ข่าว

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

24 ต.ค. 2560

“คำสัญญา” จากใจลูกถึง “พ่อ” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 24 ตุลาคม 2560

 

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

จักถวายงานตราบสิ้นลมหายใจ

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

             “คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”
            

           “ขอค้านนะ...”
           ผมก็แทบจะแทรกแผ่นดินหนี...ทรงค้าน จะทำอย่างไร ?
           “อย่าโกรธนะ”
           ผมก็ทรุดตัวลงกราบแทบเบื้องพระยุคลบาท คิดยังไม่ออกมาจนทุกวันนี้...จะไปโกรธพระองค์ท่านได้อย่างไร...ผมมีบุญ มีความสุข มีมงคลชีวิตภูมิใจที่ได้สนองเบื้องพระยุคลบาท ภูมิใจที่ได้ทรงเรียกใช้โดยรัชกาลที่ 9 เหนือสิ่งอื่นใดความภูมิใจนี้จะมิมีทางเลือนไปได้
           เหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตครั้งนี้เกิดขึ้นที่ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ขณะถวายงาน เรื่องการอพยพชาวเขาเข้าไปอยู่ในโครงการพัฒนาตามที่กำหนดไว้ เมื่อกราบบังคมทูลถวายรายงาน พระองค์ท่านตรัสว่า “ขอค้านนะ...” ซึ่งผมก็กราบบังคมทูลหลังคลายตระหนกว่า กำลังจะกราบบังคมทูล...ด้วยมิทราบความว่าท่านทรงพระเมตตาตรัสสัพยอกเฉยๆ
           การที่ได้มีบุญ มีมงคลชีวิต และมีความสุขเช่นนี้เพราะได้มีโอกาสตามรอยเบื้องพระยุคลบาทและซาบซึ้งในหัวใจถึงหลักการทรงงานของพระองค์ท่านที่ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในเรื่องบุคลากร พสกนิกรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา ทรงใฝ่รู้เป็นสำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือทรงสอนว่า “ขอให้ทำเพื่อให้ได้อะไรบ้าง อย่างผลดี-ไม่ดี” ทรงรับสั่งเสมอว่า “เมื่อเข้าไปในบริเวณที่เราไม่รู้ ถ้าไม่รู้ก็ต้องวิจัย”
     

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

           “ถึงแม้ว่าพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว แต่ผมตั้งใจทำงานถวายพระองค์ท่านตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจ”
            ศ.พิเศษดร.สันทัด โรจนสุนทร
           ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
+++++   
 

