
หมายจับ 49 ราย ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปปง.ผนึกกำลังหลายฝ่าย ร่วมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ออกหมายจับ 49 ราย รวบตัวได้แล้ว 8 ราย เข้าค้นเป้าหมาย 3 จุด เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อโอนเงิน
12 ต.ค. 60 - พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวร่วมกับ พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. ว่า ตามที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้โทรศัพท์หลอกลวงอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายมีการแบ่งหน้าที่กันทำหลายส่วน มีผู้กระทำความผิดที่อยู่ในไทยและนอกราชอาณาจักร ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบจึงได้มีการบูรณาการหลายหน่วย ประกอบด้วย อัยการสูงสุด ตำรวจภูธรภาค 4-6 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกองบังคับการปราบปราม กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงาน ปปง. จึงทำให้มีการออกหมายจับบุคคลที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดและการจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวนไม่น้อยกว่า 49 ราย
พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว 8 ราย ประกอบด้วย 1.นายฟาง ยางเส็ง สัญชาติ จีน 2.อาหลิน 3.นายอนุรุทย์ เพิ่มทวีทรัพย์ 4.น.ส.พรรณปพร ศรีอ่อนดี 5.น.ส.สมพร ชูช่วย 6.น.ส.กุลวดี ฉิมเพ็ชร 7.น.ส.ดารานาถ ยังดีเลิศ 8.น.ส.รัตนา เกษสุพรรณ์ และได้มีการจัดทำแผนบูรณาการในการปฏิบัติการร่วมกันการสืบสวนขยายผลระหว่างหน่วยงานและเข้าตรวจค้น 3 จุด ดังนี้ บริษัท โกลเด้น-ริช-แทรเวล จำกัด เลขที่ 603/13 ถ.นวลจันทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพฯ บริษัท จีทีอาร์ แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ และบริษัท ยู.วี.ที. แทรเวล แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 538 อาคารแกรนด์ ชั้น 9 ถ.รัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้น พบเอกสารที่เกี่ยวข้องและตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 1 คน โดยทางพนักงานเจ้าหน้าที่จะนำไปสืบสวนขยายผลต่อไป
พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มมิจฉาชีพมักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่ตลอด เช่น การใช้ไลน์ ID ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐในการสร้างความเชื่อถือ ให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้กับมิจฉาชีพ เมื่อผู้เสียหายเกิดความลังเล มิจฉาชีพจะโอนสายไปยังกลุ่มมิจฉาชีพอีกกลุ่มที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยพฤติการณ์และวิธีการของกลุ่มมิจฉาชีพ ทำให้ประชาชนผู้เสียหายหลงเชื่อโดยสุจริต ประกอบกับเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของตน ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันกับการกระทำความผิดที่กลุ่มมิจฉาชีพกล่าวอ้าง ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนผู้เสียหายมาร้องทุกข์แจ้งความแล้วกว่า 64 คดี มีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก
"ขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพจะใช้โทรศัพท์ ไลน์ หรือโซเชียลมีเดียใดๆ ก็ตาม แอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ปปง. ให้กระทำการใดๆ ในลักษณะดังกล่าว รวมไปถึงการหลอกลวงในรูปแบบอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวงหลงเชื่อให้ทำการโอนเงิน หากประชาชนพบการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่าง แน่ชัด อย่ารีบด่วนโอนเงินไปเป็นอันขาด อย่างไรก็ตามกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้มีจิตวิทยาขั้นสูงมีการพูดโน้มน้าวจิตใจที่จะทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนักหรือตกใจและตกเป็นเหยื่อ แนะนำว่าควรวางสายในทันทีและรีบแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน ส่วนบุคคลที่รับจ้างเปิดบัญชีอาจถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับ ตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท" พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ กล่าว.



