ข่าว

ครม.รับทราบเร่งระบายสต็อกข้าวโพด9.4หมื่นตัน

ครม.รับทราบเร่งระบายสต็อกข้าวโพด9.4หมื่นตัน

11 ต.ค. 2560

ครม.รับทราบเร่งระบายสต็อกข้าวโพด9.4หมื่นตัน

 

               นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่10 ต.ค.มีมติรับทราบการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คงเหลือโครงการแทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2551/2552 ที่มีมีข้าวโพดคงเหลือจำนวน 94,168.98 ตัน เบื้องต้นจะระบายข้าวโพด 84,134.73 ตัน ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขที่จะระบายได้ก่อน และมอบหมายให้องค์การคลังสินค้า(อคส.)เป็นผู้กำหนดวิธีการระบาย เพื่อนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์(นบขพ.) เพื่อพิจารณาอนุมัติการระบายต่อไป

               ในปี2551/2552รัฐบาลในขณะนั้นมีโครงการรับจำนำข้าวโพดกำหนดกรอบจำนวน 1.5 ล้านตัน สุดท้ายรับจำนำเข้ามาทั้งสิ้น 1.01 ล้านตัน โดยได้ระบายไปแล้วจำนวน 907,925 ตันเหลืออยู่ในสต็อก 94,168.98 ตัน หลังจากนั้นได้ตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในสต็อกของรัฐบาล และคณะอนุกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในสต็อกของรัฐบาล ผลการวิเคราะห์พบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในคลังของอคส.ทั้ง 10 แห่ง มีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ในการประชุมนบขพ.เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2560 มีมติอนุมัติการระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยให้อคส.ระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่คงเหลือ

              “การระบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครั้งนี้ ครม.ได้มีมติให้ระบายข้าวโพดไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 ดังนั้นการระบายคราวนี้สามารถดำเนินการได้ตามมติเมื่อปี 2555 ครม.ในครั้งนี้จึงมีมติรับทราบเท่านั้น ไม่ต้องมีมติเห็นชอบให้ระบายอีก”

               ด้านพ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี อคส. กล่าวว่า ข้อสงสัยที่ว่าครม.มีมติให้ระบายข้าวโพดส่วนที่เหลือไปตั้งแต่ปี2555 ทำไมเพิ่งมาระบายในช่วงนี้ เป็นเพราะ การระบายข้าวโพดจะมีผู้ประมูลหลายราย มีบางรายเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงไปยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งศาลเพิ่งจะพิพากษาเมื่อปลายปี 2559 จึงเป็นเหตุทำให้เกิดความล่าช้า สำหรับส่วนที่ค้างคดีอีก 1 หมื่นกว่าตันที่ยังไม่สิ้นสุดคดี ล่าสุดทางศาลปกครองได้กำหนดวันสิ้นสุดแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา อีกประมาณ 1 เดือนศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ได้รับ คงจะมีคำพิพากษาในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นคงระบายได้ตามปกติ

             สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการตรวจสอบ ส่วนการระบายข้าวโพดทางอคส.จะตั้งกรรมการกลางขึ้นมาตรวจสอบว่าจะกำหนดราคาเท่าใด เริ่มต้นสำหรับการประมูลรอบใหม่ เพราะสภาพข้าวโพดเปลี่ยนไปจากเมื่อปี 2555 ที่กำหนดราคาระบายไว้ที่ก.ก.ละ 4 บาทเช่นตอนนี้อาจจะกำหนดราคาที่ก.ก.ละ 1 บาท เป็นต้น เพราะข้าวโพดเสื่อมคุณภาพ เจ้าของคลังที่ติดต่อเข้ามาเจรจาว่าจะซื้อข้าวโพด ระบุเบื้องต้นว่า จะเอาไปทำเชื้อเพลิงสำหรับค่าเก็บรักษาข้าวโพดที่ค้างสต็อกจำนวน 94,168.98 ตันอยู่ที่ประมาณเดือนละ 7 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2551 คิดเป็นเวลา 9 ปี คิดเป็นเงินจำนวน 756 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าข้าวโพดที่รับจำนำมาในราคาก.ก.ละ 8.50 บาท คิดเป็นเงิน 800 ล้านบาท