
ชาวนาพะเยา ร้องถูกอ้างข้อมูลทำบัตรเครดิต ติดหนี้หกแสน
"หนุ่มพะเยา"ร้อง ยธ. ถูกอ้างข้อมูลส่วนตัวทำบัตรเครดิต ติดหนีหกแสนบาท เผยอาชีพทำนารายได้น้อย ไม่ผ่านเกณฑ์ด้วยซ้ำ
นายทอง หรือธนวัฒน์ พรมวงค์ อายุ 46 ปีพร้อมนางบัวชอน หมั่นไร่ อายุ 47 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีถูกนำสำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลส่งตัวไปใช้สมัครบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินหลายแห่ง ทำให้เป็นหนี้ประมาณ 610,000 บาท ทั้งที่ไม่เคยสมัครบัตรเครดิต เพราะเป็นผู้มีรายได้น้อย คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์สมัครบัตรเครดิต ประกอบอาชีพทำนา ที่ผ่านมาในปี 2546 เคยถูกทวงหนี้และฟ้องบังคับคดีจากการกู้ยืมเงินกับบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมจำกัด โดยไม่ได้ต่อสู้คดีเพราะไม่รู้ขั้นตอนของกฎหมาย จนกระทั่งถูกศาลพิพากษาให้ชำระหนี้โดยยึดที่ดินมรดก จำนวน 1 แปลง ไปชำระหนี้ 40,000 บาท ต่อมานางบัวชอน ซึ่งเป็นพี่สาวทราบเรื่องจึงนำเงิน 40,000บาทไปซื้อที่ดินกลับคืน ตนจึงเปลี่ยนชื่อจากนายทองเป็นนายอนุวัฒน์ จนกระทั่งปี 2551 ก็เริ่มถูกทวงหนี้อีก ซึ่งมูลค่าหนี้สูงกว่า 6 แสนบาท จากสถาบันการเงิน 8 แห่ง ระบุว่ามียอดใช้จ่าย 11 ครั้ง โดยพี่สาวไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ไปชำระหนี้คืนให้ได้จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรม
ด้านนางบัวชอน กล่าวว่า น้องชายของตนเป็นผู้บกพร่องทางสติปัญญา ไม่น่าจะทำนิติกรรมได้ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าหรือกู้ยืมใดๆ แต่กลับถูกทวงหนี้ ทั้งหรี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ และหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ตนจึงต้องเข้าร้องขอความเป็นธรรม เพราะหนี้จากการไปกู้เงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จำนวน 40,000 บาท เพื่อนำมาซื้อที่ดินซึ่งถูกศาลสั่งบังคับคดี ก็ยังผ่อนชำระไม่หมด
ขณะที่พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวน่าเชื่อว่าทำเป็นขบวนการ โดยนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้สมัครบัตรเครดิต และคาดว่าในพื้นที่ภาคเหนืออาจไม่ใช่รายนี้เพียงรายเดียวที่เป็นผู้เสียหาย เบื้องต้นได้ประสานสภ.เมืองพะเยาและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยเหลือในการร้องทุกข์เพื่อเริ่มต้นการสืบสวนสอบสวน ในส่วนของดีเอสไอ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคเหนือได้รับเรื่องไว้สอบสวนขยายผล ซึ่งเบื้องต้นจะตรวจสอบลายมือและลายเซ็นต์ว่านายธนวัฒน์เป็นผู้ลงลายมือชื่อสมัครบัตรเครดิตและกู้ยืมสินเชื่อต่างๆด้วยตนเองหรือไม่
ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ยุติธรรมจังหวัดพะเยาให้ความช่วยเหลือนายธนวัฒน์โดยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีและค่าทนายความ คาดว่าในจ.พะเยาและพื้นที่ภาคเหนือจะมีปัญหาลักษณะเดียวกับนายธนวัฒน์อีกหลายราย จึงขอให้ผู้เสียหายติดต่อยุติธรรมจังหวัดเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นไปใช้สมัครบัตรเครดิต โดยกรณีของนายธนวัฒน์เชื่อว่าไม่ได้สมัครบัตรเครดิตด้วยตนเอง เพราะผู้เสียหายไม่มีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเอง ส่วนคดีที่ถูกศาลตัดสินและบังคับคดีไปแล้วจะขอให้ดีเอสไอรับสำนวนไปรื้อฟื้นคดีเพื่อให้ศาลพิจารณาใหม่อีกครั้ง
///////