 “พ่อ”ทรงเป็นต้นแบบชีวิตที่ดี    

           จำได้ว่าสมัยที่ฉันยังเด็ก ทุกๆ ค่ำจะมีข่าวในพระราชสำนักที่ฉายให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ ภาพที่เห็นจนชินตาและจำได้ติดใจคือภาพที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปในทุกๆ ที่แทบทุกจังหวัดโดยเฉพาะที่ทุรกันดาร อุปกรณ์คู่ใจที่ติดพระวรกายคือแผนที่และกล้องถ่ายรูป ตอนนั้นการได้ดูข่าวในพระราชสำนักทุกๆ ค่ำถือเป็นเรื่องปกติ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็ยังไม่ได้ซึมซับลึกซึ้งถึงขนาดที่จะซาบซึ้งจับใจ แถมยังนึกสงสัยแบบเด็กๆ ว่า “ทำไมพระองค์ท่านถึงต้องเดินทางไปทั่วทุกหัวระแหงเพื่อพบปะชาวบ้าน? ทำไมพระองค์ท่านถึงต้องเหนื่อยทรมานพระวรกายขนาดนั้น? ”
           กว่า 40 ปีของชีวิตตัวเอง การได้เห็นข่าวที่พระองค์ท่านทรงงานหนักมาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา จนวันนี้...ฉันยิ่งกว่าเข้าใจและซาบซึ้งถึงเหตุผลของการทรงงานหนักของพระองค์ท่าน “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ประโยคเดียวที่เป็นพระปฐมบรมราชโองการที่พระองค์ท่านได้ทรงประทานไว้ในวันที่ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ เพียงประโยคนี้ประโยคเดียวจริงๆ ที่เป็นเสมือนพันธะสัญญาใจที่พระองค์ท่านทรงพระราชทานให้พวกเราคนไทย
           จากวันนั้น...พระองค์ท่านไม่ได้แค่ตรัสรับสั่งลอยๆ แต่พระองค์ท่านทรงถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของพวกเรามานานถึง 70 ปี จนวันสุดท้ายของพระชนม์ชีพ ... 70 ปีแห่งความผาสุกของพวกเราคนไทยอย่างแท้จริง
          เคยมีเพื่อนฝรั่งที่ทำงานด้วยกันถามฉันว่า
          “ทำไมคนไทยถึงชอบเรียกในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า “พ่อ” หรือ “พ่อของแผ่นดิน” ”
          คำตอบที่ฉันให้เพื่อน “you รู้มั้ย การที่เราจะเรียกใครสักคนนึงว่า “พ่อ” มันหมายความถึงเราให้ความเคารพคนคนนั้นเท่าชีวิต และเรารักเขาสุดหัวใจ เพราะพ่อคือผู้ให้กำเนิดชีวิต สำหรับในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านเป็นยิ่งกว่าพ่อของแผ่นดิน หลายสิ่งหลายเรื่องในเมืองไทยที่เกิดและดีได้มากมายโดยเฉพาะในที่ที่ห่างไกลกรุงเทพฯ นั้น เกิดขึ้นได้เพราะพระองค์ท่าน ถ้า you อยู่ที่นี่นานพอ you จะเข้าใจได้เอง”
          ถ้า “บ้าน” หมายถึงสถานที่ที่มีพ่อแม่ พี่น้อง ประกอบกันเป็นสมาชิกในบ้าน และคนในบ้านนั้นต้องมีความรักความเมตตาความปรารถนาดีต่อกัน ฉันว่าประเทศไทยก็เป็นบ้านที่ค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมั่นคงแข็งแรงสวยงามตลอด 70 ปีที่ผ่านมาภายใต้ร่มพระบารมี พวกเราคนไทย-สมาชิกในบ้านนั้นถือได้ว่าโชคดีที่สุดมีบุญนักหนาที่มีพระองค์ท่านเป็นผู้นำของบ้าน เป็นพ่อของแผ่นดิน เป็นพระมหากษัตริย์ประเสริฐสุดเป็นที่สุดเพราะทรงงานหนักที่สุดในโลก เป็นพ่อของแผ่นดินผู้ทรงเป็นต้นแบบของความรักความเมตตาความเสียสละความรับผิดชอบความพอเพียงความกตัญญู และความดีงามทั้งปวง ซึ่งจะหาพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกนี้เสมอเหมือนในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นไม่มี
           13 ตุลาคม 2559 ณ วินาทีที่สำนักพระราชวังได้ประกาศข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วินาทีนั้นเป็นวินาทีที่สุดแสนวิปโยคของคนไทยทั้งแผ่นดินอย่างแท้จริง แผ่นดินไทยท่วมท้นด้วยน้ำตาของคนในชาติ ใจและกายของคนไทยแทบจะทั้งแผ่นดินมุ่งตรงสู่โรงพยาบาลศิริราช สถานที่ที่ีเป็นที่ประทับพักพระวรกายลงสู่ความสงบอย่างแท้จริงหลังจากที่พระองค์ท่านทรงงานตรากตรำเหน็ดเหนื่อยเพื่อคนไทยมานานแสนนานแทบจะตลอดพระชนม์ชีพ และในวันนั้นเองฉันก็ได้รู้ซึ้งถึงอาการที่เคยมีคนพูดว่า
          “ใจสลายทั้งๆ ที่ยังหายใจได้อยู่นั้นมันเป็นยังไง” ไม่มีการสูญเสียครั้งไหนจะเทียบเท่าการสูญเสียพระองค์ท่านในครั้งนี้อีกแล้ว
            หากมีใครสักคนมาถามฉันว่า “ทำไมถึงรักในหลวงรัชกาลที่ 9” ฉันคงตอบได้แค่ “รักเพราะพระองค์ท่านเป็นครูผู้สอนให้รู้จักถึงการมีและใช้ชีวิตที่ดี !”
           การที่ฉันได้เกิดในรัชสมัยของพระองค์ท่านถือว่าฉันมีบุญมากมาย และการจะมีชีวิตที่ดีต่อไปได้นั้น คือชีวิตที่เหลือจากนี้ตราบจนวันสุดท้าย ฉันควรต้องรู้จักการให้ให้มากขึ้น ทำประโยชน์เพื่อคนอื่นให้มากขึ้น ทำอย่างสม่ำเสมอตามแต่กำลังตน ซึ่งฉันเชื่อว่านี่แหละคือความหมายของการมีและใช้ชีวิตที่ดี โดยเฉพาะการทำดีเพื่อคนอื่นๆ เจริญรอยตามพระองค์ท่านที่ทรงเสียสละอุทิศพระองค์เองเป็น “ต้นแบบชีวิตที่ดีเพื่อคนอื่น” มาตลอด 70 ปี ให้คนไทยหลายสิบๆ ล้านชีวิตได้เรียนรู้ !

