
ว่าที่แม่ทัพภาค2ย้ำพื้นที่เขาพระวิหารควรใช้วิธีเจรจา
ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ เผยกรณีเขาพระวิหาร ได้เยียวยาชาวบ้านหลังเหตุ ปะทะ 19 กย. ย้ำควรใช้การเจรจาดีกว่าใช้กำลัง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ย.52 พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานพิธีอำลาชีวิตราชการทหารว่า กรณีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา เรื่องถนนในพื้นที่อ้างสิทธิ ถนนสายนี้ก่อสร้างมาหลายสิบปีแล้ว มีการพัฒนาปรับปรุงในส่วนหนึ่งได้เข้ามาในพื้นที่ทับซ้อน ก็ได้มีการประท้วงให้กัมพูชาหยุดรุกล้ำ แต่ในส่วนพื้นที่ของฝ่ายกัมพูชานั้นก็สามารถดำเนินได้ ขณะนี้ยังมิได้เจรจาตกลงกันอย่างชัดเจน
ส่วนเหตุการที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 กย. ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายออกมาทักท้วงว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบขาดความรัดกุมในการดูแลรักษาความปลอดภัย ขอชี้แจงว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว แต่การขอความร่วมมือกับผู้ชุมนุม อาจจะเกิดความคาดเคลื่อนไม่เข้าใจกันในการสื่อสาร จึงเกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน
" เราได้นำบทเรียนต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาทบทวน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอีก สำหรับว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ที่จะมีรับหน้าที่รับผิดชอบสานต่อภารกิจนั้น คงไม่ต้องมีการแนะนำแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 แต่อย่างใด เนื่องจากว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 นั้นมีการเตรียมพร้อม และวางแนวทางการปฏิบัติหน้าที่มาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ " พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าว
พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 2 (ว่าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการทหารบก ให้สั่งการเน้นย้ำกับกำลังพลที่เผชิญหน้ากัน และได้มีการหารือกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของฝ่ายกัมพูชาขอให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันตามแนวชายแดน
ขณะนี้บรรยากาศความตึงเครียดได้ลดลง สำหรับกำลังพลที่รักษาความั่นคงตามเขตชายแดนไทย -กัมพูชา ก็ยังมั่นคงอยู่ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดทอนกำลังแต่อย่างใด ยังมีการพูดคุย สร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่ฝ่ายกัมพูชามาโดยตลอด ส่วนในเรื่องของการปักปันเขตแดนนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ที่ยังจะต้องมีคณะกรรมการด้านเทคนิคเขตแดนไปทำการตกลงกันอีกครั้งหนึ่ง
ด้านความชัดเจนในเรื่องข้อเท็จจริงที่ไทยได้เสียดินแดนให้แก่กัมพูชาไปแล้วหรือไม่นั้น ในเรื่องของเส้นเขตแดนนั้นเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์หรืออดีตที่ผ่านมา อดีตเครื่องมือในการวัดเขตแดนนั้นเทคโนโลยีไม่ได้มีความทันสมัย การที่จะไปชี้ชัดว่าเขตแดนเป็นของใครนั้นยังไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงได้ใช้ข้อสมมติฐานนำหลักแบ่งเขตแดนแบบสันปันน้ำ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากสภาพภูมิประเทศมีการเปลี่ยนแปลงตลอด อย่างไรก็ตามควรยึดหลักการเจรจาแก้ไขปัญหา รวมถึงการทำประโยชน์ในพื้นที่ร่วมกัน สิ่งใดที่สามารถแก้ได้ก็ควรทำ สิ่งไหนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปก็ควรเจรจากัน ไม่ควรใช้กำลัง เพราะจะเกิดผลเสียกับทั้งสองฝ่าย



