
“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ”
“คำสัญญา” จากใจลูก ถึง “พ่อ” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 23 ตุลาคม 2560
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย...
1 ปีสำหรับการสูญเสียที่ใหญ่หลวงของปวงชนชาวไทย ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกใจหาย เมื่อใกล้วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ข้าพเจ้า นางจันทร์เพ็ญ ตั้งสุวรรณ ข้าราชการบำนาญครู ศิษย์เก่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบัน อายุ 79 ปี ไม่มีโอกาสได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง แต่ได้เข้าถวายความเคารพถึงพระองค์ท่าน ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่เชียงใหม่ค่ะ
ในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการกระทำหลายประการที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่าน เช่น ตามปกติทุกวันที่โพสต์สวัสดีทักทายเพื่อนในเฟซบุ๊ก ข้าพเจ้าจะมี พระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์(ที่วาดเอง)โพสต์ทุกวัน ก่อนการโพสต์ภาพสวัสดีทักทายเพื่อนๆ ซึ่งปฏิบัติเป็นประจำตลอดมาหลายปีแล้ว ตัวอย่างพระบรมสาทิสลักษณ์ที่วาดและโพสต์บางภาพดังนี้ค่ะ
ข้าพเจ้าพร้อมลูกและหลานชาย ได้ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ที่บ้าน เพื่อส่งไปสมทบกับดอกไม้จันทน์พระราชทานส่วนกลาง โดยฝากไปกับ ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ ประกอบด้วย ดอกกุหลาบเวียงพิงค์ 205 ดอก ดอกดารารัตน์ 65 ดอก
นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กสอนการทำกุหลาบเวียงพิงค์ทุกขั้นตอน (เพราะมีหลายคนอยากมาเรียนทำด้วยน่ะค่ะ)
ปัจจุบันข้าพเจ้าอยู่คอนโดกับลูกสาวที่ กทม. (บ้านอยู่ต่างจังหวัด) ไม่สามารถปลูกดอกดาวเรืองได้ จึงทำดอกดารารัตน์ สีเหลือง(แดฟโฟดิล) จำนวน 30 กว่าดอก แจกให้เพื่อนร่วมงานของลูกสาวที่ ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อให้ดอกไม้สีเหลืองของพ่อแห่งแผ่นดิน ไปบานสะพรั่งที่ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่
ข้าพเจ้ามีงานอดิเรกวาดภาพและเคยขายภาพที่วาดเพื่อการกุศล นำเงินที่ขายได้ไปบริจาคให้แก่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี(มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก)หลายครั้งแล้วค่ะ
ข้าพเจ้าจะทำดี ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง เพื่อทดแทนคุณของแผ่นดินไทย และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอดไป
ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
นางจันทร์เพ็ญ ตั้งสุวรรณ
ข้าราชการบำนาญครู อายุ 79 ปี
++++++
ธ สถิตในหัวใจตราบชีวิน
* ในวันที่ดาวเรืองเหลืองอร่าม
ทุกทุกความพร้อมพรั่งดังตั้งมั่น
ถวายพระเกียรติยศพระทรงธรรม์
แต่ใจนั่นกลับแฝงแสงโศกตรม
* ศิลปะทุกแขนงแห่งสยาม
คือความงามสูงสุดเป็นปฐม
ทุ่มเททั้งกายใจให้งามชม
หากซ่อนความขื่นขมทุกอณู
* ไม่มีใครสักคนอยากแสดง
หากจิตแจ้งพุทธพจน์จดจำอยู่
ทุกสิ่งเกิดจำเริญดำรงรู้
แล้วทุกผู้ต้องดับลับล่วงไป
* สิ่งที่พึงกระทำอันล้ำค่า
คือนำพาชีพก้าวพิสุทธิ์ใส
จรรโลงค่าวัฒนธรรมคำว่าไทย
ถวายไท้สนองพระอธิคุณ
พนอ ธรรมเนียมอินทร์
สื่อมวลชนประกายเพชร
มูลนิธิเพชรภาษา
ผู้จัดและผลิตรายการวิทยุสถานีวิทยุศึกษา สำนักงาน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ
++++++
ภาพ “พ่อ” ที่เป็นพลังให้ได้ก้าวต่อ
ภาพนี้เป็นภาพที่อยู่ในใจผมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ผมจำไม่ได้ มันนานมากๆ เป็นภาพที่ผมนึกถึงที่ไร ผมก็มีพลังทุกครั้ง ยามที่ผมเหนื่อยหรือท้อแท้มากๆ ผมจะนึกถึงภาพนี้เสมอ “ภาพที่ท่านทรงงานมีหยาดเหงื่อติดอยู่ที่ปลายจมูก” นึกถึงทีไรผมมีกำลังใจและมีพลังทุกครั้ง พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประชาชนของท่านทั้งประเทศ ผมทำแค่นี้เองใจมันก็เลยส่งพลังให้กายลุกขึ้นมาก้าวต่อไป
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พอรู้ข่าวการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมรู้สึกจุกในหัวใจและจุกจนมาถึงลำคอ ถามคำถามกับตัวเองว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ หรือ” ถามวนไป-วนมา หลายครั้ง ทั้งๆ ที่ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องมีวันนี้ แต่ก็อดถามคำถามนี้ไม่ได้ และภาพที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านก็ผ่านเข้ามามากมาย แต่ภาพสุดท้ายก็มาจบที่ภาพนี้
วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 ผมได้ใกล้ชิดท่านมากที่สุดในชีวิต คือ ผมได้มีโอกาสเป็นคณะเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบรมศพ ผมดีใจมากที่จะได้เข้าไปกราบท่านอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้เลย อยากจะใกล้ชิดท่านตอนที่ท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่มากกว่า
ลูกๆ ถามผมว่า ทำไมคนรักท่านมากจังคะ/ครับ ผมบอกกับลูกๆ ว่าท่านดูแลพวกเรา ท่านทรงงานเพื่อประชาชนของท่านโดยไม่รู้จักเหน็ด ไม่รู้จักเหนื่อย มาตลอดพระชนม์ชีพของท่าน ประชาชนชาวไทยทุกคนจึงรักและเคารพท่าน พร้อมน้อมนำเอาคำสอนของท่านมาปรับใช้ในชีวิตของพวกเราซึ่งพระองค์ทรงใช้คำสอนแบบง่ายๆ นำมาใช้ได้จริง และก็ยังทรงทำเป็นแบบอย่างให้เราเห็น ให้เราทำตาม ซึ่งเมื่อใครก็ตามนำมาปฏิบัติตามก็จะรู้ได้เองว่าทำได้จริงๆ เป็นสิ่งที่ยั่งยืน และเป็นไปตามที่ท่านสอน สิ่งเหล่านี้ที่ท่านได้ทรงทำไว้ทำให้ท่านอยู่ในดวงใจของชนชาวไทยทุกคนนะลูก ที่มีคนชอบพูดว่า “ท่านทรงเป็นเทวดาของลูก” นั้นไม่ผิดไปจากคำนี้เลย
จนเวลานี้ใกล้งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผมยิ่งใจหาย ถึงอย่างไร ผมเชื่อว่าท่านยังอยู่ในใจของชนชาวไทยทุกคน น้ำตาของผมที่ไหลในใจยังไม่หยุดเลยครับ
ขอน้อมส่งเสด็จ พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย อยากบอกว่า รักและเคารพพระองค์เหลือเกิน ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป
ข้าพระพุทธเจ้า นายมนตรี สหพรอุดมการ
อายุ 43 ปี
อาชีพรับจ้างและธุรกิจส่วนตัว
++++++
“คำสัญญา” จากใจลูก
"โรงเรียนที่เด็กๆ ทั้งโรงเรียน 40 กว่าชีวิตร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีทุกวันโดยที่ไม่มีใครบังคับ เพราะครูคนหนึ่งเคยบอกกับพวกเขาว่า ถ้าเรารักใคร เราก็ควรแสดงออกและบอกรักเขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้..” โรงเรียนบ้านดงบาก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
ในฐานะข้าราชการครูคนหนึ่ง ตั้งใจจะเดินตามรอย “พ่อ” ความพอเพียง..การดูแลทุกๆ คนเหมือนลูก.. เหมือนทุกครั้งที่ “พ่อ” มอง คิด และพูดถึงคนไทยทั้งประเทศ
เมื่อผมได้มาเป็นครูอย่างที่ตัวเองฝันก็รู้สึกว่าชีวิตเราเพียงพอแล้ว โรงเรียนไม่ใช่แค่ที่ทำงาน แต่มันเป็นเหมือนบ้านที่มีลูกๆ หลายคนอยู่ พอเรารู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านอีกแห่งเราก็พยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้บ้านเราน่าอยู่ สะดวก สะอาด ปลอดภัยสำหรับลูกๆ นักเรียน.. ไม่ว่าจะเป็น ทำสวนเกษตร ทำสวนหย่อม เลี้ยงสัตว์ สร้างอาคาร สร้างรั้ว ทาสีรั้ว ออกเงินจ้างครูอัตราจ้าง ออกเงินเชิญวิทยากรภายนอก..ด้วยเงินเดือนครูของผมเอง
“คำสอนของพ่อ” สำหรับพวกเราในฐานะครูว่า...
1) ให้ครูรักเด็กและเด็กรักครู
2) ให้ครูสอนให้เด็กมีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้า
3) ให้ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำร่วมกันเพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี
ผมนำหลักคำพ่อสอนมาปฏิบัติตั้งแต่วันแรกของการเป็นครูจนผ่านมาหลายปี เด็กๆ ที่นี่ไม่มีใครเรียกครูว่า “ครู” อีกแล้ว แต่ทุกคนเรียกครูว่า “พ่อ” เรามีความรักความสามัคคีดูแลกันเป็นครอบครัว ที่ชาวบ้านมักจะได้เห็นพ่อลูกกลุ่มนี้ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันเสมอ ผมสอนให้เด็กๆ ไม่แข่งขันกัน แต่ให้แข่งขันกับตัวเอง รู้จักตั้งเป้าหมายในชีวิต เด็กๆ รู้จักตั้งเป้าหมายระยะสั้น เป้าหมายง่ายๆ หลายๆ เรื่อง ไปจนถึงเป้าหมายหลักในชีวิตและลงมือทำตามฝันโดยมีครูคอยเป็นโค้ชชีวิตให้กับพวกเขา
ผมจะเป็นครูที่ดี จะเป็นครูด้วยจิตวิญญาณ ด้วยหัวใจ ทุกคำสอนของพ่อ ผมจะนำไปปฏิบัติ และส่งต่อความรักของ “พ่อ” สู่ลูกหลานรุ่นต่อไปจนตลอดชีวิต ผมสัญญา
ศุภกิจ วิทยาศิลป์ (ครูโต้ง)
โรงเรียนบ้านดงบาก
อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี
++++++
คำสัญญาจากลูก...
วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่คนไทยเสียใจครั้งยิ่งใหญ่ทั้งประเทศ ทางครอบครัวเราจึงได้วางแผนว่าจะพาแม่ของเราคือ คุณแม่สำลี พิมพ์ขาล อายุ 83 ปี ไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนสิ้นปีสักครั้ง
วันที่ 29 ธันวาคม 2559 ลูกหลานสะดวกพร้อมกัน ไปถึงสนามหลวงประมาณบ่าย 3 โมง ได้เข้าไปนั่งรอ ในช่วงเวลาที่รอเกือบ 7 ชม. เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวเราได้ซึมซับถึงความรักความสามัคคีของคนไทยที่คอยเอื้อเฟื้อแบ่งปันอาหารและรอคอยที่จะเข้าไปกราบพระองค์ท่านด้วยใจที่รักและเทิดทูนจริงๆ แม่ไม่ยอมนั่งรถวีลแชร์เพราะอยากเดินขึ้นไปกราบพระองค์ท่านให้ใกล้ที่สุดเท่าที่มีแรงจะทำได้
เมื่อถึงเวลาเกือบ 4 ทุ่ม แม่ได้มีโอกาสกราบพระองค์ท่านใกล้ที่สุดแถวหน้าสุด ถือเป็นบุญที่สุดที่ครอบครัวเราได้มีโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่ได้เข้ามากราบลาพระองค์ท่าน
ครอบครัวเราจะตั้งใจสั่งสอนอบรมลูกหลานให้เป็นคนดีของสังคมและแบ่งปันน้ำใจสู่สังคมชนบทที่ยังขาดแคลนดั่งที่พวกเราได้ทำมาและจะทำต่อไปตราบที่กำลังของครอบครัวจะทำได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆ ก็ตาม
น.ส.จารุวรรณ์ พิมพ์ขาล
อายุ 45 ปี
++++++