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”


           ธ สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

          ข้าพระพุทธเจ้า อรณิชาและครอบครัวด่านศิริไมตรี
+++++


                            “For You We Unite...............Worry....No More”


          ธ ทรงสถิตท่าม...................กลางใจ
          ทุกแห่งหนคนไทย.................ร่วมร้อง
          ถวายซึ่งอาลัย.......................แด่พ่อ
          พระเกียรติคุณก้อง..................ทั่วทั้ง....สากล


          ถึงกาลเสด็จแล้ว....................สรวงสวรรค์
          ดำริงานสี่พัน...........................ก่อนหน้า
          ให้ลูกเกี่ยวเก็บกัน..................สานต่อ
          หวังเพื่อคนไทยกล้า...............อยู่ได้....พอเพียง


          Gone But Forever...............Will Be
          Soul of the Country.............Fade Not
          Miss You So Dearly.......... ..It Pains
          Without You We’re Lost.......Father....of Thais


          Left But Feels Never...........Away
          Gone But Still Stays............Above
          December Fifth May...........Have Changed (In Ways)
          Intact Is True Love.............Thais Have....For You


          Gone But Is Never..............Forgotten
          With Us Your Essence........Inside
          Sincere Reverence.............Endless
          For You We Unite...............Worry....No More

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”
           ข้าพระพุทธเจ้า วิรัตน์ วณิชชากร
          นครฮุสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
          วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2559
+++++

          จะขอเดินตามรอยเท้า “พ่อ”
          จากวันนั้นถึงวันนี้ 13 ตุลาคม 2559 วันที่คนไทยหัวใจสลายทั้งประเทศ ครบรอบหนึ่งปีผ่านไปไวมากและวันที่ทุกคนไม่อยากให้มาถึงก็ใกล้เข้ามาทุกที วันที่ไม่มีพ่อแล้วจริงๆ เป็นความจริงที่คนไทยรับได้และรับไม่ได้ แต่ทุกสิ่งต้องมีที่สิ้นสุดและพระองค์ไม่อาจจะอยู่กับพวกเราได้ตลอดไป
          แต่ความดีความห่วงใยที่พระองค์มีให้และทำให้ลูกๆ ของพระองค์นั้นย่อมไม่มีวันสิ้นสลายไป นั่นคือสิ่งที่ลูกๆ พึงตระหนักและต้องทำตามพ่อสอนให้จงได้
          พระองค์ท่านอดทนและลำบากเพื่อคนไทยมามาก ถึงเวลาที่พระองค์ต้องพักผ่อน และถึงเวลาที่ลูกๆ จะได้ตอบแทนพระองค์ท่านด้วยการเป็นคนดีประพฤติปฏิบัติดี เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ ทำเศษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกิน ไม่ฟุ่มเฟือยเกินฐานะของตน
          ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่มีความเคารพในพระองค์ท่านอย่างสูงสุด พระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ กราบพระบาทส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไปเหนื่อยยากเพียงใดไม่ทำให้พ่อผิดหวัง
          “ลูกสัญญาว่าจะเป็นคนดี ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ จะดูแลบุพการีและลูกๆ ให้เป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ"

