
พระเมรุองค์จำลองใน 68 จังหวัดเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ซุ้มวางดอกไม้จันทน์ จำนวน 802 แห่ง คาด 15 ต.ค. เสร็จเรียบร้อย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2560 กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) ได้เปิดแถลงข่าวประจำวัน ณ กระทรวงกลาโหม
นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมของการก่อสร้างพระเมรุมาศองค์จำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาค โดยยึดหลัก “ความเรียบร้อย ถูกต้อง งดงาม และสมพระเกียรติ” ทั่วประเทศ 76 แห่ง นั้น ขณะนี้การก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วจำนวน 68 จังหวัด ส่วนจังหวัดที่เหลือแล้วเสร็จกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และคาดจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2560 อย่างแน่นอน นอกจากนี้ในส่วนของการจัดสร้างซุ้มวางดอกไม้จันทน์ จำนวน 802 แห่ง แบ่งเป็น ซุ้มวางดอกไม้จันทน์ ขนาดกลาง จำนวน 649 แห่ง ซุ้มวางดอกไม้จันทน์ แบบขนาดเล็ก จำนวน 153 แห่ง คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้เช่นเดียวกัน
นายวิบูลย์ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการก่อสร้างที่เผาดอกไม้จันทน์ของประชาชนในส่วนภูมิภาค หรือ “พระจิตกาธาน” ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบในส่วนของจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลอง และกรมการปกครองจะรับผิดชอบในส่วนของของอำเภอที่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของพระเมรุมาศจำลอง ดำเนินการจัดสร้างพระจิตกาธานตามแบบแปลนของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 878 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งจุดก่อสร้างพระจิตกาธานจะอยู่ห่างจากซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ประมาณ 20 – 30 เมตร คาดว่าจะเสร็จภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2560 นี้
นอกจากนี้ นายวิบูลย์ กล่าวว่า ขณะที่การอำนวยการของ กอร. ร่วมพระราชพิธีในส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาคของกระทรวงมหาดไทยขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานตามนโยบายและแนวทางของคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และโครงการจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย งดงาม และสมพระเกียรติ รวมทั้งอำนวยการ ประสานงาน แก้ไขปัญหา และให้คำปรึกษาแก่จังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับพิธีถวายดอกไม้จันทน์ของประชาชนในส่วนภูมิภาคให้เป็นไปตามหมายกำหนดการพระราชพิธีในส่วนกลาง โดยได้มีการประชุมผ่านระบบ วีดีโอ คอนเฟอเรนซ์จากกระทรวงมหาดไทย ไปยังทุกจังหวัดและทุกอำเภอ ในทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.30 น. จนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี สำหรับในส่วนภูมิภาคได้แจ้งทุกจังหวัดจัดตั้งกองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯจังหวัด และอำเภอ ในลักษณะเช่นเดียวกับส่วนกลาง มีองค์ประกอบจากส่วนราชการต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อประสานงานให้กับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
"ด้านจิตอาสาเฉพาะกิจ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งนั้น กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองได้เปิดรับลงทะเบียนจิตอาสาเฉพาะกิจระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2560 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 4 ล้านคนเศษ โดยในส่วนภูมิภาคมีพี่น้องประชาชนลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 3,634,243 คน แบ่งเป็น 8 ประเภทงาน ได้แก่ 1.งานดอกไม้จันทน์ จำนวน 7.9 แสนคน 2.งานประชาสัมพันธ์ จำนวน 2.4 แสนคน 3.งานโยธา จำนวน 1.8 แสนคน 4.งานขนส่ง จำนวน 6.8 หมื่นคน 5.งานบริการประชาชน จำนวน 1.5 ล้านคน 6.งานบริการด้านการแพทย์ จำนวน 3.5 แสนคน 7.งานรักษาความปลอดภัย จำนวน 3.1 แสนคน 8. งานจราจร จำนวน 4.6 หมื่นคน ขณะนี้ทุกอำเภออยู่ระหว่างประชุมซักซ้อมจิตอาสาเฉพาะกิจฯ แต่ละประเภทเพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานทั้งก่อนพระราชพิธีฯ คือในระหว่างวันที่ 18 – 25 ตุลาคม 2560 ในวันพิธี วันที่ 26 ตุลาคม และหลังวันพิธี คือ ระหว่างวันที่ 27-31 ตุลาคม รวมทั้งเป็นการเตรียมการเพื่อรองรับการเป็นจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ ในระยะต่อไป" นายวิบูลย์ กล่าว
สำหรับการใช้โดรนในภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า จะต้องใช้หลักการเช่นเดียวกับส่วนกลาง คือ ต้องปฏิบัติตาม ระเบียบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ที่มีมติห้ามโดรนใช้งานจนกว่าจะมาลงทะเบียน และให้ผู้ครอบครองโดรนมาลงทะเบียนภายใน 90 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน 1แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยโดรน พ.ศ. 2558 ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง การบังคับหรือปล่อยโดรน ระหว่างพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด โดยกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำการบินเข้าไปในบริเวณพระบรมมหาราชวัง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และในเขตพื้นที่รอบในรัศมี 19 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช



