
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิ (ตอนที่ 1) รออย่างไม่มีความหวัง
ชาวบ้านรอบสุวรรณภูมิยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ สุดทนรัฐบาลรับปากแก้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า
นายวันชาติ มานะธรรมสมบัติ แกนนำชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเผยต่อทีมงานคุณภาพชีวิตว่า กลุ่มชาวบ้านได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหามาถึง 4 รัฐบาล แต่ไม่มีข้อยุติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2552 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรวมตัวกันเข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการเปิดใช้สนามบินและชดเชย ซึ่งนายสุเทพได้ให้ความมั่นใจกับตัวแทนชาวบ้านว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาให้สำเร็จภายใน 1-2 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
ที่ผ่านมา ทอท. มีความล่าช้าและไม่มีความจริงใจในการช่วยเหลือชาวบ้าน โดยชาวบ้านต้องการให้ ทอท. รับซื้อและซ่อมแซมอาคารที่อยู่ระดับความดังของเสียงที่เอ็นอีเอฟ เกินกว่า 40 เท่ากับราคาตลาด และให้รับซื้ออาคารที่อยู่ในรัศมี เอ็นอีเอฟ 30-40 กรณีชาวบ้านต้องการขาย และเกณฑ์ที่รับซื้อต้องเป็นอาคารที่ปลูกสร้างไม่เกินปี 2549 ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง และต้องยึดตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 เท่านั้น
แต่ ทอท.ไม่ยอมรับข้อเสนอของชาวบ้าน โดยยืนยันว่าอาคารที่อยู่ในระดับความดังของเสียง เอ็นอีเอฟ 30-40 จะใช้วิธีชดเชยเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมเท่านั้น นอกจากนี้ ทอท.ยังยืนยันว่า เกณฑ์การพิจารณา จะยึดมติ ครม. วันที่ 29 พฤษภาคม 2550 เนื่องจากได้เกณฑ์มาตรฐานที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงมากกว่ามติวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ที่ชาวบ้านต้องการ และการชดเชยจะได้เฉพาะบ้านเรือนที่ปลูกสร้างก่อนปี 2544 และจะพิจารณารับซื้อเฉพาะอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยบริเวณ เอ็นอีเอฟ เกิน 40 เท่านั้น
นายวันชาติบอกอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมสามฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบทางเสียงจากการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มีนายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นั้น ทางตัวแทนชาวบ้านยังได้เสนอให้คณะกรรมการเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินราคาที่ดินใหม่ จากที่ได้ประเมินราคาที่ดินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพียงตารางวาละ 2.5 หมื่นบาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำ หากมีการประเมินราคาที่ดินให้แก่ชาวบ้านเหมาะสมและเป็นธรรม เชื่อว่าชาวบ้านคงย้ายออกไปนานแล้ว แต่ที่ผ่านมา ทอท.บอกว่าจะจ่ายให้และชาวบ้านก็พร้อมจะย้ายออกไป แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบยาวนานเป็นปี แตกต่างกับการเวนคืนที่ดินก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านมากถึง 3 เท่าของราคาที่ทางการประเมินไว้ ทำให้ไม่มีปัญหาในการรื้อถอน
“ชาวบ้านมีความเดือดร้อนมาก นอกจากได้รับผลกระทบทางเสียงแล้ว ยังได้รับผลกระทบทางด้านมลภาวะอีกด้วย ตอนนี้มีเครื่องบิน บินขึ้น-ลงกว่า 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เรียกว่ามาทุกนาทีก็ว่าได้ ช่วงที่เครื่องบินมาถี่ที่สุดเป็นช่วงบ่ายและตอนดึกที่ชาวบ้านหลับนอน ชาวบ้านหลายคนเจ็บป่วย บางคนหูตึงไปแล้ว และที่น่าตกใจคือมีคนเสียชีวิตแล้วด้วย หากมีการย้ายเที่ยวบินจากดอนเมืองมาที่สุวรรณภูมิอีกก็จะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอีกกว่า 100 เที่ยวบิน จึงอยากเรียกร้องให้ ทอท. เร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านด้วย” นายวันชาติกล่าว
--------------
ในการวัด-การคาดการณ์ระดับเสียงที่เกิดจากกิจกรรมการบินของสนามบินนั้น จะใช้หน่วยเอ็นอีเอฟ (Noise Exposure Forecast) โดยเส้นระดับเสียงเอ็นอีเอฟจะเป็นค่าเฉลี่ยทั้งปี ซึ่งแปรผันไปตามการใช้ทางวิ่ง จำนวนเครื่องบิน ประเภทของเครื่องบิน และลักษณะการบิน
สำหรับบริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ มีการประเมินค่าระดับเสียงตามระดับค่า เอ็นอีเอฟต่างๆ ดังนี้คือ
-พื้นที่ภายในแนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟมากกว่า 45 เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งหมดอยู่ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน
-พื้นที่บริเวณที่มีแนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ 40-45 พาดผ่าน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในระยะยาว
-พื้นที่บริเวณที่มีแนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ 35-40 พาดผ่าน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้านเสียงปานกลาง ไม่เหมาะที่จะมีสิ่งก่อสร้างที่มีกิจกรรมที่อ่อนไหว
-พื้นที่บริเวณที่มีแนวเส้นเสียงเอ็นอีเอฟ 30-35 พาดผ่าน เป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเสียงน้อย
ตัวเลขเอ็นอีเอฟยิ่งมาก คือ ยิ่งดังมาก เดือดร้อนมาก



