
เรือโทหญิงเปิดใจโดนข่มขู่หลังเข้าให้การตร.
"เจ๊เบียบ"พาเรือโทหญิงพร้อมทนายจากสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นฯเข้าให้ปากคำตำรวจบางเขน คดีบิ๊กทหารข่มขืน เชื่อเป็นคดีตัวอย่างให้หญิงสาวที่ถูกผู้บังคับบัญชาละเมิดทางเพศออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม อุบมีหลักฐานมัดพลเอก
กรณีนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข กระทรวงมหาดไทยได้พาเรือโทหญิงแก้ว (นามสมมติ) อายุ 47 ปี รับราชการทหารมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 แถลงข่าวถึงกรณีทหารหญิงผู้นี้ถูกผู้บังคับบัญชา ยศ “พล.อ.” สังกัดกองบัญชาการกองทัพไทย ข่มขืนกระทำชำเรา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2548 และถูกขู่สารพัด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
มื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 24 กันยายน นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข กระทรวงมหาดไทย พาเรือโทหญิงแก้ว (นามสมมติ) ผู้เสียหายและทนายความจากสมาคมเข้าพบ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน, พ.ต.ท.ปรีชา เอี่ยมพ่อค้า พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางเขนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่จัดห้องพนักงานสอบสวนชั้น 3 ของสพ.บางเขนเป็นห้องสอบปากคำ โดยมีพนักงานสอบสวนหญิง ทำการสอบปากคำด้วย
จากนั้นนางระเบียบรัตน์และเรือโทหญิงแก้วได้มอบกระเช้าดอกไม้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พ.ต.ท.พิเชษฐ์ เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ได้เร่งรัดดำเนินการ และจัดหาพนักงานสอบสวนหญิงมาทำการสอบปากคำ
นายระเบียบรัตน์เปิดเผยว่า วันนี้ได้พาผู้เสียหายพร้อมทนายความของสมาคมมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินการทางวินัยนั้น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเป็นข้าราชการ โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทางสมาคมจึงได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และ ผบ.สส. เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย
นางระเบียบรัตน์กล่าวต่อว่า ตนต้องขอบคุณ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.ด้วย ที่ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เสอนข่าวเรื่องนี้ ทำให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ ส่วนใครจะผิดจะถูกก็ให้ดำเนินการกันไป และขอให้สื่อมวลชนช่วยกันติดตามเรื่องกันต่อไป
นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข กระทรวงมหาดไทยยังได้กล่าวถึงกรณีมีกระแสสังคมตั้งคำถามในเรื่องที่ตัวเองเข้ามายุ่งเรื่องดังกล่าว เพราะยังไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องจริง หรือเป็นการแบล็กเมล์ว่า คงไม่ผู้หญิงคนไหนเอาเรื่องที่ตัวเองต้องเจ็บปวด ออกมาพูดให้สังคมได้รับรู้ ตนเห็นว่าการออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมครั้งนี้จะเป็นการกรุยทางให้ผู้หญิงที่อยู่ในมุมมืด ผู้หญิงที่ถูกกดขี่ทางเพศ ผู้หญิงที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชากล้าออกมาเรียกร้องควาเป็นธรรมให้กับตัวเอง ทั้งนี้หากผู้หญิงรายใด ต้องการจะให้สมาคมเข้าไปช่วยเหลือก็ให้แจ้งมาได้ที่หมายเลข 1761 หรือ 02-622-2220
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากเป็นข่าวออกไปแล้ว มีโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าหรือข่มขู่บ้างหรือไม่ นางระเบียบรัตน์ ตอบว่า ไม่มีเลย แต่วานนี้ (23 ก.ย.) มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหาสามีตนประมาณ 20 สาย พร้อมบอกว่า "พลเอก" คนที่ถูกร้องเรียนนั้นเป็นคนดี เป็นนักเรียนเตรียมหทารรุ่น 10 (ตท.10) และยังเป็นเพื่อนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่สามีก็เล่าให้ฟังเฉย ๆ เพราะจะไม่เข้ามาก้าวก่ายงานของตน ทั้งนี้หากพลเอกคนที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นคนดีจริงก็จะเป็นโอกาสที่ได้พิสูจน์ตัวเอง
ต่อข้อถามที่ว่า สำหรับคดีนี้มีหลักฐานมากแค่ไหน นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า สำหรับหลักฐานของเรื่องนี้ ทางฝั่งผู้เสียหายมีรูปถ่ายยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของผู้เสียหายและครอบครัวของพลเอกที่ถูกกล่าวหา ที่พลเอกคนดังกล่าวเคยเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานให้กับผู้เสียหายกับสามี นอกจากนี้ยังมีหลักฐานอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยว่า เพราะจะเสียรูปคดี
ด้าน พ.ต.ท.พิเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยในส่วนของพนักงานสอบสวนก็ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในเรื่องนี้
เรือโทหญิงเหยื่อกามเปิดใจโดนข่มขู่หลังเข้าการตร.
