
ท้องถิ่นพาเที่ยว-อบต.ท่าเสา ชวนย้อนอดีตที่ "พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด"
ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อยืนอยู่ในจุดที่เรียกว่า "ช่องเขาขาด" ในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ก็จะมองเห็นเชลยศึกจากชาติสัมพันธมิตรนับพันนับหมื่นคนถูกทหารญี่ปุ่นบังคับ และทรมานให้ใช้แรงงานสร้างเส้นทางรถไฟไปพม่า
เส้นทางรถไฟสายนี้มีจุดเริ่มต้นที่สถานีหนองปลาดุก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผ่าน จ.กาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ โดยมีปลายทางที่เมืองตันบูซายัด ประเทศพม่า
รวมแล้วมีระยะทางในเขตประเทศไทยกว่า 300 กิโลเมตร แต่กำหนดเวลาให้สร้างเสร็จภายใน 1 ปีแบบไม่มีวันหยุดพัก จึงทำให้เชลยศึกที่อ่อนล้า ขาดอาหาร และโดนไข้ป่าเล่นงานต้องล้มตายราวใบไม้ร่วงนับแสนคน !!
ช่องเขาขาดมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "Hell Fire Pass" หรือ "ช่องไฟนรก" เพราะการสร้างทางรถไฟจุดนี้มีความยากลำบากแสนสาหัส เพราะบางช่วงต้องตัดภูเขา มุดฝ่าเข้าไปในป่าดงดิบ ระเบิดหินที่ช่องเขาขาด ท่ามกลางกองไฟอันร้อนราวไฟนรกที่ถูกจุดไว้ตลอดวันตลอดคืน
จากประวัติศาสตร์อันโหดร้ายของมนุษยชาติดังกล่าว จึงมีการจัดสร้าง "พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด" เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจคนรุ่นหลังให้รู้ซึ้งถึงมหันตภัยจากสงคราม
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวของ เจ จี ทอม มอร์ริส (J G Tom Morris) อดีตทหารออสเตรเลียยศสิบโท ซึ่งถูกจับเป็นเชลยศึกที่สิงคโปร์ ก่อนถูกกวาดต้อนมาตกนรกที่ช่องไฟนรกในช่วงปี พ.ศ. 2485-2488
แต่พอสงครามสงบ และรอดชีวิตมาได้ ในปี พ.ศ. 2527 เขาจึงตัดสินใจกลับมาค้นหาช่องไฟนรกที่เคยทำให้เขาเกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ เมื่อค้นพบแล้วเขาจึงนำเรื่องเข้าเสนอต่อรัฐบาลออสเตรเลียเพื่อพัฒนาพื้นที่ และจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด
โดยงบประมาณการก่อสร้างทั้งหมดเป็นของ "องค์การทหารผ่านศึกออสเตรเลีย" ซึ่งมีการออกแบบ และวางผังทางเดินอย่างสวยงาม ส่วนพื้นที่อาคารจัดแสดงก็นำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย โดยรวบรวมรูปถ่าย แบบจำลองเส้นทางรถไฟ และเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยนั้น
อาคารจัดแสดงแห่งนี้โดดเด่นด้วยการใช้แสงสีแดง และแสงไฟเฉพาะจุด ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนก้มมองลงมาจากที่สูง แม้แต่การเดินผ่านรูปปั้นเชลยศึกที่กำลังถูกบังคับให้ทำงานด้วยความทุกข์ทรมานก็ให้ความรู้สึกว่า เหตุการณ์ในอดีตเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ตรงหน้าเรานี่เอง
ส่วนทางเดินที่ยื่นออกไปนอกอาคารประมาณ 15 เมตร เมื่อมองแบบย้อนแสงแดดยามบ่ายก็ให้ความรู้สึกที่ลึกลับ ชวนหดหู่ เสมือนว่าหนทางในการสร้างรางรถไฟของเชยศึกในยุคนั้นยากที่จะสำเร็จลงได้ในชั่วชีวิตของพวกเขา
เมื่อเดินลงไปตามสะพานไม้อันคดเคี้ยวที่ตัดผ่านช่องเขาที่มีขนาดเพียง 17 เมตรก็รู้ซึ้งถึงความทุกข์ยากแสนสาหัสในการก่อสร้างทางรถไฟตรงจุดนี้ ร่องรอยการระเบิดหิน การวางรางรถไฟ ตลอดจนรถรางที่ใช้ขนย้ายก้อนหินยังเป็นวัตถุพยานที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้ดี
เป็นร่องรอยที่แสดงให้เห็นถึงความทุกข์เข็ญของเชลยศึกในสมัยนั้นที่ต้องทนทำงานท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย และหนาวเหน็บกลางฤดูฝนกลางป่าที่มีไข้ป่าชุกชุมนานถึง 4 เดือนเพื่อเร่งให้ทางรถไฟเสร็จทันตามกำหนดให้ได้
จากเสี้ยวเวลาอันเป็นรอยด่างในประวัติศาสตร์โลกครั้งนั้นจึงทำให้วันที่ 25 เมษายนของทุกปี จะมีชาวออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งมีทั้งเชลยศึกในครั้งนั้น และญาติมิตรของเชลยศึกที่เสียชีวิตเดินทางมารำลึกอดีตอันขมขื่นกันอย่างล้นหลามทุกปี
วันดังกล่าวมีชื่อว่า "อันแซ็ก เดย์" เพื่อรำลึกถึงความโหดร้ายของสงคราม และเรียกร้องให้สันติภาพจงมีอยู่คู่โลกสืบไป
อบต.ท่าเสา ชวนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด ซึ่งไปไม่ยาก ตัวพิพิธภัณฑ์ห่างตัวเมืองกาญจนบุรีไปประมาณ 80 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ กองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของสำนักงานทหารพัฒนา และเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -16.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.0-3453-1347, 08-1754-2098, 08-1814-7564
กิตตินันท์ รอดสุพรรณ



