
วสิษฐชี้ชัดกตช.มีหน้าที่พิจารณาผู้ที่นายกฯเสนอ
"วสิษฐ"ระบุก.ต.ช.มีหน้าที่พิจารณา บุคคลที่นายกฯเสนอ เป็นผบ.ตร.ไม่ใช่เสนอแข่ง ย้ำผ่านมาการเมืองแทรกแซงตำรวจมาตลอดหนุนตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ก่อนประชุมก.ตรชี้ปัญหาไม่จบเพราะให้ความสำคัญมากเกิน
เมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 25 ก.ย. พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ในฐานะอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการแต่งตั้งผบ.ตร.ว่า เห็นว่าเป็นสิทธิและอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ที่จะเสนอตัวบุคคลที่เหมาะสม ในฐานะผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนของกรรมการก.ต.ช.มีหน้าที่พิจารณาตัวบุคคลที่นายกฯเสนอ ส่วนจะสนับสนุนหรือไม่ ต้องให้เหตุผลประกอบว่าสาเหตุที่เลือกหรือไม่เลือกบุคคลที่นายกฯเสนอเพราะอะไร แต่ขณะนี้ข่าวที่ออกมาเหมือนว่ากรรมการ ก.ต.ช.มีตัวเลือกนอกจากที่นายกฯเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดหน้าที่ของก.ต.ช.
ผู้สื่อข่าวถามว่าในอดีตเคยมีปัญหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า เท่าที่จำได้ เคยมีปัญหาเหมือนในขณะนี้แต่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ในครั้งนั้นต้องตั้งรักษาราชการแทนเป็นเวลานานหลายเดือน
เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า คิดว่าก.ต.ช.ต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเองแล้วปฏิบัติตามนั้น หากก.ต.ช.เป็นผู้ไปเสนอตัวบุคคลเสียเอง ถือว่าไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง
“สมมุติว่าก.ต.ช.เอาคนอื่น ที่ไม่ใช่คนที่นายกฯเลือก แล้วใครจะเป็นผู้บังคับบัญชาคนอื่นที่ก.ต.ช.เลือกเข้ามา เพราะในข้อเท็จจริงคนที่เป็นผู้บังคับบัญชาคือนายกรัฐมนตรี ตกลงกฎหมายตำรวจจะให้นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสตช.หรือจะให้ก.ต.ช.เป็นผู้บังคับบัญชา ผมมีคำถามแค่นี้ ” พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว
เมื่อถามว่าที่ผ่านมาตำรวจออกมาวิจารณ์ว่าถูกฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงาน พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ตำรวจถูกการเมืองเข้ามาแทรกแซงเป็นเวลานานแล้ว ในฐานะที่ตนเป็นอดีตประธานกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจ ซึ่งครั้งนั้นได้เสนอไปแล้วว่าควรให้นำสตช. แยกออกจากฝ่ายการเมือง เพื่อลดทอนอำนาจของผบ.ตร. แต่ข้อเสนอนี้ไปไม่รอด เพราะฝ่ายสภานิติบัญญัติหมดอายุลงไปก่อน ทำให้ข้อเสนอยังค้างอยู่ ดังนั้นพิษของการเมืองยังคงจะมีอยู่ในแวดวงตำรวจ จนกว่าจะมีการแก้ไขในสิ่งที่ได้เสนอไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาในส่วนของก.ตร. ที่ยังไม่สามารถประชุมเพื่อพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายได้ เพราะเป็นผลมาจากยังไม่ได้ตัวผบ.ตร. หรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า เห็นว่าที่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติ ทำไมจึงไม่ให้ผบ.ตร.คนใหม่เข้ามามีส่วนในการพิจารณาบัญชีรายชื่อ เพราะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาชาบุคคลเหล่านี้ และเหตุใดจึงต้องให้คนที่กำลังจะออกไปต้องมาทิ้งทวน
ต่อข้อถามว่าแสดงว่าเห็นด้วยที่ต้องมีผบ.ตร.คนใหม่ก่อนที่จะประชุมก.ตร.ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ถ้ามีผบ.ตร.ก่อนจะดีมากจะได้ไม่ต้องมีปัญหาภายหลัง
เมื่อถามว่ามองว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะได้ตัวผบ.ตร.คนใหม่ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้.พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า “ ผมไม่ทราบ ผมไม่ใช่หมอดู จึงไม่กล้าทำนาย เรื่องนี้วุ่น เพราะว่าเราไปให้ความสำคัญกับตำแหน่งผบ.ตร.เกินไป ไม่ว่าจะปีเดียวหรือหลายปีก็เหมือนกัน ” พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าว



