
"อดีตรองผู้ว่าฯอุบลฯ"ขึ้นศาลปฏิเสธสู้คดีย้ายครูไม่เป็นธรรม
"ศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง"นัดพร้อมคดี" 4 ผอ.โรงเรียนอุบลฯ"ฟ้องกราวรูด"อดีตผู้ว่าฯอุบลฯย้ายไม่เป็นธธรมหลังจำเลยยืนกรานปฏิเสธขอสู้คดีให้คะแนนคลาดเคลื่อน
20 ต.ค.60 ที่ห้องพิจารณา 8 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ซ.สีคาม ศาลนัดสอบคำให้การและตรวจเอกสาร คดีหมายเลขดำ อท.139/2559 ที่นายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผอ.โรงเรียนไผ่ใหญ่ศึกษา สพม.29 , นายไพรวัลย์ แสนแดง ผอ.โรงเรียนดงยางวิทยาคม สพม.29, นายพุทธิพัฒน์ ปริชวริชวงษ์ ผอ.โรงเรียนบ้านบุ่งมะแลง สพป.อบ.4 และนายชาคริต พิมพ์หล่อ ผอ.โรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม สพม.29, และทั้งหมดอยู่ใน จ.อุบลราชธานี ร่วมกันเป็นโจทก์คดี 11 สำนวนซึ่งรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยยื่นฟ้อง นายนิกร สุกใส อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ยโสธร) และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) , อนุกรรมการ กศจ.อุบล , ผู้ตรวจ ศธ. , ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี , อธิการบดี ม.ราชภัฏ ฯ อุบลราชธานี , อธิการบดี ม.อุบลราชธานี รวม 33 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร ได้รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันอาจจะเป็นความเท็จฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 จากกรณีการโยกย้ายและแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา ประจำปี 2559 ตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 3 พ.ย.59 โดยไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม เนื่องจากมีการให้คะแนนที่มีผลต่อการย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป
โดยวันนี้ นายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผอ.โรงเรียนไผ่ใหญ่ศึกษา จ.อุบลราชธานี เดินทางมาพร้อมนายนัฐพงษ์ พลศรีเมือง ทนายความ และนายพินิจ สุพรรณนนท์ ทีมทนายความ ขณะที่จำเลยทั้งหมด 33 รายมาศาล โดยมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและคณะมาร่วมสังเกตการณ์ในคดีด้วย ซึ่งนายมงคลกิตติ์ เป็นผู้พาคณะผู้บริหาร 4 โรงเรียน โจทก์คดีนี้ ยื่นหนังสือคัดค้านและยื่นถอดถอนคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ต่อนายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติมาแล้วเมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาด้วย
ทั้งนี้เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้สอบคำให้การจำเลยทั้ง 33 รายแล้ว ทั้งหมดให้การปฏิเสธและขออนุญาตให้ดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยด้วยเนื่องจากจำเลยล้วนมีภารกิจราชการ ซึ่งศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยทั้ง 33 รายมีภารกิจราชการที่มิอาจก้าวล่วงซึ่งเป็นเหตุจำเป็น และเพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ดังนั้นศาลจึงเห็นควรให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีและสืบพยานลับหลังจำเลยได้ จึงอนุญาตตามคำร้องขอของจำเลย
โดยศาลให้คู่ความทั้งสองฝ่ายสรุปประเด็นการสืบพยานบุคคลแต่ละฝ่าย และเหตุจำเป็นการสืบพยานปากนั้น ๆ รวมทั้งพยานเอกสารและพยานวัตถุต่าง ๆ ที่คู่ความจะนำสืบด้วยเสนอต่อเจ้าพนักงานคดีก่อนนัดตรวจหลักฐานในวันที่ 19 ธ.ค.60 และวันที่ 29 ม.ค.61 เพื่อเสนอศาลต่อไป โดยศาลนัดพร้อมคู่ความทั้งหมดอีกครั้งวันที่ 16 ก.พ.61 เพื่อสรุปวันไต่สวนพยานต่อไป
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณาวันนี้แล้ว นายเฉลิมเกียรติ แก้วกนก ผอ.โรงเรียนไผ่ใหญ่ศึกษา กล่าวว่า นอกจากคดีอาญาที่ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ แล้ว พวกตนที่ได้รับผลกระทบในการโยกย้าย ยังได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองอุบลราชธานีเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งของ กศจ.ด้วย ซึ่งศาลก็มีคำพิพากษาไปแล้วว่าให้เพิกถอนคำสั่ง กศจ.โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด อย่างไรก็ดีในการพิจารณาคดีอาญานี้ก็จะนำรายละเอียดการเพิกถอนคำสั่งเสนอต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯด้วย
ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันจำเลยทั้งหมดยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ แต่ตามกรอบกฎหมาย เช่น กฎหมาย ป.ป.ช. หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้วข้าราชการผู้นั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้กรณียื่นฟ้องเองเมื่อศาลรับฟ้องคดีและรอไต่สวนพยานแล้วก็ชอบที่หน่วยงานต้นสังกัด เช่น กระทรวงมหาดไทย ก็ควรที่จะพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย โดยคดีอาญานี้คาดว่าภายใน 1-2 ปีศาลก็น่าจะมีผลคำพิพากษาออกมาแล้ว ขณะที่เรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ก็มีมติให้เพิกถอนการโยกย้าย ผอ.รร.ในจ.อุบลราชธานี ทั้งหมดแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยทั้ง 33 ราย ประกอบด้วย 1.นายนิกร สุกใส อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ยโสธร) 2.นายพิทยา รักพรหมอดีต ผอ.โรงเรียนลือคำหาญ (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย กศจ.)
3.นายบำรุง แก้วจันดี เจ้าของโรงเรียนอนุบาลน้องหญิง (ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้แทนภาคประชาชน) 4.นายอดุลย์ กองทอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 5.นายถาวร คูณิรัตน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4
6.พล.ต.อชิร์ฉัตร โรจนะภิรมย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 จ.อุบลราชธานี 7.นายธรรมรักษ์ ละอองนวล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี 8.นายสำเภา สมบูรณ์ อดีตรองศึกษาธิการภาค (ผู้ทรงคุณวุฒิ ในอนุ กศจ.) 9.นางวาสนา บุญขจร ข้าราชการครูโรงเรียนนารีนุกุล (ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น)
10.นายกมล สาดศรี ผอ.โรงเรียนเบญจะมะมหาราช (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ) 11.นายวิเศษ แก้วมีศรี ผอ.โรงเรียนมัธยมตระการพืชผล (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ) 12.นายประศาสน์ สายลุนอดีต ผอ.โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ)
13.ว่าที่ พ.ต.นรินทร์ พานคำ ผอ.โรงเรียนบ้านปะอาว (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ) 14.นายประหยัด หลักรัตน์อดีต ผอ.โรงเรียนนารีนุกูล (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ)15.นายวิสุทธิ์ ราตรี อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านท่าบ่อ (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ)
16.นายพิจิตร ทาทอง ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล สพป.อบ. 1(กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ) 17.นายสุทธิพร ไชยพิเดช ผอ.กลุ่มบุคคล สพม.29(กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ) 18.นายพงศ์วิทย์ ถูระวรรณ์ ผอ.โรงเรียนอนุบาลบุณฑริก (กรรมการตรวจสอบคะแนนฯ)
19.นายสมศักดิ์ จังตระกูล อดีตผู้ว่าฯ อุบลราชธานี (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ขอนแก่น) 20.นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษาธิการภาค 2 21.นายธนกร ไชยกุล ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี (ผู้แทน กกอ.) 22.น.ส.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ผู้แทน สกอ.)
23.น.ส.อรวดี ธานี ข้าราชการสำนักงาน ก.ค.ศ. (ผู้แทน ก.ค.ศ.) 24.นายชุมศักดิ์ ชุมนุม ผอ.กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน ใน สพป.อบ 1.(ผู้แทน สช.) 25.นายประกอบ กุลบุตร ผอ.การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดอุบลราชธานี (ผู้แทน ก.ศ.น.) 26.นายสรศาสตร์ ครองยุติ ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี (ผู้แทน กกท.)
27.นายปัญญา มีธรรม ท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 28.นายสมชาติ พงคพนาไกร ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี 29.นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี 30.นายอุทัย พลพวก ผอ.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี
31.นายนพภา พันธุ์เพ็งผู้แทนภาคประชาชน 32.นางเพ็ญแข ภัยพิทักษ์ ข้าราชการครูโรงเรียนปทุมวิทยากร สพป.อบ. และ 133.นายจิณณวัตร ปะโคทังคณบดี คณะคุรุศาสตร์ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี



