ข่าว

ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ

ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ

17 ต.ค. 2560

แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าวแต่เช้า แต่ประชาชนที่ทั้งมาคนเดียว เป็นกลุ่ม และครอบครัว ก็ไม่ย่อท้อ ทยอยเดินทางมากราบสักการะอย่างต่อเนื่อง

    ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ น

    วันที่ 17 ตุลาคม ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์ สำหรับให้ประชาชนได้นำดอกไม้ และพวงมาลัยมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 

    บรรยากาศในการถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นวันที่ 7 แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าวแต่เช้า แต่ประชาชนที่ทั้งมาคนเดียว เป็นกลุ่ม และครอบครัว ก็ไม่ย่อท้อ ทยอยเดินทางมากราบสักการะอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังและจิตอาสาฯ คอยอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

       น.ส.นิตยา คำแก้ว อายุ 22 ปี ชาว อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น นักศึกษาฝึกสอน มาพร้อมแม่ น.ส.นภาพร ดุมชัยภูมิ กล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสได้มากราบสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาล 9 ครั้งแรก และไม่เคยมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งเนื่องจากติดภารกิจหลายอย่างโดยเฉพาะกำลังฝึกสอนอยู่ ประทับใจในหลวง ร.9 ที่ทรงทำงานเพื่อประชาชนมาตลอดพระชนม์ชีพ ตัวเองเกิดในช่วงที่พระองค์ท่านไม่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานตามที่ต่างๆ แล้วแต่ก็ได้ติดตามว่าขณะทรงพักรักษาพระอาการประชวรก็ยังทรงงานและแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนอยู่ตลอด 

      ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ

      "ที่อยากเป็นครูก็เพราะยึดต้นแบบในหลวงเรื่องการเสียสละ การเป็นครูเหมือนเป็นข้าของแผ่นดิน ประทับใจพระราชดำรัสของในหลวงที่ว่า ...เป็นครูใช่ไหม ฝากดูแลเด็กๆ ด้วย สอนให้เขาเป็นคนดี...ประโยคนี้ยังก้องอยู่ในใจเสมอเวบสเจอเด็กดื้อ ก็พยายามอดทน ใจเย็น และสอนให้เขาเป็นคนดี เติบโตเป็นอนาคตของชาติ พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้เรามีกำลังใจยามเจอปัญหา แม้จะทรงจากไปแล้ว แต่ก็ยังสถิตอยู่ในใจเราเสมอ" น.ส.นิตยา กล่าว

      นางวันดี ทุ่ยอ้น อายุ 66 ปี ชาวอ.ปะเหลียน จ.ตรัง เดินทางมาพร้อมด้วยลูกชาย นายปฏิวัติ อายุ 40 ปี น.ส.สุรีรัตน์ อายุ 40 ปี ลูกสะใภ้ และด.ญ.ปารมิตา ทุ่ยอ้น หลายสาว อายุ 2 ขวบ โดยนางวันดี กล่าวภายหลังจากเข้าถวายพวงมาลัยดอกดาวเรืองเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ว่า ที่ผ่านมาคิดถึงพระองค์ท่านตลอดเวลา แต่ยังไม่มีโอกาสมากราบสักการะสักครั้งในชีวิต วันนี้รู้สึกภูมิใจที่ได้มาพร้อมหน้าลูกหลาน โดยเฉพาะลูกชายที่เป็นสถาปนิก กรมศิลปากร ร่วมออกแบบพระเมรุมาศ ในหลวง ร.9 เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวอย่างยิ่ง

ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ

     "ลูกชายเป็นนายช่างร่วมสร้างพระเมรุมาศ เราเป็นแม่ก็ดีใจที่ลูกได้ถวายงานในหลวง ร.9 ส่วนตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาอาชีพเกษตรกรก็ยึดหลักความพอเพียงของพระองค์ในการประกอบอาชีพ มีที่ดินอยู่จำนวนหนึ่งก็ปลูกแบ่งปลูกปาล์ม เลี้ยงเป็ด ไก่ ได้ผลดีตามที่ท่านบอก ไม่ต้องร่ำรวยมากแค่พึ่งพาตัวเองก็พอ ตอนวางพวงมาลัยก็อธิษฐานให้ท่านปกป้องลูกชายเราฝากลูกชายไว้กับท่านก็อุ่นใจ" นางวันดีกล่าวทั้งน้ำตา

     ด้านนายปฏวัติ กล่าวว่า เป็นสถาปนิกช่วยขยายแบบสร้างพระเมรุมาศ ส่วนหนึ่งก็เป็นหน้าที่ในฐานะที่เป็นข้าราชการสังกัดกรมศิลปากร อีกส่วนก็เป็นพสกนิกรคนหนึ่งได้มีส่วนทำงานตรงนี้ ถือว่าเป็นเกียรติและมีบุญมาก ภูมิใจที่สุดในชีวิต

     นางสุภัทรา สุขยม (ไรท์) เจ้าของธุรกิจร้านสปา ในเมืองนอร์ทแธมป์ตัน เชอร์ ประเทศอังกฤษ กล่าวว่า เพิ่งจะเดินทางมาจากประเทศอังกฤษถึงเมืองไทยเมื่อวานนี้(16 ต.ค.)และจะเดินทางกลับวันที่ 30 ต.ค. โดยเดินทางมาพร้อมกับสามี ลูกชาย และน้องสาว คือนายจอน ไรท์ ชาวอังกฤษ และนางปานพิมพ์ จีรนิตย์กุลภัค ซึ่งสามีรับข้าราชการมูลนิธิเด็ก ตั้งใจลางานมาเพื่อมาร่วมวางดอกไม้จันทน์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประเทศไทยโดยตรง พร้อมกับมาทำบุญให้คุณแม่ด้วย ซึ่งช่วงที่อยู่อังกฤษพอทราบว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตทุกคนร้องไห้เสียใจมาก และไปร่วมกันทำบุญใสบาตรและทำดอกไม้จันทน์ที่วัดสันติวงศาราม และวัดพุทธประทีป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน และคนไทยที่นั่นรวมถึงพนักงานที่ร้านสปาจะแต่งชุดดำไว้ทุกข์เพื่อถวายความอาลัยต่อพระองค์ท่านด้วย

    ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ    

        “พี่มีสามีเป็นชาวอังกฤษจึงลาออกจากทหารพลร่ม กรมพลาธิการทหารบก ไปทำธุรกิจร้านสปาอยู่ที่อังกฤษประมาณ 20 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ยึดหลักคำสอนเรื่องความพอเพียงของในหลวง ร.9 มาใช้ในการทำธุรกิจแบบพ่อเพียงมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ยึดความเป็นไทยในร้านก็จะมีรูปในหลวง ร.9 ซึ่งต่างชาติจะรู้จักกันดีก็รู้สึกภูมิใจและรักพระองค์ท่านมากจึงตั้งใจว่าอย่างไรก็ต้องเดินทางมาร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านให้ได้ จึงเดินทางกลับมา” นางสุภัทรา กล่าว

       ขณะที่นายจอน ไรท์ กล่าวว่า “โดยส่วนตัวตนไม่เคยสัมผัสในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่เท่าที่เห็นคนไทยในต่างประเทศมีรูปในหลวง และที่บ้านของตนในอังกฤษภรรยาก็มักกราบไหว้รูปในหลวงเช่นกัน และเดินทางมาเมืองไทยก็เห็นคนไทยมากราบไหว้ในหลวงเป็นจำนวนมากอีกแสดงว่าในหลวงก็ต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมากๆ เห็นดวงตาของพระองค์มีความเมตตาและมีบารมีสูงมาก และความดีของพระองค์สามารถมองเห็นได้ด้วยตนเองจากที่พระองค์ท่านทำโดยเฉพาะเรื่องที่พระองค์ทำให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นแล้วหันมาทำการเกษตรแทนซึ่งตรงนี้คนทั้งโลกก็รับรู้ได้ในสิ่งที่พระองค์ท่านทำ” นายจอน กล่าว 

           ส่วนนางเสริมศิริ อุดดมรัตนาวิทย์ อายุ 71 ปี เจ้าของธุรกิจร้านขายอะไหล่รถยนต์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย 2 คน ซึ่งที่ผ่านมาเคยเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทแล้ว แต่วันนี้ใกล้วันถวายพระเพลิงแล้วจึงอยากนำพวงมาลัยมากราบสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์อีกครั้ง

ไม่เคยกราบพระบรมศพ ได้มากราบต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ก็เป็นบุญ      

   “ป้าก็นำคำสอนของพระองค์มาอบรมสั่งสอนลูกทั้งสองคนให้พอเพียงไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับการพนัน และป้าปลูกผักที่หลังบ้านไว้กินเอง ก่อนนี้เคยมอบเงินกับมูลนิธิสายใจไทย 4 แสนบาท และมอบเงินให้กับรพ.จุฬา เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ จำนวน 1 ล้านบาท ผ่านกาชาดจังหวัดปทุมธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลถวาย ช่วงนั้นพระองค์ท่านทรงพระประชวนแล้ว ซึ่งคุณยายป้าเป็นชาวมอญคุณตาเป็นชาวจีนมาอาศัยอยู่ที่เกาะเกร็ด ตั้งแต่ป้ายังเล็กๆมาอาศัยอยู่ใต้ร่มบรมโพธิสมภารของพระองค์ พอป้าทำธุรกิจหมดหนี้สินแล้วจึงอยากตอบแทนคุณแผ่นดิน และจะทำประโยชน์ให้สังคมแม้พระองค์ท่านจะไม่อยู่แล้ว” นางเสริมศิริ กล่าว