ข่าว

ลุ้นกมธ.เคาะกฎหมายที่ดินพ.ย.นี้

ลุ้นกมธ.เคาะกฎหมายที่ดินพ.ย.นี้

10 ต.ค. 2560

คลัง คาดคณะกรรมาธิการ สนช. เตรียมสรุปร่างกฎหมายที่ดิน ภายในเดือนพ.ย.นี้

              นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า มีแนวโน้มว่าการพิจารณาร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สภานิติบัญญัติจะแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ โดยขณะนี้ คณะทำงานที่ได้รับมอบหมายเข้าเก็บข้อมูลการเสียภาษีทรัพย์สินในปัจจุบันบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ระหว่างสรุปข้อมูลภาระภาษีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับภาระภาษีตามร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเสนอต่อกมธ.จากนั้นกมธ.จึงจะพิจารณาตัดสินว่า ภาระภาษีตามร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้น ควรอยู่ในอัตราใด

              แม้ปัจจุบัน การเก็บข้อมูลของผู้เสียภาษีดังกล่าวจะดำเนินการไปมากแล้วก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่า ฐานข้อมูลที่ได้มานั้น ไม่ได้เป็นฐานข้อมูลที่ดำเนินการโดยระบบออนไลน์ แต่ยังเป็นฐานข้อมูลที่ทำด้วยกระดาษ 

               ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ได้ก็แบ่งเป็นหลายประเภททรัพย์สิน ทางเจ้าหน้าที่จากส่วนงานต่างๆก็ต้องเข้ามาช่วยกันสรุปข้อมูล ซึ่งแม้ว่า ฐานข้อมูลภาษีที่จัดเก็บข้อมูลนั้น จะเป็นคนละฐานภาษี กล่าวคือ ที่อยู่อาศัยกับการเกษตรจะจัดเก็บบนฐานภาษีบำรุงท้องที่ ส่วนผู้ประกอบธุรกิจต่างๆจะใช้ฐานภาษีโรงเรือน แต่เราก็ต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาการเสียภาษีบนฐานภาษีใหม่

            “ตอนนี้ กำลังทดสอบข้อมูล แม้ฐานภาษีจะคนละฐาน เดิมที่อยู่อาศัย กับ เกษตร จะใช้ภาษีบำรุงท้องที่ ส่วนพาณิชย์ บริการ จะใช้ภาษีโรงเรือน แต่เราก็เก็บข้อมูล ความจริงเราเคยประมาณการมาแล้ว แต่นานพอสมควร แต่เที่ยวนี้ เก็บข้อมูลจริงว่า เขาเสียเท่าไร ถ้าฐานใหม่จะเสียเท่าไร และท้องถิ่นจะมีรายได้เท่าไร ต้องดู 2 ฟาก”

              ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่มีการหารือในชั้นกมธ.นอกเหนือจากอัตราการยกเว้นการเสียภาษี คือ เรื่องของอัตราภาษีที่จะมีการจัดเก็บจริง ซึ่งขณะนี้ กมธ.กำลังพิจารณาว่า อัตราภาษีที่จะมีการจัดเก็บนั้น จะอยู่บนหลักการที่ว่า ผู้เสียภาษีจะต้องมีความสามารถ และ มีความเต็มใจที่จะจ่ายภาษี

             สำหรับพิจารณามูลค่าที่อยู่อาศัยที่ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีดังกล่าวนั้น เขากล่าวว่า ขณะนี้ เสียงส่วนใหญ่ของกมธ.เห็นว่า ควรยกเว้นที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าไม่เกิน 20 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่ได้เป็นข้อสรุป ซึ่งหากได้ข้อสรุปในมูลค่าดังกล่าวแล้ว จะทำให้มีผู้ที่มีภาระภาษีตามกฎหมายราว 3 หมื่นราย