
ชงสั่งฟ้องวงเบิร์น1ใน6ผู้ต้องหาคดีซานติก้าผับ
สรุปสำนวนคดีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ 28 ก.ย. ก่อนส่งมอบอัยการ สั่งฟ้อง 6 ผู้ต้องหา ยันหลักฐานแน่นหนา เอาผิดดิ้นไม่หลุดแน่นอน ด้านมือทำเอฟเฟกท์ยิงเคานท์ดาวน์จนมุมตำรวจทองหล่อ เตรียมมอบตัวสู้คดีเช้าวันเดียวกัน
เมื่อวันที่ 25 กันยายน พล.ต.ต.ลิขิต กลิ่นอวล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดีว่า พนักงานสอบสวนที่ทำคดีทั้งหมดจะประชุมสรุปสำนวนคดีนัดสุดท้ายวันที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 15.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ภายหลังสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเตรียมส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
“การทำสำนวนคดีที่ผ่านมา มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกมาชี้แจงข้อสงสัยทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับเอฟเฟกท์ที่ใช้ในคืนวันเกิดเหตุว่าเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้หรือไม่ หลังจากพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็ได้ความกระจ่างอุปกรณ์ที่ใช้ทำเอฟเฟกท์ก็มีพลุเป็นส่วนประกอบ พร้อมดูภาพที่บันทึกการทำงานของพลุว่ามีการทำงานอย่างไร ได้ลงความเห็นประกอบสำนวนการสอบสวนไว้หมดแล้ว อีกทั้งยังมีพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ยืนยันว่า เห็นนายสราวุธ อะริยะ นักร้องนำวงเบิร์น ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว ฐานเป็นต้นเหตุของเพลิง เป็นคนถือกระบอกพลุก่อนเกิดเหตุจริง และมีพยานเห็นว่า นายสราวุธจุดพลุในเวลาเดียวกับที่เอฟเฟกท์ทำงาน“ พล.ต.ต.ลิขิตกล่าว
พล.ต.ต.ลิขิตกล่าวอีกว่า ในจุดนี้ตำรวจมีพยานเห็นลูกไฟหลายลูกที่ออกมาจากการจุดของนักร้องนำวงเบิร์น จากการสอบสวนพบว่า น่าจะเกิดขึ้นกับการจุดเอฟเฟกท์แน่นอน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ จึงได้ออกหมายจับ นายบุญชู เหล่าศรีนาท ผู้ทำเอฟเฟกท์มาสอบสวน และรับทราบข้อกล่าวหาด้วย โดยนายบุญชูติดต่อจะเข้ามอบตัวในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ในช่วงเช้า ที่ สน.ทองหล่อ
พล.ต.ต.ลิขิต กล่าวต่อว่า ทีมพนักงานสอบสวนคดีเพลิงไหม้ซานติก้าผับใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานนานเกือบ 10 เดือน กระทั่งมีน้ำหนักเพียงพอที่จะเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 6 คนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ หุ้นส่วนใหญ่ซานติก้า นายสุริยา ฤทธิ์ระบือ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวท์แอนด์บราเธอร์, ผู้ถือใบอนุญาต ผู้จัดการซานติก้าผับ นักร้องวงเบิร์น และนายบุญชู เหล่าศรีนาท ผู้จัดทำเอฟเฟกท์ ซึ่งจะเข้ามอบตัวในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยในส่วนของนายวิสุข ในฐานะเจ้าของผับไม่น่ารอดจากการที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ก็จะได้มีสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยได้เพิ่มเติมได้
“วันจันทร์นี้ทีมพนักงานสอบสวนจะประชุมเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ จะได้ลงความเห็นในสำนวนสั่งฟ้อง 6 คนที่เกี่ยวข้องส่งถึงอัยการ ส่วนนายวิสุข ตามหลักฐานที่แน่นหนามีอยู่ก็ต้องรับผิดชอบ แม้ว่าจะมีการออกหมายจับคนทำเอฟเฟกท์ และตัวนักร้องจุดพลุในช่วงเวลาเอฟเฟกท์ทำงาน ซึ่งทุกอย่างผลของคดีจะออกมาอย่างไรขึ้นอยู่กับกระบวนการชั้นศาลตัดสิน ทางเราได้รวบรวมพยานหลักฐานครอบคลุมทุกด้านทำงานกันเต็มที่กับคดีนี้ และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย” พล.ต.ต.ลิขิต กล่าว



