
ประชาชนชมพิธีซ้อมริ้วขบวนฯ หนาแน่น
ทนแดดทนฝนประชาชนเฝ้ารอชมพิธีซ้อมริ้วขบวนเต็มพื้นที่สนามหลวง
แม้ว่าจะมีสายฝนตกโปรยปรายลงมาในตอนเช้าและแดดจัดในช่วงกลางวัน แต่บรรยากาศบริเวณตั้งแต่จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผผ่านหน้าศาลฎีกา ศาลหลักเมือง ตลอดจนบริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดสีดำมาจับจองพื้นที่เพื่อรอชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ริ้วที่ 4 ตั้งแต่เช้ามืด
จารุ ชูนุช
หนึ่งในประชาชนที่มาร่วมชมซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นางสาวจารุ ชูนุช อายุ 74 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่แต่มาอาศัยที่ย่านนางลิ้นจี่ เผยว่า ตั้งแต่ที่พระองค์เสด็จสวรรคต ตัวเองมาเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เรื่อยมาจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ที่สำนักพระราชวังประกาศปิดให้ประชาชนเข้ากราบ และในวันนี้ซึ่งเป็นพิธีซ้อมริ้วขบวน จึงเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึงฝนจะตกลงมาแต่ก็โชคดีที่วันนี้มีประชาชนมาไม่เยอะเท่าเมื่อวาน
“ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อให้ต้องตากแดด ตากฝน หรือต้องใช้เวลารอคอยนานแค่ไหนก็ไม่เคยท้อ เพราะป้ารักพระองค์ท่าน รักมากในทุกๆ ด้าน อยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงนิดหน่อยใกล้ชิดกับพระองค์ให้มากที่สุด อีกทั้งในวันที่ระหว่างวันที่ 25-29 ซึ่งเป็นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ นั้น ป้าได้ลงชื่อเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจ ไปช่วยดูแลที่ซุ้มวางดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศองค์จำลอง พระลานพระราชวังดุสิต คงไม่มีโอกาสได้เข้ามาที่ท้องสนามหลวง จึงรีบมาในวันนี้ก่อน” นางสาวจารุ ชูนุช กล่าวภายหลังจากการซ้อมริ้วขบวนที่ 4 เสร็จสิ้นลง
นางฉวีวรรณ สิงหรัตน อายุ 77 ปี เดินทางมาจากย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ คนเดียวเพื่อชมการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราอิสริยยศฯ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยมาชมการซ้อมครั้งก่อนแล้วในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา และที่มาในวันนี้เพราะอีกจะชมอีกครั้ง แต่ติดธุระทำให้พลาดการซ้อมริ้วขบวนที่ 1, 2 และ 3 ของเมื่อวาน (วันที่ 21 ตุลาคม 2560) จึงตัดสินใจเดินทางมาชมการซ้อมในวันนี้แทน โดยออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดมาถึงที่นี่ตอนประมาณ 06.00 น. ลงรถเมล์แถวเฉลิมกรุงแล้วเดินเข้าทางถึงสนามหลวง เนื่องจากวันถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นประชาชนต้องมากันเยอะมาก อีกทั้งไม่สามารถมานอนรอที่สนามหลวงเหมือนอย่างเพื่อนๆ ได้ จึงตั้งใจว่าจะไปวางดอกไม้จันทน์ที่พระลานพระราชวังดุสิตแทน
“ตั้งแต่สมัยที่ตัวเองเป็นเด็กยังอายุยังน้อยขณะนั้นอาศัยอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ กลับจากต่างประเทศโดยประทับเรือ พ่อแม่พาไปเฝ้าฯ รับเสด็จถึง 3 ครั้ง และอีกครั้งตอนที่พระองค์ท่านพระบรมราชาภิเษกพูดง่ายๆ ยังไม่รวมตอนมาประทับที่โรงพยาบาลศิริราช ตัวเองก็ได้ไปร่วมกับประชาชนคนอื่นสวดมนต์ทุกวันจันทร์ถวายแด่พระองค์อีกหลายครั้ง ดังนั้น ถ้าถามว่ารักพระองค์ท่านตรงไหน ตอบไม่ถูกรู้แค่ว่ารักพระองค์ท่านจริงๆ เรียกว่าเป็นความผูกพันก็ย่อมได้ ถ้าแลกชีวิตได้ก็จะแลกให้พระองค์ท่านได้เลย” นางฉวีวรรณ กล่าวถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในดวงใจด้วยน้ำเสียงแห่งความรักและเทิดทูน



