
วิษณุ เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม.
"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม. เหลือ เวลา 1 ปี จะทำได้ขนาดไหน
ทำเนียบรัฐบาล - 12 ต.ค.60-"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" เรียกถก พรึบ ติดตามความคืบหน้าออกกม. เหลือ เวลา 1 ปี จะทำได้ขนาดไหน สั่ง "รมต." ขันน๊อต จนท. อย่าชักช้า ยืนยันความเห็น "ร่างกม." ที่เกี่ยวข้องเสียที
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เรียกประชุมนอกเหนือจากวาระงานประจำวัน เมื่อช่วงเช้า โดยมีการเรียกนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีอื่นๆ อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายวิสุทธิ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผบ.ทบ.ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เข้าหารือที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาการหารือเกือบ 3 ชั่วโมง ว่า เป็นเรื่องที่นายกฯได้แจ้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มาก่อนแล้วว่า เมื่อโรดแม็พที่เหลือจากนี้ไปมีประมาณเท่าไหร่ ต้องการจะติดตามความคืบหน้าของกฎหมายฉบับต่างๆ วันนี้กฎหมายที่รัฐบาลได้เสนอสนช.และออกมาใช้บังคับแล้ว มีประมาณ 250 ฉบับ และยังเหลืออีกกี่ฉบับที่จะไปสภา ขณะนี้ค้างอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากี่ฉบับ และจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ปีนี้สามารถดำเนินการไปได้ขนาดไหน เพราะไม่ใช่ส่งไปสภาในเดือนสุดท้ายของปี 61 แต่ต้องไปก่อน เพราะต้องใช้เวลานำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ได้ทัน จึงนั่งไล่กันในวันนี้
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า มีการขอให้รัฐมนตรีบางท่านช่วยไปกำกับ กำชับเจ้าหน้าที่ของตนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะกฤษฎีการายงานว่า บางทีที่กฎหมายช้าเพราะเมื่อตรวจเสร็จส่งให้กระทรวงยืนยันว่าพอใจหรือไม่ แต่กระทรวงไม่ยืนยันซักที หรือไม่ก็ช้าเพราะเวลากฤษฎีกาตรวจ เชิญผู้แทนกระทรวงมาชี้แจงก็ไม่ได้ส่งระดับอาวุโส หรืออธิบดีที่มีอำนาจตัดสินใจมา พอกฤษฎีกาถาม ตกลงจะเอาอย่างนี้หรือไม่ ก็ต้องขอกลับไปตามกระทรวง และหายไปเป็นเดือน วันนี้จึงต้องมาติดตามความคืบหน้าเหล่านี้
"วิษณุ" เผย "บิ๊กตู่" กำชับ ก่อน ออกกม.ต้องทำตาม "ม.77" ใน "รธน.ใหม่" เผย "กม.แรงงานต่างด้าว" พ.ย.นี้ เสร็จเรียบร้อย
เมื่อถามว่า เป็นห่วงกฎหมายฉบับไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ แต่ที่มีการพูดถึงคือเรื่องกฎหมายแรงงานต่างด้าว เพราะคำสั่งคสช.ได้ยืดไปจนถึงสิ้นปีนี้ วันนี้ได้ส่งไปให้กฤษฎีกาทำ จึงอยากรู้ความคืบหน้าไปถึงไหน จะออกมาทันหรือไม่ และนายกฯ ได้กำชับว่า ขอให้ทุกฝ่ายเคร่งครัด ทำตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในการเปิดรับฟังความคิดเห็น มีกฎหมายบางฉบับที่ส่งไปที่กฤษฎีกา และกระทรวงอ้างว่าได้รับฟังความเห็นมาแล้ว แต่การฟังนั้นยังไม่หลากหลาย จึงขอให้กฤษฎีกาช่วยฟังความเห็นเพิ่มเติม หรือส่งคืนให้กระทรวงไปทำ และถ้าบางฉบับไปสภาโดยที่ไม่ได้ฟังความเห็นมาก่อน เช่น กฎหมายทรัพยากรน้ำก็อาจจะให้สภาไปช่วยรับฟัง ซึ่งได้คุยกันในส่วนนี้ ซึ่งเป็นส่ิงที่เป็นห่วง
เมื่อถามว่า กฎหมายแรงงานต่างด้าวมีความคืบหน้าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้เกือบเสร็จแล้ว ในเดือนพ.ย.นี้ คงจะเสร็จเรียบร้อย และการประกาศใช้มีได้ 2 ทางคือ ออกเป็นพระราชกำหนดและการเสนอสภา ถ้าเสร็จในสภาก็จะช้าออกไป ก็อาจจำเป็นต้องออกเป็นพระราชกำหนด แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับที่นายกฯ กำชับว่า ก่อนที่จะบอกว่าเสร็จแล้วส่งมา ช่วยรับฟังความเห็นจากคนที่ต่อต้านคัดค้านอยู่ก่อนหน้านี้ว่าไม่เป็นธรรม เช่นการปรับ 4-8 แสนบาท ให้ไปฟังความเห็นสักหน่อย ซึ่งเขาฟังแล้ว นายกฯจึงขอให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องมาชี้แจงที่กฤษฎีกาซึ่งเขาก็รับไปทำ
"วิษณุ" แจง "กม.ทรัพยากรน้ำ" ไม่ได้รับฟังความเห็น เหตุส่งสภา ก่อน "รธน.ใหม่" ประกาศใช้ ยัน รบ.ไม่ได้หน้ามืด เก็บค่าน้ำเกษตรกร
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับกฎหมายทรัพยากรน้ำที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสนช.เป็นกฎหมายที่ไปสภาตั้งแต่ยังไม่ทันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีมาตรา 77 จึงยังไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น วันนี้จึงได้ตกลงกันว่า ให้คณะกรรมการไปจัดการรับฟังความคิดเห็นด้วย และหลักการได้พูดกันว่า ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเก็บค่าน้ำเกษตรกร อย่างที่ไปพูดกันเป็นอันขาด โดยจะเก็บเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำเยอะ และกฎหมายวันนี้พูดกันชัดเจน รัฐไม่มีเจตนารมณ์ ไม่ได้หน้ามืด ตาบอด หูบอด ต้องการเก็บค่าน้ำ หรือถังแตก กฎหมายนี้เป็นกฎหมายจัดสรรทรัพยากรน้ำ ไม่ใช่กฎหมายเก็บสตางค์ค่าน้ำ ซึ่งขณะนี้กฎหมายดังกล่าวได้ดำเนินการไป ไม่ได้มีการให้ชะลอ ส่วนการรับฟังความคิดเห็นทางสภาก็มีกรอบเวลา ส่วนเรื่องของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับไม่ได้มีการหารือ เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของสนช.และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)
"เลขาฯกฤษฎีกา" เผย "บิ๊กตู่" กำชับดูกฎหมาย ตามกรอบเวลา
ขณะที่นายดิสทัต กล่าวว่า นายกฯไม่ได้สอบถาม หรือเร่งรัดในการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการติดตามสอบถามความคืบหน้ากฎหมายต่างๆ ที่อยู่ในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยนายกฯได้กำชับกฤษฎีกาให้พิจารณากฎหมายตามกรอบระยะเวลาเท่านั้น