ตั้งแต่เวลา 13.30 น.นั้น พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำเป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ก็ได้ออกมาจากห้องสอบสวนในเวลา 18.45 น.ในสภาพที่ค่อยข้างอ่อนเพลีย
ร.ท.หญิงแก้ว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ สภาพจิตใจย่ำแย่ โดนโทรศัพท์ไปข่มขู่ทั้งที่บ้าน และที่บ้านแม่ แต่ที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เพราะทางฝ่ายพล.อ. ขู่ว่า ถ้าเลิกกัน ก็จะเปิดเผยเรื่องให้สามีตนรู้ ตนจึงนำเรื่องไปปรึกษาสามี ซึ่งสามีเป็นคนดีมาก บอกให้เล่าเรื่องให้ฟังให้หมด โดยบอกว่า "ถ้าคุณไม่พูดก็ต้องเลิกกับผม เพราะคุณกำลังปกป้องคนผิดอยู่" และหลังจากเล่าให้สามีฟังเสร็จ สามีบอกว่า จะจูงมือสู้ด้วยกัน และทางบ้านก็ให้กำลังใจมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้ ถ้าตนหายตัวไป ก็น่าจะมาจากพล.อ.คนนี้ ด้วยสาเหตุนี้
"ที่เก็บเรื่องไว้นาน ก็เพราะก่อนหน้านี้ นายพลคนนี้ยังมีอำนจอยู่ สามารถทำขาวให้เป็นดำ ทำดำให้เป็นขาวได้ ดิฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาจึงรู้ดี แต่ตอนนี้ นายพลคนนี้ หมดอำนาจแล้ว จึงออกมาเปิดเผย ซึ่งดิฉันอย่างขอบคุณทางสมาคมเสริมสร้างครอบครัวฯ และผู้สื่อข่าว ที่ช่วยเสนอข่าวเรื่องนี้ ทั้งๆที่ในชีวิตดิฉัน ไม่อยากให้เกิดข่าวแบบนี้ขึ้นมา เพราะว่ามันไม่เป็นผลดีกับดิฉันและครอบครัว แต่อยากให้สังคมรับรู้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งสามียังบอกด้วยว่า หลังจากนี้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะต้องยอมรับมัน จะชนะหรือแพ้จะต้องยอมรับมัน เพราะเป็นเรื่องจริง ดิฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง จะไปสู้กับคนมีอำนาจก็แพ้อยู่แล้ว"ร.ท.หญิงแก้วกล่าวทั้งน้ำตา
ขณะที่ทนายความสมาคมเสริมสร้างครอบครัวฯกล่าวว่า ในวันนี้ ผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีที่ได้แจ้งความไว้ ซึ่งหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนได้นัดให้ไปชี้จุดเกิดเหตุอีกประมาณ 1-2 จุด นอกจากนี้ จะนำพยานที่สำคัญ มาให้การเพิ่มเติม โดยจะเลือกเอาที่สำคัญจริงๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องเดือดร้อนในเรื่องนี้อีก เพราะขณะนี้ ทางสมาคมฯถูกข่มขู่แล้วที่ได้เข้ามายุ่งในเรื่องนี้ วันนี้ ได้นำเทปที่อัดเสียงการข่มขู่ มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานด้วย



