
บทบาทของตัวแทนรัฐ
การปะทะคารมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด กับคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน กรณีศาลฎีกาฯ ตัดสินยกฟ้องจำเลย 44 รายในกรณีถูกกล่าวหาว่าทุจริตในเรื่องกล้ายาง ทำให้สังคมได้เห็นชัดเจนว่าจุดยืน ทัศนคติของคนในองค์กรต่างๆ เป็นอย่างไร เมื่อมีผลประโยชน์ขอ
กรณีการยกฟ้องย่อมสร้างความดีใจให้กลุ่มจำเลย แต่ย่อมสร้างความแคลงใจให้คนหลายกลุ่มเช่นเดียวกันในประเด็นข้อเท็จจริง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพราะส่งผลกระทบ เป็นบรรทัดฐานต่อคดีในภายภาคหน้า โดยเฉพาะในมุมมองของข้อเท็จจริง และระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งอำนาจของมติคณะรัฐมนตรีว่าอยู่เหนือกฎหมาย ระเบียบต่างๆ หรือไม่
เมื่อศาลตัดสินแล้ว ทุกฝ่ายต้องยอมรับผล ประเด็นอื่นๆ ย่อมเป็นเรื่องการถกเถียงทางวิชาการ แง่มุมกฎหมาย รวมทั้งข้อสงสัยต่างๆ เพราะเห็นได้ชัดว่าในกลุ่มองค์คณะตุลาการ ยังมีเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ ดังนั้นย่อมเป็นเรื่องปกติถ้าประชาชนหรือนักกฎหมายยังมีความไม่ชัดเจนในการพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว สำนักงานอัยการสูงสุดน่าจะพิเคราะห์ว่าตัวแทนองค์กรควรแสดงความอวดรู้ หรือเอ่ยถ้อยคำเชิงลบในการวิจารณ์การทำงาน เพราะดังที่มีคำพูดโต้แย้งว่าตัวแทนสำนักงานอัยการไม่ได้ชนะคดีทุกครั้งในศาล และยังสั่งไม่ฟ้องคดีสำคัญเช่นคดีหมอผัสพร ทำให้บิดาของผู้เสียชีวิตเป็นโจทก์ฟ้อง และอัยการขอเป็นโจทก์ร่วมภายหลัง จนทนายโจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี
ความล้มเหลวของสำนักงานอัยการในกรณีนายราเกซ สักเสนา นายปิ่น จักกะพาก และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในลักษณะการปฏิบัติขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งการแพ้คดี ทำให้หน่วยงานของรัฐต้องเสีย “ค่าโง่” เป็นจำนวนพันๆ ล้านบาท หลายกรณีเป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าอัยการไม่ได้ชนะคดีทุกครั้ง เพราะในประเทศไทยนอกจากหลักฐานต่างๆ แล้วยังอาจมีประเด็นพิเศษ ดังที่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยในคดีสำคัญ
ถ้าฝ่ายอัยการมั่นใจว่าสามารถชนะคดีกล้ายางได้ ถ้า คตส.สอบสวนหาหลักฐานเพิ่มเติม ก็น่าจะแสดงความห่วงใยผลประโยชน์ของบ้านเมืองในการแสวงหาหลักฐานใหม่ เพื่อหาทางฟื้นฟูคดี ถ้าหากมีมุมมองแหลมคมด้านกฎหมาย และต้องการดำรงความยุติธรรมอย่างแท้จริงในบ้านเมือง และไม่ให้บ้านเมืองเสียหาย ตามคำแถลงของโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
เมื่อตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุดแสดงท่าทีในลักษณะดังกล่าวในคดีกล้ายาง จากนี้ไปสังคมย่อมเฝ้ามองพฤติกรรมและผลงานของอัยการในคดีต่างๆ ว่าสำเร็จ หรือล้มเหลว และไม่ควรมีเงื่อนงำต่างๆ ที่สำคัญควรรักษาจรรยาบรรณ คุณธรรม โดยผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรควรเว้นปฏิบัติหน้าที่ในกรณีมีมลทิน หรือตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาดังเช่นในคดีซีทีเอ็กซ์ ซึ่งสร้างความน่าสงสัยว่าจะมีความไม่น่าไว้ใจในลักษณะใดหรือไม่
ถ้าต้องการรับใช้ผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง อัยการต้องทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม จริงจัง การแสดงความเห็นในเชิงยกตนข่มท่านนอกจากไม่ได้ประโยชน์อันใดแล้ว ยังสร้างความน่าสงสัยว่าบทบาทแท้จริงของอัยการบางคนนั้นเป็นอย่างไร เช่นการไปเป็นพยานจำเลย เป็นการขัดต่อจุดยืนของหน่วยงานของรัฐอย่างชัดเจน



