ข่าว

รวบ! หนุ่มเดนมาร์กตุ๋น นทท.ยุโรป เชิด 20 ล้าน

รวบ! หนุ่มเดนมาร์กตุ๋น นทท.ยุโรป เชิด 20 ล้าน

18 ต.ค. 2560

ตร.รวบหนุ่มเดนมาร์ก ตุ๋นนักท่องเที่ยวยุโรป 400 รายเที่ยวไทย เชิด 20 ล้านหลบหนี


               
               เมื่อเวลา 10.30 วันที่ 18 ตุลาคม 2560  พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รรท.ผบก.น.1 , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. , พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมตัว นายจาคอป โฮม ชูส (Mr.Jocob Holm Schultz) อายุ 43 ปี สัญชาติ เดนมาร์ก ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เลขที่ 1050/2560 ลง 28 เมษายน 2560 โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยสามารถจับกุมได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนบริษัทรับจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต (Payment Gateway) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากว่า ได้จองโรงแรมในประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ www.vacasianhotel.com แล้วเมื่อเดินทางเข้ามาถึงในประเทศไทย ไม่สามารถเข้าพักตามที่จองเอาไว้ โดยโรงแรมและที่พักต่างแจ้งว่า ไม่มีการจองจากเว็บไซต์ดังกล่าว เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวจะต้องทำการชำระเงินอีกครั้ง หรือต้องจองโรงแรมอื่นแทน จนได้รับความเสียหายและกระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว

               ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวได้มีการจดทะเบียน โดยใช้ชื่อบริษัทซีเคียวซิสเต็ม จำกัด โอนเงินจากต่างประเทศผ่านบริษัทตัวกลาง ซึ่งทำหน้าที่เป็น Payment Gateway ในประเทศไทย เมื่อนักท่องเที่ยวได้จองเว็บไซต์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และมีการชำระเงินล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิตแล้ว จะมีการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบ Payment Gateway เข้ามายังบัญชี ภายในประเทศไทย โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นคนรับเงินค่าที่พัก แต่กรณีดังกล่าวไม่มีการนำเงินที่นักท่องเที่ยวโอนให้ นำไปชำระให้กับโรงแรม หรือที่พัก ที่นักท่องเที่ยวจองไว้ จึงเป็นการแอบอ้างและหลอกลวง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า มีเงินโอนเข้ามายังผู้ต้องหาเป็นมูลค่าหลายล้านบาท มีนักท่องเที่ยวได้รับความเสียหายกว่า 400 รายส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป
               พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบพบมีผู้ร่วมขบวกการ ทั้งสิ้น 6 ราย เป็นชาวไทย 5 ราย และผู้ต้องหาที่เป็นชาวเดนมาร์ก โดยนายจาคอป ได้ดำเนินการมานานกว่า 2 ปีแล้ว สร้างความเสียหายมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.จันที หล่มสัก อายุ 36 ปี  หญิงสาวชาวไทยคนสนิท ซึ่งเป็นตัวกลางในการจดทะเบียน ก่อนจะนำเงินไปให้กับนายจาคอป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ นายจาคอป ยังพบอีกว่าได้ใช้วีซ่าท่องเที่ยว เข้ามายังประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบต่อไปด้วยว่า ผู้ต้องหาที่ตั้งบริษัทฯ หลอกลวงเหยื่อรายนี้ อยู่ในราชอาณาจักร เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนดด้วยหรือไม่ หากพบว่าอยู่เกินระยะเวลาก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน