คนร.ไฟเขียวร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สินแปลงที่ดิน
คนร.ไฟเขียวร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สินแปลงที่ดิน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 11ต.ค.ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นเพื่อบริหารสินทรัพย์ของ ร.ฟ.ท. ที่มีพื้นที่ประมาณ 39,000 ไร่ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับร.ฟ.ท.ได้ไม่ต่ำกว่า3 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี จะทำให้ใช้หนี้สินสะสมที่มีอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาทที่คงค้างอยู่ได้ โดยให้ดำเนินการในรูปแบบนี้และไม่ต้องโอนทรัพย์สินให้กระทรวงการคลังไปบริหารแทนแต่อย่างใด
นอกจากนั้น คนร.ยังเห็นชอบให้จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟสายสีแดงซึ่งถือว่าเป็นรถไฟสายสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปยังเส้นทางต่างๆของประเทศทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟที่จะเชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในอนาคตโดยคนร.กำหนดให้ร.ฟ.ท.วางเงื่อนไขและตัวชี้วัดของบริษัทลูกให้ครอบคลุมประสิทธิภาพของการให้บริการและต้องเป็นระบบเปิด (Open Asset) เพื่อให้รถไฟของเอกชนมาเชื่อมระบบอาณัติสัญญาณเพื่อให้สามารถเดินรถร่วมกันได้
สำหรับรัฐวิสาหกิจอีก 6 แห่งที่เข้าสู่กระบวนการตามแผนฟื้นฟู ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย,บริษัททีโอที จำกัด(มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด(มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)จัดทำแผนขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาวหลังจากที่ผ่านมาฟื้นฟูองค์กรมาระดับหนึ่งแล้วจากที่เคยขาดทุนมามีกำไร โดยต้องเป็นแผนที่สอดคล้องกับภารกิจหลักโดยเน้นการให้บริการแก่ประชาชน พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการรายปีโดยให้ส่งรายละเอียดของแผนให้สคร.พิจารณาภายในเดือนต.ค.นี้ต่อไป
ที่ประชุมยังได้รับทราบการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พบว่า เป็นไปตามแผนที่กำหนดโดยปล่อยสินเชื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)รายละไม่เกิน15ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายจำนวน 25,000 ล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้30,000 ล้านบาท
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยมีความคืบหน้าด้านการหาพันธมิตรที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้มีการเจรจาพันธมิตร 3 ราย ซึ่งคนร.ขอให้เจรจาให้แล้วเสร็จในเดือนมี.ค.2561
ขณะที่ทีโอที และ กสท ได้จัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (เอ็นบีเอ็น) เพื่อดำเนินธุรกิจเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำและอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ และ บริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศ และ ศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (เอ็นจีดีซี)ในการดำเนินธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แล้วซึ่งจะเปิดบริการได้ภายในเดือนพ.ย.ตามกำหนด
ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พบว่าผลประกอบการในปีนี้รายได้รวมใกล้เคียงเป้าหมายและอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) ปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 78% หลังจากในช่วง8เดือนของปีนี้ ทำได้แล้วเฉลี่ย 80.7%และให้เร่งนำระบบการจัดการเส้นทางการบินและระบบการจัดการเน็ตเวิร์ค มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับกลยุทธ์ของการบินไทยเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับโอกาสจากการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและการปลดธงแดงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ(ไอซีเอโอ)โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ควบคุมคุณภาพการให้บริการให้เหมาะสมด้วย
สำหรับการดำเนินการของ ขสมก. ที่ประชุมฯให้ดำเนินการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีให้แล้วเสร็จโดยเร็วและให้กรมการขนส่งทางบกเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และเพิ่มจำนวนเส้นทางนำร่องการประมูลเส้นทางเดินรถใหม่สำหรับผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้บริษัทพีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลจำนวน 12 เมกะวัตต์โดยใช้รูปแบบการลงทุนร่วมกับภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชนเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและความยากจนในพื้นที่
นอกจากนี้คนร.ยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการและสร้างความรู้ความเข้าใจร่างพ.ร.บ.การพัฒนารัฐวิสาหกิจโดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุกรรมการ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ประเด็นที่ต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับสาธารณะ โดยให้จัดทำแผนและสร้างความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องให้แก่สาธารณชนและประสานงานกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในการสร้างการรับรู้ให้กับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นว่า เป็นการปฏิรูประบบการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจโดยยังคงความเป็นรัฐวิสาหกิจไว้ และไม่ได้มีผลเป็นการแปรรูป หรือถ่ายโอนทรัพย์สินไปยังภาคเอกชนแต่อย่างใด



