
ผู้นำลิเบีย-อิหร่านป่วนที่ประชุมยูเอ็น
นิวยอร์ก-กัดดาฟี และอาห์มาดิเนจาด ซึ่งเป็นอริกับตะวันตก ป่วนที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ด้วยการสับแหลกคณะมนตรีความมั่นคง และอิสราเอล จนผู้แทน 11 ชาติวอล์กเอาท์ประท้วง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ย.) ว่านายโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย และประธานาธิบดีมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด แห่งอิหร่าน สองผู้นำหัวแข็งของโลกที่เป็นปฏิปักษ์กับชาติตะวันตกมาโดยตลอด ได้กลายเป็นดาวเด่นในที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ เสร็จสิ้นการกล่าวคำปราศรัยเรื่อง "ศักราชใหม่แห่งการพัวพันกัน" เสร็จ นายกัดดาฟีก็ขึ้นไปกล่าวคำปราศรัยประณามชาติมหาอำนาจของโลก ทั้งยังเรียกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าเป็น "สมัชชาแห่งความน่าสะพรึงกลัว" และได้โจมตีการตัดสินใจทุกครั้งที่คณะมนตรีความมั่นคงฯ ได้กระทำลงไปในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กัดดาฟียังพูดนานถึง 90 นาที ซึ่งเกินเวลาที่กำหนดให้ผู้นำแต่ละคนพูดมา 15 นาที โดยคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดจบการสนทนาของนายกัดดาฟีคือประธานสมัชชาใหญ่ของยูเอ็น ซึ่งก็กลายเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของลิเบีย ทำให้กัดดาฟีสามารถพูดต่อได้จนจบ
พอตกตอนเย็น อาห์มาดิเนจาด ผู้นำฝีปากกล้าของอิหร่าน ก็ขึ้นมากล่าวคำปราศรัยกล่าวหาอิสราเอลว่าทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ ทั้งยังได้กล่าวยกย่องเรื่องที่ตนเองชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่าเป็นการเลือกตั้งที่สวยสดงดงาม ทั้งๆ ที่มีการประท้วงใหญ่เพื่อคัดค้านการเลือกตั้งนี้ตามมาจนทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนไม่น้อย
รายงานข่าวแจ้งว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของผู้นำอิหร่านทำให้มีผู้แทน 11 ประเทศ พากันตบเท้าเดินออกจากที่ประชุมเพื่อเป็นการประท้วง ได้แก่ผู้แทนจากอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย อังกฤษ คอสตาริกา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อิตาลี นิวซีแลนด์ และสหรัฐ



