ข่าว

ประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวา ?

ประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวา ?

26 ก.ย. 2552

นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่าให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เมืองมะกันที่ถามถึงสถานการณ์บ้านเมืองเราว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คือประชาธิปไตยที่มีชีวิตชีวา และยืนยันว่าจะควบคุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ก็พอเข้าใจหรอกว่า นี่คือวิธีตอบที่น่าจะดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้วสำหรับคนเป็นนายกรัฐมนตรี ที่จะอธิบายสภาพบ้านเมืองที่ตนบริหารอยู่

 แต่ถ้าว่ากันตามจริง ตามเนื้อผ้า มีใครรู้สึกหรือไม่ว่า นี่มันใช่เรียกว่า "มีชีวิตชีวา" กันตรงไหน

 โพลล์ทุกสำนักที่สำรวจความสุขของคนในชาติในยามที่ไม่ว่าแดงหรือเหลืองชุมนุมกันนั้น "ความสุข" ของคนในบ้านเมืองถูกแทนที่ด้วยความกลัว ความวิตกกังวล

 กลัวว่าคนในชาติจะถูกปลุกปั่นให้ทำลายบ้านเมืองด้วยการปะทะกัน ตีกัน ฆ่ากัน

 ความรู้สึกเหล่านี้มีขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าคนคนนั้นจะรักหรือไม่รักรัฐบาลชุดนี้

 ที่บอกว่า จะพยายามทำให้ทุกคนอยู่ในกรอบของกฎหมาย ...เอาเข้าจริงได้ทำอย่างที่ว่านั้นเต็มที่แล้วหรือยัง ?
 หนักไปกว่านั้นก็คือ "กลไก" ที่จะไปบังคับใช้กฎหมายนั้น "เชื่อฟัง" คำสั่งของรัฐบาลหรือไม่

 สภาพที่เห็นมันตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง นับวันมีแต่บั่นทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล รวมทั้ง นายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ลดน้อยลง โดยที่คนร่วมรัฐบาลก็รู้เห็นเป็นใจ เหมือนกับว่า รักตัวกลัวตาย แต่รัฐบาลหรือ นายกฯ อภิสิทธิ์ จะล้มละลายทางความเชื่อมั่นก็ช่างมันปะไร

 ไม่ได้คิดคำนึงถึงว่า เมื่อรัฐบาลขาดความเชื่อมั่น นายกฯ ไม่ได้รับความเชื่อถือ แล้วชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร

 ถึงแม้จะเข้าใจว่ามันคือคำอธิบายเพื่อให้ต่างชาติเกิดความมั่นใจ แต่ก็น่าเชื่อว่ายังมีความแคลงใจอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนายกฯ กลับมา และต้องมาเผชิญกับปัญหาเดิม ที่ยังคงแก้ไม่ตก
 "อำนาจ" ของการเป็นนายกรัฐมนตรี นั้นมีจริง แต่การใช้อำนาจนั้น จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการกลับมาครั้งนี้

 ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจ จัดการกับคนที่ปลุกปั่นให้มีการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้อำนาจ แต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ เพื่อสยบข่าวลืออันล่อแหลมที่จะนำความเสื่อมเสียมาแปดเปื้อนกับสถาบันอื่น หรือองค์กรอื่น

 เพราะถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อเรื้อรังออกไป อย่าว่าแต่ประชาธิปไตยจะไร้ชีวิตชีวาเลย ผู้คนในชาติจะพากันสลดหดหู่ สังเวชใจที่เห็นจุดจบ เห็นทางตันของบ้านเมือง

ศรายุทธ สายคำมี [email protected]