ้านศาลาดิน จ.นครปฐม เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเกิดจากความเข้าใจของชุมชนที่เรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกันของ ดิน น้ำ ลม ไฟ อันเป็นสมบัติสำคัญของชุมชนที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ  
           ส่วนชุมชนเกาะยอ  เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ในทะเลสาบสงขลา โดยมีสะพานติณสูลานนท์เชื่อมต่อทั้ง 2 ฝั่ง เปรียบเสมือนขุมทรัพย์กลางทะเลสาบเพราะอุดมไปด้วยอาหารทะเล และธรรมชาติที่บริสุทธิ์ คนในชุมชนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพประมง เกษตรกรรม และการทอผ้า สร้างรายได้กลับมาพัฒนาชุมชนได้เป็นอย่างดี
          สุดท้ายชุมชนบ้านนาตีน จ.กระบี่  เสน่ห์พื้นบ้านแบบฉบับชีวิตพอเพียงชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ยังคงรักษาเสน่ห์พื้นบ้านที่ทำให้ผู้คนที่มาเยือนเคารพและชื่นชม