ข่าว

“วิชา”เห็นใจคตส.บอกทำดีที่สุดแล้วคดีกล้ายาง

“วิชา”เห็นใจคตส.บอกทำดีที่สุดแล้วคดีกล้ายาง

25 ก.ย. 2552

“วิชา” เห็นใจ คตส. บอกทำดีที่สุดแล้วคดีกล้ายาง ระบุต้องทำงานภายใต้เวลาจำกัด คดีกล้ายางรั่วศาลฎีกาต้องตอบคำถามให้ได้

 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 ก.ย. ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำสำนวนคดีที่รับส่งจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ให้รัดกุมมากขึ้น หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้อง 44 จำเลยคดีกล้ายาง ว่า ไม่ได้เข้มข้นมากขึ้นแต่อย่างใด ป.ป.ช.ทำตามระบบ เรื่องนี้ที่ คตส.ทำมาเราต้องยอมรับ เราจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ นอกจากคตส.ทำไว้ครึ่งๆกลางๆอย่างคดีรถดับเพลิงที่ป.ป.ช.ต้องมาทำใหม่ หรือคดีที่กำลังอยู่ในความดูแลของป.ป.ช. เช่น ซีทีเอ็กซ์ที่เราต้องมาทำให้สมบูรณ์ใหม่ แต่ต้องยอมรับว่าอันไหนจบแล้วก็ต้องจบ ถ้าคตส.ทำมาจบแล้วก็ต้องจบ ต้องเห็นใจ คตส.ว่ามีเวลาจำกัด ต้องเร่งรีบ บางครั้งต้องเห็นใจ อย่าไปซ้ำเติม คตส.ทำดีที่สุดแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของคดีที่ยังอยู่ในมือป.ป.ช. มั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถเอาผิดคนผิดได้จนสิ้นสุดกระบวนการ นายวิชา กล่าวว่า คงรับรองผลไม่ได้อยู่แล้ว แม้แต่คดีที่ป.ป.ช.ทำมาแต่ต้น ศาลก็มีคำถามข้อสงสัยตลอดเวลาว่าต้องไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ศาลอยู่แล้วในระบบไต่สวน ถ้าไม่ครบถ้วน ศาลสามารถเรียกพยานและเอกสารเพิ่มได้ ส่วนคำวินิจฉัยคีกล้ายางทำให้ป.ป.ช.ต้องทำสำนวนให้รัดกุมขึ้นหรือไม่ คิดว่าไม่จำเป็น เพราะเป็นมาตรฐานของป.ป.ช.อยู่แล้ว อย่างคดีกล้ายางต้องยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของคตส. ซึ่งคตส.เองคงใช้ดุลพินิจแล้วตอนนั้นว่าสมบูรณ์แล้ว ต้องเข้าใจว่าทุจริตเชิงนโยบายเป็นเรื่องยากและซับซ้อน ทั่วโลกเหมือนกันหมด การวินิจฉัยชี้ขาดว่าถูกหรือผิดยากที่สุด แต่ถือเป็นความกล้าหาญของคตส.ที่นำเสนอ เพื่อให้ประชาชนตระหนักเรื่องนี้

 เมื่อถามว่า คดีกล้าอย่างเป็นตัวอย่างเรื่องการประสานงานกับอัยการในการนำคดีขึ้นสู่ศาล ป.ป.ช.ศึกษาบทเรียนอย่างไร นายวิชากล่าวว่า ป.ป.ช.พยายามให้อัยการเป็นผู้รับช่วงต่อไป ในส่วนที่ป.ป.ช.จะนำคดีเข้าสู่ศาลเองนั้นเป็นข้อยกเว้น อย่างไรก็ตามป.ป.ช.ประชุมกันแล้วเห็นตรงกันว่าจะพยายามให้อัยการร่วมมือกับป.ป.ช.อย่างดีที่สุด อีกทั้งป.ป.ช.มีนายใจเด็ด พรไชยยา กรรมการป.ป.ช.ซึ่งเป็นอดีตรองอัยการสูงสุดดูแลยู่

 ส่วนกระแสข่าวคำวินิจฉัยคดีกล้ายางรั่วนั้น นายวิชา กล่าวว่า เราไปคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่าศาลไม่มีเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะศาลฎีกา เพราะตนเคยอยู่ศาลฎีกามาหลายปี ก็ต้องเสาะหากันต่อไปว่าเหตุใดจึงมีตัวเลข 8:1 ออกมาล่วงหน้า อย่างไรก็ตามเพื่อคลายข้อสงสัยประธานศาลฎีกาได้ตั้งคณะตรวจสอบซึ่งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาแล้ว ต้องให้คณะตรวจสอบดูแลไป

 เมื่อถามว่า ตัวเลข 8:1 ที่รั่วออกมา ถือว่าแม่นมาก นายวิชา กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่รั่วจริงหรือไม่ หรือเป็นการคาดเดาก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตามในอดีตเคยมีคดีที่รั่ว ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นระดับเจ้าหน้าที่ ก็มีการไล่เจ้าหน้าที่ออกไป ซึ่งกรณีนี้คณะตรวจสอบต้องพยายามหาว่ามีจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีจริง เป็นเพียงการคาดเดาก็แล้วกันไป แต่ต้องตอบคำถาม เพราะประชาชนรวมทั้งสื่อก็ออกมาว่ากันยกใหญ่