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”
          เกิดกี่ชาติขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป
          สมคิด บุญธรรม
          อายุ 46 ปี
          พนักงานบริษัทเอกชน
+++++


           จะยึดตามแนวทาง “พ่อหลวง”
           ตอนเด็กๆ ผมมักจะได้ยินคำว่า “พ่อของแผ่นดิน” เสมอๆ แต่ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็กผมไม่รู้เลยว่าความหมายคืออะไรแต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าจากการตั้งคำถามที่ผ่านมาความหมายคืออะไร
          ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ อยู่ในใจปวงชนชาวไทยและอยู่ในใจผมตลอดมา เป็นพ่อหลวงของคนไทยทั้งปวง
จากวันนั้นถึงวันนี้ วันที่ผมได้เจริญโตบนผืนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ แผ่นดินที่ “พ่อ” ห่วงใยทุกข์สุขลูกของท่านเสมอมาตั้งแต่วันขึ้นครองราชสมบัติจนท่านจากพวกเราไป
          พ่อหลวงของเรา เปรียบเสมือนครูอาจารย์ผู้วางแนวทางและความรู้ให้พวกเราชาวไทยได้เรียนรู้และปฏิบัติตามในทางที่ถูกต้องและสุจริต พ่อหลวงยังคิดแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยากและขาดแคลน พระราชทานแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ปวงชนชาวไทยให้ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง พออยู่พอกิน พระราชทานโครงการต่างๆ อีกมากมาย พ่อหลวงของเราได้ทำเอาไว้เพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ไม่แปลกใจว่าทำไม เราคนไทยถึงรักพระองค์ท่านมากเพียงนี้
ท่านเปรียบเหมือนเทวดาที่คอยประทานความสุขให้แก่คนไทยตลอดมา
          วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่ผมเศร้าใจมากที่สุดในชีวิตหนึ่งของผม ท่านจากพวกเราไปสู่สวรรคาลัย ความรู้สึกของผมไม่ต่างอะไรกับทุกคนที่รักเทิดทูนพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้ประชาชนคนไทย นับจากวันนี้แนวหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการหลวงอื่นๆ อีกมายมาย เป็นตำราเรียนให้พวกเราดำเนินตามรอยพระบาท เพื่อความอยู่ดีกินดี เอื้อเฟื้ออาทรต่อกัน
          คำสัญญาของลูก ผมเป็นลูก “พ่อหลวง” คนหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันรับราชการครู “ข้าของแผ่นดิน” ตลอดเวลารับราชการที่ผ่านมาได้น้อมนำคำสอนของพ่อมาปรับใช้ในการประกอบอาชีพด้วยความเพียร ความพยายามเสมอมา เพราะตระหนักเสมอว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ ความเป็นครูต้องมีความเสียสละ อดทน เพื่อส่วนรวม สอนศิษย์ให้เป็นคนดีดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
          ลูกคนนี้จะยึดแนวทางในการปฏิบัติงานที่ดี มุ่งเน้นเห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ มีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ให้การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน เพื่อให้การศึกษาไทยพัฒนาและมีความเจริญ
          ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่านไม่สามารถร้อยเรียงบรรยายเป็นคำได้หมด ทราบแต่พียงว่ารักพระองค์ท่านมาก เพราะท่านคือ           “พระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติและคนทั้งโลก”

“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”

          เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย
          พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล
          ข้าพระพุทธเจ้า นายทรงวุฒิ จันทร์หมื่นไวย
          ครูโรงเรียนบ้านลำเชิงไกร จ.นครราชสีมา
         +++++