
ทยอยเรียกแกนนำพธม.รับทราบข้อกล่าวหา
พงส.ดอนเมือง สภ.ราชาเทวะ เริ่มทยอยเรียกแกนนำพธม.รับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่สอง คดีปิดสนามบิน ปรับวิธี ทยอยเรียกคราวละ 3-5 คน สมยศ เผย ไม่มาครั้งที่ 2 ขอศาลออกหมายจับทันที ตามหลักกฎหมาย ยันเลยขั้นตอนการเปลี่ยนข้อกล่าวหา ขอให้ไปสู้ชั้นศาล
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที 25 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนสน.ดอนเมือง และสภ.ราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ นำแฟ้มสำนวนคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งมีจำนวน 42 แฟ้มมามอบให้พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผช.ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีพธม. ปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
พล.ต.ท.สมยศ กล่าวว่า หลังจากที่ตนมอบนโยบายให้คณะทำงานของคดีพธม. ปิดสนามบินเมื่อวันที่ 16 กันยายัน ที่ผ่านมานั้น ได้พูดคุยกันเรื่องการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้รับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตามมติเดิมคือวันที่ 17 ก.ย. และ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ตนเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว ตรงกับวันที่ 19 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เกรงว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อ เพราะเราก็ไม่รู้ว่ากลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมถึงเมื่อไหร่ การทำงานอาจลำบากและต้องแบ่งกำลังตำรวจมาดูแลในส่วนของการออกหมายเรียกในคดีปิดสนามบินอีก ตนมีความเห็นว่าน่าจะเลื่อนออกไปก่อน
พล.ต.ท.สมยศ กล่าวถึงกรณีการพิจารณาวิธีการเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเป็นสองส่วนไม่รวมกันทีเดียวเหมือนครั้งที่ผ่านมา และพิจารณาทยอยเรียกคราวละ 3-5 คน ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนของสน.ดอนเมืองและสภ.ราชาเทวะ ซึ่งความเห็นตรงนี้ถือเป็นความเห็นเดิมของคณะทำงานที่มี พล.ต.ท. วุฒิ พัวเวส เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งตนเห็นด้วย และคาดว่าจะเริ่มออกหมายเรียกในต้นเดือนตุลาคมนี้
“การเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาถือเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาว่าจะมาหรือไม่มาก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่โดยหลักการแล้วในข้อหาที่แจ้งไปนี้ มีอัตราโทษสูง ออกหมายเรียกเพียงครั้งเดียวก็สามารถออกหมายจับได้ แต่ทางคณะทำงานก็ถือว่าให้เกียรติ เพราะเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และการออกหมายเรียกสองครั้งก็ถือเป็นประเพณีปฎิบัติ จึงมีการออกหมายเรียกครั้งที่สอง หากไม่มาในครั้งที่สอง กขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับได้ ส่วนการเปลี่ยนข้อกล่าวหานั้น คงไม่สามารถทำได้เพราะเลยขั้นตอนมาแล้ว ก็ควรไปต่อสู้ แก้ข้อกล่าวหากันในชั้นศาล”
พล.ต.ท. สมยศ กล่าวต่อว่า การเข้ามาตำแหน่งหัวหน้าพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะทำงานในรูปของคณะกรรมการ และสำนวนส่วนใหญ่ก็เกือบเสร็จสิ้นหมดแล้ว เพียงแต่มารับช่วงให้มีการทำงานได้อย่างเรียบร้อยขึ้น นอกจากนี้พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รรท.ผบ.ตร.ก็ได้ให้นโยบายในการทำงานไว้ด้วยว่า ให้ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก แล้วจะสบายใจ



