ข่าว

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

14 ต.ค. 2560

"รัฐ-ชนเผ่าปกาเกอะญอ" ลงพื้นที่สำรวจกำหนดแนวเขต "อุทยานแห่งชาติออบขาน" ครอบคลุมป่านับแสนไร่ ยุติกระแสชาวบ้านคัดค้านการออกประกาศ หวั่นกระทบวิถีชีวิตชนเผ่า

        14 ต.ค.60 - เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ นายอำเภอสะเมิง พร้อมด้วย น.ส.นิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานออบขาน นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นาย พบปะกับชาวบ้านชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ในพื้นที่บ้านแม่ลานคำ และบ้านป่าคา อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ จำนวนกว่า 100 คนซึ่งนำโดย นายพฤ โอโดเชา นักกิจกรรมชาวกระเหรี่ยง เพื่อร่วมกันลงสำรวจและตรวจสอบแนวเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง เพื่อประกาศเป็น "อุทยานแห่งชาติออบขาน" ตามที่ กรมป่าไม้ได้มีคำสั่งที่ 1627/2532 ดำเนินการสำรวจพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เตรียมประกาศเป็นอุทยานฯ ทั้งหมด 228 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 142,631 ไร่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ต.สะเมิงใต้ และ ต.แม่สาบ อ.สะเมิง , ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ขาน-แม่วาง ต.บ้านกาด ต.ดอนเปา ต.ทุ่งปี้ อ.แม่วาง รวมทั้ง ต.บ่อน้ำหลวง อ.สันป่าตอง และป่าแม่ท่าช้าง-แม่ขนิน ต.น้ำแพร่ ต.บ้านปง อ.หางดง โดยมีชุมชนโดยรอบทั้งสิ้น 26 หมู่บ้าน ใน 7 ตำบล 4 อำเภอ 

 

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

 

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

          ซึ่งชุมชนที่อยู่โดยรอบแนวเขตมีความเข้าใจและสนับสนุนการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ แต่มีชุมชนที่เป็นชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่ลานคำ หมู่ 6 และบ้านป่าคา หมู่ 11 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง ที่ยังไม่เข้าใจและคัดค้านการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยการนำของกลุ่มสหพันธเกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) และราษฎร จึงได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในทุกด้าน เพื่อให้เป็นไปตามที่ต้องการของทางอุทยานฯ และชาวบ้านในพื้นที่ ตามหลักประชารัฐ

          โดยนายพฤ โอโดเชา ราษฎรที่เป็นแกนนำหลัก เปิดเผยว่า การรับฟังขั้นตอนการดำเนินการสำรวจแนวเขตในวันนี้ ชาวบ้านจะเป็นผู้นำชี้แนวเขตและเจ้าหน้าที่จะเดินตาม ซึ่งการเตรียมออกประกาศอุทยานออบขานดังกล่าว ชาวบ้านได้รับทราบประมาณปี 2536 แต่อุทยานฯ ได้ระบุว่ามีการเตรียมออกประกาศมาตั้งแต่ปี 2532 ที่ชาวบ้านคัดค้านเพราะไม่มีกระบวนการแจ้งให้กับชาวบ้านทราบก่อน รวมทั้งชาวบ้านก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย ซึ่งชาวบ้านก็สงสัยว่าการกำหนดเขตป่านั้น จะมีแนวทางอย่างไรและเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งกังวลว่าเมื่ออุทยานฯ ประกาศพื้นที่แล้วจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากชีวิตของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยป่าในพื้นที่ในหลายๆ ด้าน แต่เมื่อใดที่มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแล้วก็จะทำให้การดำรงชีวิตของคนในพื้นที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง การลงพื้นที่สำรวจในวันนี้ก็เข้าใจว่าให้อุทยานฯ มาสำรวจร่วมกับชาวบ้านเพื่อรับฟังว่าทางชาวบ้านต้องการพื้นที่ขนาดไหน และไม่ใช่ว่าการเดินในวันนี้เมื่อเสร็จสิ้นจะสามารถประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ ได้เลย แต่จะต้องมีการเจรจาตกลงกันอีกครั้งหากชาวบ้านยังคัดค้านก็จะไม่สามารถออกประกาศได้และอยากให้ผืนป่าอยู่ในความดูแลของชาวบ้านในพื้นที่ต่อไป 

 

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

 

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

 

ชนเผ่าเฮ!! ร่วมหาข้อยุติ ประกาศพื้นที่"อุทยานแห่งชาติออบขาน"

         ด้านน.ส.นิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานออบขาน เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้ มีคณะกรรมการระดับอำเภอสะเมิง และคณะกรรมการในการดำเนินงานในระดับตำบล เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมและรับทราบการดำเนินการเดินแนวเขต ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หากมีการประกาศพื้นที่เป็นอุทยานออขานในอนาคต และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ว่าหากมีเส้นแนวเขตปรากฎขึ้น ก็คือเส้นแนวเขตที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่ และเกิดในภาพประชารัฐอย่างแท้จริง โดยจะมีการสำรวจและตกลงกันทั้งสองฝ่ายก่อนนำเข้าเสนอสู่คณะกรรมการระดับอำเภอ และเสนอกรมอุทยานแห่งชาติต่อไป ชาวบ้านยังมีความกังวลใจอยู่ว่าการดำรงชีพในวิถีชนเผ่าปกาเกอะญอที่จะต้องพึ่งพิงทรัพยากร แต่หากมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแล้วจะไม่สามารถเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ เช่น การหาเก็บของป่า โดยแท้จริงแล้วข้อกังวลดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การชี้แจงจะให้ชาวบ้านเข้าใจตรงกันว่าอุทยานฯ ไม่ได้ทับที่ทำกินและไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วว่าการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติหรือป่าอนุรักษ์จะต้องไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน