ข่าว

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

13 ต.ค. 2560

ฝนตกหนักประชาชนไม่ถอยรอถวายดอกไม้ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

         วันที่ 13 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 3  ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูมณีนพรัตน์สำหรับให้ประชาชนได้ถวายสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตลอด 24 ชั่วโมง

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

      ผู้สื่อข่าวรายงาน มีประชาชนจำนวนมาก ใช้โอกาสวันหยุดและเป็นครบรอบ 1 ปีแห่งการสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เดินทางไปพิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล ที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นจึงเดินทางมาถวายดอกไม้ที่บริเวณซุ้มบนถนนหน้าพระลานตลอดทั้งวัน แม้จะมีอากาศค่อนข้างร้อนตั้งแต่เช้าและแม้ว่าฝนจะตกลงมาอย่างหนักในช่วงเที่ยงแต่ประชาชนก็ไม่ถอย

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

สุรีพร สถิตยานุรักษ์-ญชลี วงศ์ใหญ่

    ก่อนหน้านี้เคยมากราบพระบรมศพแล้ว 3 ครั้ง แต่เนื่องจากวันนี้เป็นครบรอบวันสวรรคต 1 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังเป็นวันพระ นางสาวสุรีพร สถิตยานุรักษ์ อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท และ นางสาวอัญชลี วงศ์ใหญ่ พยาบาลวิชาชีพ วัย 42 ปี จึงพากันเดินทางมาทำบุญที่วัดราชบพิตร แล้วเข้ากราบพระสังฆราช จากนั้นจึงเดินทางมาถวายดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ด้วยตั้งใจว่าจะมาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะคิดว่าในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ คงไม่ได้เข้ามาร่วมในพระราชพิธี โดย นางสาวอัญชลี วงศ์ใหญ่ เผยว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นต้นแบบในเรื่องความอดทนและความเสียสละ บางครั้งเวลาที่ตัวเองเหนื่อยหรือท้อกับงานของตัวเอง ก็จะมองที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ท่านทรงต้องทำทุกอย่างจิปาถะ มากกว่าเรา แต่เราก็ไม่เคยเห็นว่าพระองค์จะทรงหยุดทำงาน

    เช่นเดียวกับ นางสาวสุรีพร สถิตยานุรักษ์ บอกว่า ก่อนหน้านี้เราแทบไม่เคยรู้เลยว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำอะไรบ้าง แต่พอวันนี้ไม่มีพระองค์ท่านแล้ว ยิ่งได้เห็นว่าพระองค์ท่านทำอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วพระองค์ทรงทำงานตลอดทั้งพระชนม์ชีพ เพียงแค่เราไม่เคยสนใจไม่เคยรู้ ถึงเพิ่งจะเริ่มคิดว่าจะต้องเจริญรอยตามพระองค์ท่านให้ได้ เพื่อช่วยรักษาสิ่งที่พระองค์ท่านทำไว้ให้คนไทยรุ่นต่อๆในทุกๆ เรื่อง แม้แต่เรื่องทำความดี เรื่องความอดทน เรื่องการมองโลกในแง่ดี เรื่องเมตตาธรรม ที่ช่วยให้ประเทศเราน่าอยู่และสงบมากยิ่งขึ้น

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

ดร.ปิยวดี โขวิฑูรกิจ

    ดร.ปิยวดี โขวิฑูรกิจ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สายงาน บริหารความเสี่ยง & บริหารและพัฒนาทุนมนุษย์ บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยน้ำตาว่า วันนี้บริษัทหยุดทำการเนื่องจากเป็นวันครบรอบ 1 ปีแห่งการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีความตั้งใจมากราบพระองค์ท่านอีกสักครั้ง หลังจากเคยเข้ากราบภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จำนวน 2 ครั้งแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอด 70 ปีทรงทำอะไรให้ประเทศไทยมาเยอะมาก ในทุกๆ ด้านตอนที่พระองค์ท่านเสด็จขึ้นครองราชย์ สภาพบ้านเมืองอย่างที่เราทราบอยู่ในภาวะที่เผชิญปัญหารอบด้าน แต่มีพระองค์เป็นผู้นำในการพัฒนา การศึกษา การสาธารณสุข และคุณภาพชีวิต ช่วงของสงครามโลกจริงๆ ประเทศไทยก็เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ต่างชาติให้ความสนใจ และพระองค์ท่านนำความเจริญมาสู่ประเทศ ทำให้เรารอดปากเหยี่ยวปากกามาจนเรามีวันนี้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้ตัวเองทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน และคิดถึงผู้อื่นยืนหยัดในอุดมการณ์ที่ถูกต้อง

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

ชัยฤกษ์ จิตต์แก้ว

    นายชัยฤกษ์ จิตต์แก้ว อายุ 53 ปี ผู้จัดการสินไหมทดแทน ประกันลูกค้าส่วนบุคคลสินไหมทดแทน บริษัท นิวแฮมพ์เซอร์ อินชัวรันส์ เผยด้วยน้ำตาแห่งความตื่นตันว่า เมื่อผมเดินมามองทางด้านซ้ายเป็นพระบรมมหาราชวัง สถานที่ที่พระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์ครองสิริราชสมบัติขึ้นเป็นกษัตริย์ ด้านขวามือเป็นพระเมรุมาศ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ เห็นได้ถึงสัจธรรมว่าชีวิตคนเราก็มีเท่านี้ แต่สิ่งที่พระองค์ท่านทิ้งไว้มันยิ่งใหญ่มาก ประเทศเราถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งแต่ก่อนผมเกิด เรารอดมาได้เพราะมีคนอย่างพระองค์ และเราพัฒนามาได้เพราะมีคนอย่างพระองค์ หลังสงครามโลกครั้งนั้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยตกต่ำที่สุด ตำ่ยิ่งกว่าลาว ต่ำกว่ากัมพูชา คนไทยคือคนจนที่สุดในอาเซียน และเราก็ก้าวข้ามปัญหาทุกอย่าง แม้กระทั่งชนเผ่าต่างๆ เป็นแผ่นดินที่ไม่มีแผ่นดินไหนที่คนต่างถิ่นจะอยู่สุขเท่าที่นี่เลย เราโชคดีเราควรจะเก็บความโชคดีที่เห็นบุคคลคนหนึ่งทำกับโลกนี้ได้ ซึ่งบทเรียนทุกอย่างในชีวิตได้จ

ครบ 1 ปีสวรรคต ประชาชนแห่ถวายดอกไม้แน่นหน้าพระลาน

สุชาดา ไกรศุภมิตร-แสงทิวา ไชยยศ

    นางสาวสุชาดา ไกรศุภมิตร อายุ 60 ปี และ นางสาวแสงทิวา ไชยยศ อายุ 57 ปี คุณครูโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แผนกประถมศึกษา กล่าวร่วมกันพลางร้องไห้ว่าหลังจากตักบาตรพระสงฆ์อุทิศถวายในหลวงร.9 เมื่อเช้านี้แล้วก่อนเดินทางมาถึงสนามหลวงเวลา 10.09 น. และได้ถวายพวงมาลัย กราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9 เสร็จเวลา 11.09 น. เพราะอยากจะกราบสักการะใกล้พระองค์ที่สุด ในวันครบรอบ 1 ปี จำได้ว่าวันนี้ของปีที่แล้ว ข่าวต่างๆถาโถมเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อ ตลอดทั้งเย็นจึงได้แต่เฝ้าหน้าจอโทรทัศน์ จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงการณ์ ก็รู้สึกเสียใจ ใจสลาย จนกระทั่งผ่านมา 1 ปี ก็ยังรู้สึกเศร้า แต่ก็เปลี่ยนเป็นพลังไปทำจิตอาสาเพื่อคนอื่นแทน อย่างการทำดอกไม้จันทน์ก็รับมาทำก่อนส่งกทม.

     "วันนี้แม้ว่าฝนจะตกลงมาอย่างหนัก แต่ก็ถือว่าฟ้าร้องไห้จริงๆ ยังดีใจที่ว่าในวันนี้ร่มคันเล็กๆก็ได้เผื่อแผ่ให้คนอื่นได้ด้วย อย่างที่โรงเรียนได้จัดนิทรรศการภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงร.9 และได้จัดพิธีตักบาตรถวายพระองค์ไปเมื่อวานนี้ และเมื่อมีโอกาสก็จะสอนเรื่องราวของพระองค์ให้นักเรียนฟังตลอด และเมื่อสอนนักเรียนประถมก็จะนำเรื่องพระอารมณ์ขันไปเล่าให้เด็กๆฟัง เพื่อความเข้าใจง่าย ซึ่งเด็กๆก็จะตื่นเต้นและสอบถามทุกๆวัน ส่วนในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ก็ตั้งใจว่าจะดูโทรทัศน์ที่บ้านเพราะรัฐบาลไม่อยากให้คนเข้ามาแออัดที่นี่ เชื่อว่าที่ไหนก็ส่งเสด็จพระองค์ได้เช่นกัน" นางสาวสุชาดา เผย